นโยบายการลงทุน Thematic
สร้างโอกาสลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่เติบโตสูงตามที่คุณต้องการ ให้คุณสะดวกสบายด้วยระบบติดตามและปรับพอร์ตอัตโนมัติ

เนื้อหาสำคัญ

Jitta Wealth สร้างทางเลือกให้นักลงทุน ช่วยเพิ่มโอกาสการลงทุนไปยังบริษัทต่างๆ ที่มีการเติบโตสูง อย่างเช่นบริษัทที่อยู่ในตลาดเกิดใหม่ อาทิ จีน อินเดีย บริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นหลัก เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตสูง เช่น เทคโนโลยี สุขภาพ หรือ เกม และ E-Sport

พร้อมทั้งมีการกระจายความเสี่ยงไม่ให้กระจุกตัวอยู่ในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือ กลุ่มธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง ดังที่ วอร์เรน บัฟเฟต์ มีกฏทองการลงทุนไว้ว่า “อย่าวางไข่ไว้ในตะกร้าเดียวกันทั้งหมด” เพราะถ้าตะกร้าหล่นจะทำให้ไข่แตกหมดทุกใบ ดังนั้นการกระจายความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญอยู่เสมอ

ด้วยการบริหารกองทุนส่วนบุคคลแบบอัตโนมัติ Jitta Wealth จะลงทุนในตราสารทุนประเภท ETF ในกลุ่มธุรกิจต่างๆที่นักลงทุนเลือก ทำการจัดสัดส่วนเงินลงทุน และ คอยดูแลปรับพอร์ตให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละกลุ่มธุรกิจมีความสมดุลย์กันตลอดเวลา เพื่อให้มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

ผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่ตัวเองมั่นใจ โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ETF ต่างประเทศ เช่น การโอนเงินลงทุน การซื้อขาย หรือการปรับสัดส่วนพอร์ตการลงทุนด้วยตนเอง รวมถึงสามารถดูสถานะของพอร์ตฟอลิโอของตัวเองได้ตลอดเวลาผ่านแอพพลิเคชันของ Jitta Wealth ได้ตลอดเวลา

Thematic ลงทุนในกลุ่มธุรกิจใดบ้าง

เพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนในกลุ่มตราสารทุน โดยกระจายความเสี่ยงในกลุ่มธุรกิจเดียวกันให้ได้มากที่สุด และได้ผลตอบแทนตามกลุ่มตราสารทุนนั้นจริง ๆ Jitta Wealth จึงเลือกที่จะลงทุนใน ETF ที่อ้างอิงดัชนีของตราสารทุนกลุ่มนั้นๆ เป็นหลัก

โดย ETF ที่เลือกมาจะมีการกระจายการลงทุนในบริษัทต่างๆในอุตสาหกรรมนั้นๆทั่วโลกไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Theme ที่ Jitta Wealth ได้คัดเลือกเพื่อเปิดให้เลือกลงทุน มีดังนี้

1. Stocks in Chinese Markets

ลงทุนใน iShares Trust - iShares MSCI China ETF (MCHI) ตราสารทุนขนาดกลางและขนาดใหญ่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนทั้งในตลาดหุ้นฮ่องกง (HKEX), ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ (SSE) และตลาดหุ้นเซินเจิ้น (SZSE) โดยอิงดัชนี MSCI China Index

2. Stocks in USA

ลงทุนใน Schwab U.S. Large-Cap ETF (SCHX) ตราสารทุนขนาดใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอ้างอิงดัชนี S&P 500

3. Stocks in India

ลงทุนใน WisdomTree India Earnings Fund (EPI) ตราสารทุนในประเทศสาธารณรัฐอินเดีย โดยอ้างอิงดัชนี WisdomTree India Earnings Index

4. Technology Stocks

ลงทุนใน iShares Exponential Technologies ETF (XT) ตราสารทุนทั่วโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยอ้างอิงดัชนี Morningstar Exponential Technologies Index

5. Healthcare Stocks

ลงทุนใน iShares Global Healthcare ETF (IXJ) ตราสารทุนทั่วโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพ โดยอ้างอิงดัชนี S&P Global 1200 Health Care Index

6. E-Commerce Stocks

ลงทุนใน ProShares Online Retail ETF (ONLN) ตราสารทุนทั่วโลกในกลุ่มตลาดออนไลน์ โดยอ้างอิงดัชนี ProShares Online Retail Index

7. Robot and AI Stocks

ลงทุนใน iShares Trust - iShares Robotics and Artificial Intelligence Multisector ETF (IRBO) ตราสารทุนทั่วโลกในกลุ่มหุ่นยนต์​ และปัญญาประดิษฐ์ โดยอ้างอิงดัชนี NYSE® FactSet® Global Robotics and Artificial Intelligence Index

8. Cloud Technology Stocks

ลงทุนใน WisdomTree Cloud Computing ETF (WCLD) ตราสารทุนทั่วโลกในกลุ่มเทคโนโลยีคลาวน์ โดยอ้างอิงดัชนี BVP Nasdaq Emerging Cloud Index

9. Game Industry Stocks

ลงทุนใน Global X Video Games & Esports ETF (HERO) ตราสารทุนทั่วโลกในกลุ่มเกม และ E-Sport โดยอ้างอิงดัชนี Solactive Video Games & Esports Index

10. Fintech Stocks

ลงทุนใน Global X FinTech Thematic ETF (FINX) ตราสารทุนทั่วโลกในกลุ่มเทคโนโลยีการเงิน โดยอ้างอิงดัชนี INDXX Global Fintech Thematic TR

วิธีการคัดเลือก ETF เพื่อลงทุนใน Thematic

Jitta Wealth มีเกณฑ์และขั้นตอนการคัดเลือก ETF ตามเงื่อนไข ดังนี้

  1. จัดอันดับ ETF ที่มี AUM สูงสุด 5 อันดับแรกของ Asset Class นั้นๆ
  2. เลือก ETF ที่มี AUM สูงที่สุดลำดับแรก โดยมีค่า Expense Ratio ต่ำที่สุดด้วย
  3. ในกรณีที่ราคาซื้อขายของ ETF ที่ถูกเลือกสูงกว่า $100/หน่วย ทั้งหมด จะพิจารณา 5 อันดับถัดไปแทน และเลือกตามข้อ 2 ต่อไป
  4. ETFs ที่ได้มาจะนำไปพิจารณาความเหมาะสมในเรื่องความเสี่ยงด้านสภาพคล่องก่อนจะนำมาลงทุนจริง โดยในปีแรกที่เสนอขายกองทุน จะตั้งไว้ที่สภาพคล่องเฉลี่ย 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน

ตัวอย่างการเลือก ETF เพื่อลงทุนใน Theme ต่างๆ (ข้อมูล ณ วันที่ 2 กันยายน 2020)

จาก​ ETF ที่ลงทุนใน Stocks in Chinese Markets AUM สูงสุด 5 อันดับแรก เลือก MCHI เพราะมี AUM สูงที่สุด มี Expense Ratio ต่ำที่สุด และราคาต่ำกว่า $100/หน่วย

ETFs

AUM (MMUSD)

Expense Ratio

Price (USD/unit)

MCHI

6,234

0.59%

77.34

FXI

3,473

0.74%

44.53

KWEB

2,965

0.73%

72.85

ASHR

2,415

0.65%

35.94

GXC

1,725

0.59%

124.10

จาก​ ETF ที่ลงทุนใน Stocks in USA เนื่องจาก AUM สูงสุด 5 อันดับแรก ราคาสูงกว่า $100/หน่วย ทั้งหมด จึงไม่สามารถเลือกได้ เมื่อดูที่ AUM สูงสุด 5 อันดับถัดไป จึงเลือก SCHX เพราะมี AUM สูงที่สุด มี Expense Ratio ต่ำที่สุด และราคาต่ำกว่า $100/หน่วย

ETFs

AUM (MMUSD)

Expense Ratio

Price (USD/unit)

SPY

309,647

0.09%

352.60

IVV

221,606

0.03%

354.06

VOO

143,164

0.03%

324.02

QQQ

142,417

0.20%

299.92

IWB

25,022

0.15%

196.79

DIA

23,601

0.16%

286.79

SCHX

23,439

0.03%

84.91

VV

18,098

0.04%

164.49

RSP

13,168

0.20%

111.97

TQQQ

10,558

0.95%

169.74

จาก​ ETF ที่ลงทุนใน Stocks in India AUM สูงสุด 5 อันดับแรก เลือก EPI เพราะมี AUM สูงที่สุด มี Expense Ratio ต่ำที่สุด และราคาต่ำกว่า $100/หน่วย

ETFs

AUM (MMUSD)

Expense Ratio

Price (USD/unit)

INDY

618.57

0.93%

35.55

EPI

598

0.84%

23.73

INDL

119.39

1.33%

32.27

PIN

94.62

0.78%

19.57

INCO

81.34

0.75%

42.57

จาก​ ETF ที่ลงทุนใน Technology Stocks AUM สูงสุด 5 อันดับแรก เลือก XT เพราะมี AUM สูงที่สุด มี Expense Ratio ต่ำที่สุด และราคาต่ำกว่า $100/หน่วย

ETFs

AUM (MMUSD)

Expense Ratio

Price (USD/unit)

SKYY

5,196

0.60%

85.46

IXN

4,648

0.46%

280.01

XT

2,805

0.47%

49.86

ARKW

2,228

0.76%

115.45

CIBR

2,211

0.60%

37.35

จาก​ ETF ที่ลงทุนใน Healthcare Stocks AUM สูงสุด 5 อันดับแรก เลือก IXJ เพราะมี AUM สูงที่สุด มี Expense Ratio ต่ำที่สุด และราคาต่ำกว่า $100/หน่วย

ETFs

AUM (MMUSD)

Expense Ratio

Price (USD/unit)

IXJ

2,310

0.46%

72.54

IDNA

135

0.47%

37.55

GDNA

47

0.50%

64.59

HTEC

30

0.68%

34.52

CHNA

11.65

0.79%

31.52

จาก​ ETF ที่ลงทุนใน E-Commerce Stocks AUM สูงสุด 5 อันดับแรก เลือก ONLN เพราะมี AUM สูงที่สุด มี Expense Ratio ต่ำที่สุด และราคาต่ำกว่า $100/หน่วย

ETFs

AUM (MMUSD)

Expense Ratio

Price (USD/unit)

ONLN

25,230

0.36%

67.92

EMQQ

932.66

0.86%

55.85

IBUY

854.49

0.65%

93.90

CLIX

239.28

0.65%

90.81

EBIZ

62.99

0.50%

28.64

จาก​ ETF ที่ลงทุนใน Robot and AI Stocks AUM สูงสุด 4 อันดับแรก เลือก IRBO เพราะมี AUM สูงที่สุด มี Expense Ratio ต่ำที่สุด และราคาต่ำกว่า $100/หน่วย

ETFs

AUM (MMUSD)

Expense Ratio

Price (USD/unit)

BOTZ

1,870

0.68%

27.49

ROBO

1,310

0.95%

48.80

IRBO

173.35

0.47%

34.67

ROBT

113.29

0.65%

40.67

จาก​ ETF ที่ลงทุนใน Cloud Technology Stocks AUM สูงสุด 4 อันดับแรก เลือก WCLD เพราะมี AUM สูงที่สุด มี Expense Ratio ต่ำที่สุด และราคาต่ำกว่า $100/หน่วย

ETFs

AUM (MMUSD)

Expense Ratio

Price (USD/unit)

SKYY

5,196

0.60%

85.46

CLOU

1,220

0.68%

25.89

WCLD

722.22

0.45%

47.05

IVES

48.99

0.68%

44.53

จาก​ ETF ที่ลงทุนใน Game Industry Stocks AUM สูงสุด 5 อันดับแรก เลือก HERO เพราะมี AUM สูงที่สุด มี Expense Ratio ต่ำที่สุด และราคาต่ำกว่า $100/หน่วย

ETFs

AUM (MMUSD)

Expense Ratio

Price (USD/unit)

ESPO

415.14

0.55%

63.38

HERO

191.51

0.50%

27.75

BJK

50.65

0.66%

38.97

NERD

36.79

0.50%

26.28

BETZ

2

0.75%

20.02

จาก​ ETF ที่ลงทุนใน Fintech Stocks AUM สูงสุด 4 อันดับแรก เลือก FINX เพราะมี AUM สูงที่สุด มี Expense Ratio ต่ำที่สุด และราคาต่ำกว่า $100/หน่วย

ETFs

AUM (MMUSD)

Expense Ratio

Price (USD/unit)

IPAY

809.12

0.75%

56.98

FINX

739.13

0.68%

39.42

ARKF

399.43

0.75%

41.61

KOIN

12.27

0.95%

35.05

วิธีการจัดสัดส่วนลงทุนของ Thematic

นักลงทุนสามารถกำหนดนโยการการลงทุนของตัวเองเป็น Theme ตั้งแต่ 1 ถึง 5 กลุ่ม โดย Jitta Wealth จะทำการลงทุนด้วยสัดส่วนที่เท่ากันในแต่ละ Theme เพื่อกระจายความเสี่ยงให้สมดุลย์มากที่สุด อีกทั้งจะทำให้สามารถจัดสรรการลงทุนได้ง่ายเมื่อลูกค้ามีการเพิ่มทุนเข้ามา

ตัวอย่างเช่น นักลงทุนเลือกลงทุนทั้งหมด 4 Themes คือ US China Technology และ Healthcare Jitta Wealth จะทำการลงทุนในทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจที่นักลงทุนเลือก โดยลงทุนเฉลี่ยประมาณกลุ่มละ 25% เท่าๆ กัน

การบริหารจัดการพอร์ตฟอลิโอแบบอัตโนมัติ (Automated Management)

Jitta Wealth บริหารกองทุนด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งจะทำการปรับสัดส่วนการลงทุนให้กลับมาอยู่ในสัดส่วนที่ตั้งไว้เมื่อมูลค่าของทรัพย์สินใน Theme ใดๆเกินค่าที่กำหนดไว้ที่ 5% ของสัดส่วนตั้งต้น หรือเมื่อครบกำหนดการปรับสัดส่วน 1 ปี นับจากวันที่มีการปรับสัดส่วนครั้งล่าสุด ซึ่งจะช่วยให้พอร์ตของนักลงทุนเป็นไปตามนโยบายที่นักลงทุนต้องการอยู่เสมอ

จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป ปรากฏว่า หุ้นกลุ่ม Technology เพิ่มสูงขึ้นมาก สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 31% ของพอร์ตทั้งหมด เท่ากับว่าเกินสัดส่วนที่ควรจะเป็นมากกว่า 5% (จากสัดส่วนเฉลี่ยที่ 25% ในแต่ละกลุ่ม) ระบบจะทำการปรับพอร์ตอัตโนมัติ โดยทำการซื้อและขายหุ้นทั้ง 4 กลุ่ม ให้กลับมามีสัดส่วนการลงทุนเฉลี่ยที่ 25% เท่าๆ กันดังเดิม

วิธีการนี้จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุนจากการมีเงินลงทุนอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากหรือน้อยเกินไป ส่งผลให้นักลงทุนจะได้รับประโยชน์จากศักยภาพการเติบโตโดยรวมของกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ โดยมีความผันผวนที่ลดน้อยลงมาก

นอกจากนี้ การใช้ระบบปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละ Theme อย่างอัตโนมัติ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนในการเพิ่มเงินลงทุน โดยไม่ต้องคอยติดตามว่า ควรจะลงทุนใน Theme ไหน เท่าไหร่ ตอนไหน ทำให้ ช่วยลดเวลา ลดความผิดพลาด และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการไปลงทุนด้วยตนเอง

การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน

เมื่อคุณต้องการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน เช่น เลือกซื้อธีมอื่น เพิ่มหรือลดธีมที่มีอยู่ คุณสามารถทำได้หลังจากที่ลงทุนแล้วเกิน 3 เดือน โดยระบบจะขายธีมที่มีสัดส่วนเกิดจากที่กำหนดไว้ เพื่อไปซื้อธีมที่สัดส่วนขาด หรือธีมใหม่ เข้ามาโดยอัตโนมัติ

ลงทุนสบายใจ ในธุรกิจที่คุณเชื่อมั่น
เปิดบัญชี Thematic วันนี้ ออกแบบพอร์ตลงทุน และอนาคตของคุณ ให้เติบโตไปพร้อมๆ กัน