บทความพิเศษ
สิ่งที่ผมชอบ คือการลงทุนที่มีเหตุผลมีหลักการและที่มาที่ไป
อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ Co-founder และ  Chief Product Officer 
ของเว็บไซต์ Pantip
Why you Investเพราะปลูกฝังให้ออมเงินตั้งแต่เด็กผมเรียนทางด้านวิศวะคอมพิวเตอร์ และได้มีโอกาสเข้ามาทำงานกับ Pantip.com ซึ่งเรามีความคิดว่า เราอยากจะแก้ปัญหาให้คอมมูนิตี ออนไลน์ที่นี่

ผมเป็นคนที่โชคดี ที่มีความสนใจเรื่องการออมเงิน ตั้งแต่เด็ก คุณพ่อคุณแม่จะมีกระปุกออมสินให้เราหยอดเงิน แล้วก็พาไปเปิดสมุดบัญชีเงินฝากพอเข้ามัธยมปลายก็เริ่มหาเงินก้อนแรกได้ด้วยการแข่งคอมพิวเตอร์ พอเข้ามหาลัยก็หารายได้ทางอื่น ด้วยตัวเราเอง เช่น รับเขียนโปรแกรม ฯลฯ

ผมตั้งเป้าเอาไว้ว่า ถ้าจบมหาลัยอยากสะสมเงินให้ได้ 100,000 บาท ซึ่งก็ทำได้ หลังจากนั้นผมก็ฝากเงินในบัญชีฝากประจำ 2 ปี โดยแบ่งเงินเดือนครึ่งหนึ่งเพื่อออม เป็น 2 ปีที่มีวินัยและอดกลั้น มากที่จะไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยต่างๆ การเก็บออมเงินมันทำให้เรา รู้สึกปลอดภัยและมั่นคงในชีวิต
Why you choose Jitta Wealthเพราะการลงทุนควรกระจายความเสี่ยงพอผมเริ่มเข้าใจหลักการของ Jitta Wealth แล้ว ปัจจุบันผมเข้าไปเปิดพอร์ตลงทุนกับ Jitta Wealth อีกหลายพอร์ตด้วยกัน ทั้งพอร์ตไทย เวียดนามและสหรัฐฯ

นอกจากนี้ยังลงในพอร์ตที่ความเสี่ยงไม่สูงมาก อย่าง Global ETF โดยเราตั้งใจใส่เงินเพิ่มเข้าไปเดือนละ 10,000 บาทในพอร์ตนี้เรื่อยๆ จนเกษียณเลย

ทุกวันนี้ก็ถือว่ามีการลงทุนที่มั่นคงแล้ว แล้วเป้าหมายการเก็บเงิน 10 ล้านภายในอายุ 40 ปี ก็ทำได้แล้วด้วย ดังนั้นหลังจากนี้ผมตั้งใจจะลงทุนใน Jitta Wealth เป็นหลักเพื่อวางแผนเกษียณต่อไป
“ความสุขของมนุษย์มีหลายปัจจัย เรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัย สุขภาพที่แข็งแรง และการสร้างความมั่นคงในชีวิต ซึ่งแทบทุกอย่างต้องใช้เงิน”เว็บไซต์ที่อยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 20 ปีอย่าง Pantip.com เติบโตและยืนหยัด ท่ามกลางโซเชียลมีเดียอื่นๆ มาได้ ด้วยฝีมือของหัวเรือใหญ่อย่าง บอย อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ที่เป็นทั้ง Co-founder และก็ Chief Product Officer ของเว็บไซต์ Pantip
"การลงทุนคือการทำงานแบบยกกำลัง มันคือการที่เรานำเงินไปลงทุน แล้วมันจะสร้างผลตอบแทนให้เราแบบทวีคูณ"

ด้วยความรักในงานสายวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่ร่ำเรียนมา เขาจึงทำงานอยู่กับ Pantip ยาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่วันที่ไม่มีเงินเดือน มาจนถึงวันที่ขึ้นเป็นหัวหน้า เพราะหลักในการใช้ชีวิต ที่มีหน่วยวัดเป็นความสุข “ความสุขของมนุษย์มีหลายปัจจัย ตั้งแต่ความต้องการ พื้นฐาน เรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัย สุขภาพที่แข็งแรง และการสร้างความมั่นคงในชีวิต ซึ่งก็ต้องใช้เงิน” เขากล่าวเช่นนั้น ดังนั้น เขาจึงเลือก ‘ลงทุน’ ในที่ที่มั่นคงและเชื่อถือได้

เพราะชอบลงทุนในที่ที่มั่นคงพอผมเริ่มมีเงินเก็บเยอะขึ้น โอกาสการลงทุนก็จะเยอะขึ้นตาม ผมเริ่มสนใจตลาดหุ้น อ่านหนังสือของ ดร.นิเวศน์ ที่เป็นลงทุนแบบ Value Investing สิ่งที่ผมชอบในการลงทุนแบบนี้ คือมันมีเหตุผล มีหลักการที่มาที่ไป เพราะมันคือการที่เราได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับบริษัท หรือเป็นเจ้าของบริษัทนั้น เราจึงสนใจการลงทุนในแนวทางนี้

จนเมื่อผมอายุ 30 ปี ก็มีเงิน 1 ล้านบาทได้ จากทั้งการทำงานหารายได้ เก็บออม ฝากประจำ และลงทุนในหุ้นด้วย พออายุ 30 ปี ผมก็เริ่มตั้งเป้าหมายมากขึ้นว่าอยากมีเงิน 10 ล้านภายในอายุ 40 ปี มันยากนะแต่เราก็พอรู้แล้วว่ามันต้องทำยังไง พอเราเริ่มมีความรู้มากขึ้น เริ่มนำงบการเงินของบริษัทต่างๆ มาอ่านเยอะขึ้น ก็ส่งผลให้เราเหนื่อยมากกับการลงทุน เพราะหุ้นมันมีตั้งหลายร้อยตัว สุดท้ายเราก็ไม่มีเวลาไปตามก็เลยทิ้งพอร์ตหุ้นไว้เฉยๆ จนได้มาเจอกับ Jitta
เพราะเทคโนโลยีนั้นเชื่อถือได้

ตอนนั้นผมลองเข้าไปใช้ Jitta เวอร์ชันแรก ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลหุ้นแล้ว มีให้กดโหวตหุ้นที่คุณชอบ จนเวลาผ่านไป Jitta เริ่มมีการปรับปรุงจนมี Jitta Score ที่ช่วยประเมินมูลค่าบริษัทว่าดีหรือไม่ คล้ายกับหลักการ Value Investing ทั้งเรื่องรายได้ กำไร ฯลฯ และ Jitta Line ที่ช่วยประเมินมูลค่าที่แท้จริงว่าบริษัทเหล่านั้นควรมีมูลค่าเท่าไหร่ในตลาด

ในตอนนั้นเราซื้อหุ้นที่อยู่ใน Jitta Ranking 5 อันดับแรก ถือไปสักปีนึง บางตัวบวกมาก บางตัวก็ติดลบ เลยมาทำความเข้าใจใหม่ว่า เราควรจะกระจายความเสี่ยงมากกว่านี้

โดยต้องซื้อหุ้น 20-30 ตัว เราก็มานั่งเคาะซื้อไป ปรากฏว่าเหนื่อยมากเลย

จนมาถึงจุดที่เราคิดว่าน่าจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า หลังจากนั้นผมเลยเริ่มใช้บริการของ Jitta Wealth ซึ่งมันช่วยให้เราไม่ต้องเสียเวลา ถ้าระบบซื้อแล้วทำกำไรได้ เขาก็ขอแบ่งกำไรบางส่วนออกไป แต่ถ้าพอร์ตไม่กำไร เราก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนั้น มันเป็นแนวคิดที่ดีและก็แฟร์มากๆ ผมเลยลองเปิดพอร์ต Jitta Ranking หุ้นไทยในช่วงเวลานั้น

ผมมองว่า เทคโนโลยี เข้ามาช่วยงานมนุษย์ได้จริงๆ และถ้าเราจะลงทุนในตลาดหุ้นที่เราไม่ชำนาญ อย่าง ตลาดหุ้นเวียดนาม หรือ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เราไม่รู้ข้อมูลเลย เราไม่มีทางประเมินเองได้ ดังนั้นเราจึงไว้ใจให้เทคโนโลยีประเมินให้กับเรา ก็เลยฝากให้ Jitta Wealth จัดการให้ ชีวิตจะได้มีเวลามากขึ้น เพื่อเอาไปทำอย่างอื่น และจะได้ไม่เสียเวลาในการมานั่งลงทุนเอง”

เงินเติบโตด้วยกองทุนส่วนบุคคล
Jitta Wealth
ลงทุนอย่างสบายใจ กำไรอย่างยั่งยืน
เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ดูทั้งหมด
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2022 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด