ธรรมาภิบาลการลงทุน
Investment Government Code

นโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน

(Investment Government Code Policy : I code Policy)

บทนำ

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด ในฐานะผู้ลงทุนสถาบันที่รับจัดการเงินลงทุนให้กับลูกค้า ได้ตระหนักถึงความสําคัญของการมีหลักธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Code : I Code) จึงได้ประกาศรับการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลการลงทุน เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2563 และเพื่อเป็นการปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลการลงทุน โดยคํานึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสําคัญ บริษัทจึงได้จัดให้มีนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุนที่ให้ความสําคัญในการสร้างและถ่ายทอดวัฒนธรรมการลงทุนที่มีหลักธรรมาภิบาลที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เพื่อเป็นกรอบให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (I Code Policy) โดยครอบคลุมหลักปฏิบัติดังต่อไปนี้

หลักปฏิบัติที่ 1 โครงสร้างธรรมาภิบาลการลงทุน

1. คณะกรรมการของบริษัทอนุมัตินโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน และมอบหมายให้ฝ่าย Compliance & Internal Audit รายงานผลการปฏิบัติตามนโยบายให้คณะกรรมการบริษัททราบ

2. คณะกรรมการบริษัทพิจารณาทบทวนนโยบายปีละหนึ่งครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ หรือเมื่อมีเหตุการณ์สําคัญ (Material Event)

3. บริษัทกําหนดให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีกระบวนการในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ มีการตัดสินใจ และติดตามการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ

4. เพื่อให้การบริหารจัดการการลงทุนเป็นไปเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของลูกค้า บริษัทมีการกําหนดมาตรการให้มีการลงทุนโดยการใช้เทคโนโลยีของจิตตะ ช่วยในการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ รวมทั้งมีใช้นโยบายและมาตรการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมเพียงพอ

5. มีมาตรการจัดการกับการใช้ข้อมูลที่มีนัยสําคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาของบริษัทที่ลงทุนที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ และป้องกันพฤติกรรมการลงทุนที่ก่อให้เกิดการกระทําอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ และการฟอกเงินที่เหมาะสม

6. บริษัทกําหนดให้มีการสื่อสารและถ่ายทอดวัฒนธรรมการลงทุนที่มีธรรมาภิบาล รวมทั้งเผยแพร่นโยบายธรรมาภิบาลการลงทุนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการลงทุนทั้งภายในและภายนอกบริษัทได้รับทราบ

หลักปฏิบัติที่ 2 มีการป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างเพียงพอ เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของลูกค้า

1. บริษัทกําหนดให้มีนโยบายในการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์เป็นลายลักษณ์อักษร

2. บริษัทกําหนดระบบงานและมาตรการ ตลอดจนแนวปฏิบัติเพื่อป้องกัน และจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และมีมาตรการรองรับการชี้เบาะแสและตรวจสอบลงโทษ

3. บริษัทมีการสื่อสารให้พนักงานที่ปฏิบัติงานทราบและกําหนดให้มีมาตรการในการติดตาม ควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการ ตลอดจนทบทวนความเหมาะสมของมาตรการ

4. บริษัทจัดให้มีการสื่อสารกับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องเปิดเผยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการให้บริการนั้น และมีมาตรการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์

หลักปฏิบัติที่ 3 ตัดสินใจและติดตามบริษัทที่ลงทุนอย่างใกล้ชิดและทันเหตุการณ์

1. บริษัทจัดให้มีกระบวนการติดตามการดําเนินงานของบริษัทที่ลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อทราบการดําเนินงานของบริษัทที่ลงทุนและรู้ปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นและทันเหตุการณ์

2. บริษัทกําหนดปัจจัยในการพิจารณาบริษัทที่ลงทุน โดยพิจารณาคุณค่าของบริษัทที่ลงทุนด้วยเทคโนโลยีของบริษัทที่มีความทันสมัย และมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมเพียงพอ

3. บริษัทจัดให้มีการติดตามบริษัทที่ลงทุนเพื่อให้สามารถติดตามการลงทุนได้อย่างต่อเนื่องและเหมาะสม

4. กรณีที่พบว่า บริษัทที่ลงทุนมีสัญญาณของปัญหาที่อาจส่งผลต่อมูลค่าการลงทุน บริษัทจะพิจารณาดําเนินการตามความเหมาะสม

หลักปฏิบัติที่ 4 เพิ่มระดับในการติดตามบริษัทที่ลงทุนเมื่อเห็นว่าการติดตามในหลักปฏิบัติที่ 3 ไม่เพียงพอ

1. บริษัทจัดให้มีแนวปฏิบัติที่ระบุถึงเหตุการณ์ และแนวทางที่จําเป็นในการเข้าไปดําเนินการกับบริษัทที่ลงทุนเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถติดตามได้เพียงพอและเหมาะสม

2. บริษัทกําหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ควรเข้าไปดําเนินการกับบริษัทที่ลงทุนเพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ ผลประกอบการ การจัดการกับความเสี่ยงที่เหมาะสม รวมถึงความเชื่อมั่นในการบริหารกิจการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

3. บริษัทดําเนินการเพิ่มเติมโดยเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการที่ใช้ตามความจําเป็นและเหมาะสม

4. กรณีที่รับทราบข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อราคาและไม่เปิดเผยต่อสาธาราณะ บริษัทได้ดําเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย และแนวทางการจัดการกับการล่วงรู้ข้อมูลภายใน ตามที่กําหนดไว้ในนโยบาย และตามที่กฎหมายกําหนด

หลักปฏิบัติที่ 5 เปิดเผยนโยบายการใช้สิทธิออกเสียงและผลการใช้สิทธิออกเสียง

บริษัทกําหนดนโยบายการใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหลักทรัพย์ โดยจะไม่เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น และไปใช้สิทธิออกเสียงในการประชุม ซึ่งบริษัทได้แจ้งให้ลูกค้ารับทราบ โดยการอธิบายและระบุในสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล และหน้าเว็บไซต์ของบริษัท โดยบริษัทจะแจ้งให้ลูกค้ารับทราบตามวิธีที่ตกลงกัน

หลักปฏิบัติที่ 6 ร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นและผู้มีส่วนได้เสียตามความเหมาะสม

บริษัทกำหนดให้มีการดำเนินการกับกิจการที่ลงทุนที่มีข้อกังวลและยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาหลังจากเพิ่มระดับในการติดตามได้ บริษัทอาจมีการร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่น (ทั้งในและต่างประเทศ) หรือผู้มีส่วนได้เสียของกิจการหากเห็นสมควร เพื่อให้กิจการที่ลงทุนเห็นความสำคัญของประเด็นข้อกังวัลของบริษัทและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

หลักปฏิบัติที่ 7 เปิดเผยธรรมาภิบาลการลงทุน และการปฏิบัติตามนโยบายต่อลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

1. บริษัทกําหนดให้มีระบบในการจัดเก็บข้อมูลการปฏิบัติตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุนที่เหมาะสม และมีกลไกที่ดูแลให้มั่นใจว่าข้อมูลที่เปิดเผยต่อลูกค้าถูกต้อง ไม่ทําให้สําคัญผิด และสร้างความน่าเชื่อถือว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของลูกค้า

2. บริษัทจัดให้มีการเปิดเผยนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน รายงานผลการปฏิบัติตามนโยบายให้ลูกค้าทราบ โดยผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัท

นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด

ประกาศรับการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลการลงทุน

(Investment Governance Code : I Code)

บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด ในฐานะผู้บริหารจัดการลงทุน ตระหนักถึงหน้าที่ที่ต้องบริหารจัดการเงินลงทุน เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของลูกค้าของบริษัทและด้วยหน้าที่ดังกล่าว บริษัทเชื่อว่าการที่กิจการที่บริษัทเข้าไปลงทุนมีกลยุทธ์ และมีผลการดำเนินงานที่ดีจะนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืนของลูกค้า

ด้วยการลงท้ายหนังสือนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด ขอประกาศความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามธรรมาภิบาลการลงทุนที่ออกโดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามที่สอดคล้องและเหมาะสมกับความรับผิดชอบ (Fiduciary duty) และบทบาทหน้าที่ของบริษัท ดังต่อไปนี้

1. จัดให้มีนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุนที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร

2. มีการป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างเพียงพอเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของลูกค้า

3. มีกระบวนการหรือดูแลบริษัทจัดการในการตัดสินใจและติดตามบริษัทที่ลงทุนอย่างใกล้ชิดและทันเหตุการณ์ (Actively) โดยมีประเด็นเรื่องกลยุทธ์ การกำกับดูแลกิจการที่ดี

4. มีการเพิ่มระดับการติดตามบริษัทที่จะลงทุน กรณีเห็นว่าการติดตามในหลักปฏิบัติข้อ 3 ไม่เพียงพอ

5. จัดให้มีการเปิดเผยนโยบายการใช้สิทธิออกเสียงและผลการใช้สิทธิออกเสียงต่อลูกค้าว่า บริษัทไม่มีนโยบายในการใช้สิทธิออกเสียงแทนลูกค้า และบริษัทได้แจ้งและทำความเข้าใจกับลูกค้าโดยระบุไว้ในสัญญารับจัดการลงทุนกองทุนส่วนบุคคล และหน้าเว็บไซต์ของบริษัท แต่บริษัทจะแจ้งกำหนดการประชุมดังกล่าวให้ลูกค้าได้รับทราบตามช่องทางที่ได้ตกลงกันไว้

6. ร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นตามความเหมาะสม เพื่อให้การปฏิบัติตาม I Code เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

7. เปิดเผยนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน และการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลการลงทุนในเว็บไซต์ตามแนวทางที่ปฏิบัติที่เกี่ยวข้องต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร. วีรกร อ่องสกุล

ประธานกรรมการ

วันที่ 16 กันยายน 2563