จากคุณครูผู้ปฏิเสธวงจรหนี้ สู่การสร้างพอร์ตเกษียณแตะ 7 หลัก
คุณวีระชาติ จันทร์แจ้ง
คุณครูวิชาคอมพิวเตอร์

“เงินต้นไม่ถึงล้าน แต่พอร์ตทะลุล้านได้สำเร็จ… นั่นคือวันที่ผมมั่นใจที่สุดว่า Global ETF คือคำตอบที่ใช่สำหรับพอร์ตเกษียณของผม” Global ETF ผลตอบแทน (MWR) +75.18% (8 ก.พ. 64 – 30 ก.ย. 69)
จากคุณครูผู้ปฏิเสธวงจรหนี้ รีวิว Jitta Wealth สู่การสร้างพอร์ตเกษียณแตะ 7 หลักด้วย Global ETF
“ผลสำรวจมักจะบอกว่าครูเป็นอาชีพที่มีหนี้สินเยอะที่สุด แต่ผมตั้งปณิธานไว้ตั้งแต่แรกเลยว่า ผมจะไม่ยอมเป็นครูที่มีหนี้สินเด็ดขาด และถ้าเราอยากมีอิสรภาพในวัยเกษียณ เราต้องเริ่มต้นสร้างมันด้วยวินัยของตัวเราเอง” คุณครูวีระชาติ จันทร์แจ้ง ครูวิชาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ย่านบางบัวทอง เล่าถึงความมุ่งมั่นทางการเงินที่เขาพยายามสร้างมาโดยตลอด และล่าสุด เขาสามารถสร้างพอร์ตลงทุนกับ Jitta Wealth ให้ไปถึงล้านแรกได้อย่างภาคภูมิใจใน Global ETF ผลตอบแทน (MWR) +75.18% (8 ก.พ. 64 – 30 ก.ย. 69)
เมล็ดพันธุ์แห่งวินัย จากสมุด “จดแล้วไม่จน”
ย้อนกลับไปในเส้นทางของความมุ่งมั่นนี้ เขาเล่าว่าจุดเริ่มต้นมาจากแคมเปญของรัฐบาลที่ได้ยินในวัยเด็ก ชื่อว่า “จดแล้วไม่จน” ที่สอนให้เด็กๆ จดรายได้-รายจ่ายลงในสมุดบัญชีครัวเรือน ปูรากฐานความคิดทางการเงินของคุณครูวีระชาติให้เริ่มเข้าใจพฤติกรรมการใช้จ่ายตั้งแต่ตอนนั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งเหล่านั้นก็เลือนหายไป กระทั่งบทเรียนการเงินในชีวิตจริงได้เริ่มต้นขึ้น
คุณครูวีระชาติก้าวเข้าสู่วัยทำงานในต่างจังหวัด เขาพบว่ารายได้ที่เข้ามาในแต่ละเดือน สุดท้ายกลับร่อยหรอและหายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว ความสงสัยในใจเริ่มก่อตัวขึ้นว่า “ทำไมเราทำงานหนัก ได้เงินมาแล้ว แต่เงินถึงหมดไปเร็วเหลือเกิน?”
ความสงสัยนั้นผลักดันให้คุณครูหันหน้าเข้าหาหนังสือการเงิน เริ่มต้นจากคัมภีร์เปลี่ยนชีวิตอย่าง “พ่อรวยสอนลูก” (Rich Dad Poor Dad) ของ Robert Kiyosaki ควบคู่ไปกับการติดตามบทเรียนจาก โค้ชหนุ่ม (จักรพงษ์ เมษพันธุ์) ซึ่งเน้นย้ำถึงเสาหลักทางการเงิน 4 ประการ ได้แก่ รายได้, ค่าใช้จ่าย, เงินออม และการลงทุน ทำให้ภาพในอดีตเริ่มกลับมา
เขาตั้งหน้าตั้งตาจัดการ 3 เสาหลักแรกให้แข็งแกร่งก่อนด้วยการควบคุมรายจ่าย เพิ่มพูนรายได้ และรักษาวินัยการออมอย่างเคร่งครัด จนกระทั่งเงินออมในบัญชีเริ่มพอกพูน จึงถึงเวลาที่ต้องก้าวเข้าสู่เสาหลักต้นสุดท้าย… นั่นคือ “การลงทุน”
ก้าวแรกในตลาดทุน กับบทเรียนความผันผวนที่เกือบถอดใจ
เส้นทางการลงทุนของคุณครูวีระชาติเริ่มต้นขึ้นเหมือนกับนักลงทุนรายย่อยทั่วไป คือการเปิดบัญชีซื้อหุ้นไทยรายตัว
“ตอนนั้นซื้อแบบยังไม่มีความรู้อะไร ซื้อหุ้นรายตัวไปเรื่อยๆ พอมีเงินปันผลเข้ามา แต่เราก็รู้ตัวเองว่าเรายังไม่เชี่ยวชาญเรื่องการเลือกหุ้น”
เมื่อตระหนักว่าหุ้นรายตัวต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกและมีเวลาติดตาม เขาจึงเริ่มเบนเข็มเข้าหากองทุนรวม ซื้อหนังสือมาศึกษาจนเข้าใจเรื่องการจัดสรรสินทรัพย์และความเสี่ยง แล้วเปิดพอร์ตผ่านแอปพลิเคชันเลือกลงทุนตามบทวิเคราะห์และหนังสือชี้ชวน ทว่าบททดสอบที่แท้จริงของตลาดทุนไม่ใช่การเลือกสินทรัพย์ แต่เป็น “สภาวะจิตใจ”
ในยุคแรกที่เผชิญกับตลาดขาลง ตัวเลขสีแดงและพอร์ตที่ติดลบทำให้เกิดความวิตกกังวลจนทนไม่ไหว ถึงขั้นยอมตัดใจขายทิ้งเพื่อหยุดขาดทุน ประสบการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นบทเรียนราคาแพงว่า หากปราศจากเครื่องมือและกลยุทธ์ที่เหมาะสม อารมณ์ของมนุษย์มักจะพ่ายแพ้ต่อความผันผวนของตลาดเสมอ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว ขณะที่คุณครูกำลังฟังรายการ The Standard Podcast ซึ่งสัมภาษณ์ผู้บริหารของ Jitta Wealth ทำให้เขาได้รู้จักคำว่า “กองทุนส่วนบุคคล” (Private Fund) ที่บริหารจัดการด้วยเทคโนโลยี AI และนั่นก็ได้จุดประกายความหวังใหม่ให้กับเขา
คุณครูวีระชาติเริ่มเข้ามาศึกษาเครื่องมือบนแพลตฟอร์มของ Jitta ตั้งแต่การใช้ Jitta Score ในการสแกนหุ้นรายตัว แต่พบว่ายังมีความซับซ้อนเกินไป จนกระทั่งปี 2564 จึงได้เริ่มเปิดพอร์ตแรกผ่านพอร์ต Thematic DIY ด้วยธีมเทคโนโลยี แต่เมื่อความผันผวนกระหน่ำอย่างหนักจนพอร์ตติดลบลึก คุณครูวีระชาติไม่ตื่นตระหนกเหมือนในอดีต แต่ใช้สติทบทวนและปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ ด้วยการโยกพอร์ต Thematic DIY มาเข้าสู่ Global ETF แผนเติบโต
วินัย DCA และวันที่พอร์ตเติบโตแตะ 7 หลัก
คุณครูวีระชาติยึดหลักการจัดพอร์ตตามเป้าหมาย (Goal-Based Investing) เป็นหลัก แต่ก็สอดคล้องกับ Core & Satellite โดยธรรมชาติ เพราะเขาวางพอร์ต Global ETF ไว้ให้เป็น “พอร์ตหลัก” (Core Portfolio) ที่มีเป้าหมายเพื่อการเกษียณอายุ และเป็น “พอร์ตลูกรักอันดับ 1”
ส่วนกองทุนรวมที่ลงทุนอยู่เขาเตรียมไว้สำหรับเป้าหมายระยะกลาง เช่น ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ ท่องเที่ยวต่างประเทศ และกองทุน RMF สำหรับลดหย่อนภาษี และยังมีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงที่เตรียมไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน สภาพคล่องสูง ถอนง่าย ซึ่งทั้งหมดนี้เขาบริหารจัดการและบันทึกข้อมูลผ่าน Excel เพื่อคอยรีวิวไม่ให้เครื่องมือซ้ำซ้อนกัน
ในฐานะพอร์ตลูกรัก คุณครูวีระชาติปักธงให้ Global ETF มีสัดส่วนเงินลงทุนและอัตราการ DCA สูงที่สุด เพราะเขาตั้งใจลงทุนระยะยาว และหวังให้พอร์ตเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยวินัยการออม และ DCA
“แม้แต่ในช่วงแรกที่ระบบยังไม่มีการตัด DCA อัตโนมัติ ผมก็ต้องชมตัวเองว่าผมมีวินัยมากพอที่จะเข้าไปกดโอนเติมเงินเข้าพอร์ตด้วยตัวเองทุกๆ เดือนไม่เคยขาด”
ด้วยวินัยเหล็กที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลาผ่านไป ดอกเบี้ยทบต้นและพลังของการกระจายความเสี่ยงระดับโลกใน Global ETF ได้แผลงฤทธิ์ จนกระทั่งถึงวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตการลงทุน คือการได้เห็นพอร์ตของเขามีมูลค่ารวมทะลุ 1,000,000 บาท ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในชีวิตการลงทุน
“Global ETF เป็นพอร์ตที่ “เห็นน้ำเห็นเนื้อมากที่สุด” ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าการฝากเงินธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด จุดที่ทำให้ผมภูมิใจและประทับใจที่สุดคือ พอร์ตนี้สามารถเติบโตแตะ 7 หลัก (ทะลุ 1,000,000 บาท) ได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่เงินต้นจริงๆ ยังไม่ถึง 1 ล้านบาทเลย กำไรสะสมและผลตอบแทนที่เติบโตอย่างมั่นคงทำให้ผมมั่นใจใน Jitta Wealth และยกให้เป็นพอร์ตเกษียณ วินาทีที่เห็นตัวเลขพอร์ตกลายเป็น 7 หลัก ผมดีใจมากจนต้องเข้าไปโพสต์แชร์ในกลุ่ม Jitta Wealth Official”
ทุกวันนี้คุณครูวีระชาติยังคงเปิดดูพอร์ตทุกวัน แต่ความรู้สึกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้แพนิกเหมือนเดิมแต่เปิดดูเพื่อเรียนรู้และเข้าใจ
“ผมดูทุกวันเพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเอง และดูว่าเนื้อในพอร์ตของเราถือ ETF อะไรอยู่บ้าง เราผ่านช่วงโควิด ผ่านช่วงสงครามมาแล้ว เวลาเห็นพอร์ตติดลบ ผมไม่เคยเสียใจหรือคิดจะขายทิ้งเลย เพราะเข้าใจดีว่าเราลงทุนระยะยาว เดี๋ยวพอมันผ่านไป มันก็กลับขึ้นมาเอง เพราะเรามั่นใจว่าเราลงทุนระยะยาวและสินทรัพย์ข้างในมีคุณภาพ”
ครูผู้ไม่ยอมเป็นหนี้ กับภารกิจส่งต่อภูมิคุ้มกันทางการเงิน
ในสังคมไทย เป็นที่ทราบกันดีจากผลสำรวจแทบทุกสำนักว่า “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” เป็นหนึ่งในกลุ่มวิชาชีพที่มีภาระหนี้สินเฉลี่ยสูงที่สุด แต่คุณครูวีระชาติกลับเลือกเดินในเส้นทางที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
“ตั้งแต่เป็นครูมา ผมตั้งปณิธานไว้เลยว่าผมจะไม่ยอมเป็นครูที่เป็นหนี้เด็ดขาด ผมจึงตั้งใจนำเงินมาลงทุนผ่านสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือและมีเทคโนโลยีช่วยบริหารจัดการจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า”
คุณครูวีระชาติมั่นใจว่า เขาคือหนึ่งในครูเพียงไม่กี่คนที่ไม่มีปัญหาทางการเงิน ซึ่งรากฐานที่สำคัญคือการมี “ความรู้ทางการเงิน” ที่ถูกต้อง ซึ่งเขามองว่านี่คือ “ภูมิคุ้มกัน” ที่ควรสร้างและปลูกฝังให้กับคุณครูในประเทศไทยทุกๆ คน เพราะหากครูสามารถจัดการเรื่องเงินของตัวเองได้ดี ก็จะมีพลังไปจัดการเรื่องการเรียนการสอนและดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเขาได้ให้แนวทางกับครูท่านอื่นๆ ว่า
“ตามทฤษฎีการเงินคือ การตัดเงินเพียง 10% ของรายได้ออกมาเริ่มต้นออมและลงทุน อย่ารอให้มีเงินก้อนใหญ่แล้วค่อยลงทีเดียว ค่อยๆ ใส่เข้าไปให้เงินมันทบกันไปเรื่อยๆ ช่วงแรกผลตอบแทนอาจจะยังดูไม่เยอะ แต่พอสะสมได้เงินหมื่น ได้เงินแสน ความภูมิใจมันจะเกิดขึ้นเอง ขอเพียงให้เวลาพอร์ตได้ทำงานสัก 2–3 เดือน หรือ 1 ปี อย่าเพิ่งท้อถอยกับตัวเลขติดลบในระยะสั้น”
สำหรับคุณครูวีระชาติ การสร้างอิสรภาพทางการเงินไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรามีเงินเดือนเริ่มต้นเท่าไร แต่อยู่ที่วินัย การเลือกเครื่องมือที่ถูกต้อง และความอดทนในการรอคอยผลตอบแทนระยะยาว
จากสมุด “จดแล้วไม่จน” ในวัยเยาว์ สู่การบริหารจัดการเงิน 4 ด้าน และการตกผลึกเป็นระบบ DCA ใน Global ETF แผนเติบโตของ Jitta Wealth จนพอร์ตทะลุ 7 หลักได้สำเร็จ เรื่องราวของคุณครูวีระชาติจึงไม่ได้เป็นเพียงบทพิสูจน์ความสำเร็จของนักลงทุนรายบุคคล แต่เป็นพิมพ์เขียวแห่งแรงบันดาลใจให้แก่เพื่อนครูและมนุษย์เงินเดือนทุกคนที่เชื่อมั่นว่า… อนาคตทางการเงินที่มั่นคง สร้างขึ้นได้ด้วยวินัยในมือเราเอง


ดูรายละเอียดแผนการลงทุน








