คุณประวิทย์ โนนมี
พนักงาน Messenger บริษัทเอกชน

“เมื่อก่อนผมใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน ทำงานมาหลายปีก็ไม่มีเงินเก็บ แต่วันนี้ผมเปลี่ยนชีวิตด้วยวินัย DCA เพื่อสร้างเงินไว้ใช้ยามเกษียณ”
Global ETF+27.23% (19 พ.ย. 67-29 ก.ย.69) Thematic Optimize +58.65% (7 มี.ค. 68-29 ก.ย.69)
จาก Messenger เงินเดือนชนเดือน รีวิว Jitta Wealth สู่เส้นทางสร้างอิสรภาพเกษียณ
ในโลกของมนุษย์เงินเดือน โดยเฉพาะพนักงานเอกชนหลายคนอาจคุ้นเคยกับการใช้เงินแบบ “เดือนชนเดือน” คุณประวิทย์ โนนมี ก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น ย้อนกลับไปหลายปีก่อน เขาทำงานในตำแหน่งพนักงาน Messenger รับ-ส่งเอกสารให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มีรายได้ประจำเป็นเงินเดือน ใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป ทำงาน ใช้จ่ายไปเรื่อยๆ แบบเดือนชนเดือน แต่วันนี้เขามีพอร์ตที่เตรียมไว้สำหรับวัยเกษียณ จาก Global ETF+27.23% (19 พ.ย. 67-29 ก.ย.69) และ Thematic Optimize +58.65% (7 มี.ค. 68-29 ก.ย.69)
เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีความรู้เรื่องการเงินมากนัก ในวัย 30 ต้น ๆ เขามักจะหมดเงินไปกับของฟุ่มเฟือยเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การแต่งรถ จนเมื่อเกิดวิกฤตการเงินในชีวิต ต้องไปเอ่ยปากหยิบยืมเงินคนอื่น แต่ในวันที่ไม่มีใครให้ยืมหรือช่วยเหลือได้ นั่นคือจุดกระตุกความคิดครั้งใหญ่ในชีวิต
“ผมมานั่งนึก นั่งคุยกับตัวเองว่า ทำไมเราทำงานมาตั้งหลายปี แต่ไม่มีเงินเก็บสักที พอเดือดร้อนก็ต้องไปยืมคนอื่น พอไม่มีใครช่วยมันก็ทำอะไรไม่ได้ มันเลยกระตุ้นตัวเองขึ้นมา”
เมื่อหลุดวงจร “เงินเดือนชนเดือน” ก็เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล
จุดนั้นจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเริ่มหันกลับมาจัดการเรื่องเงินของตัวเองอย่างจริงจัง
เขาเริ่มจากการแสวงหาความรู้ จากหนังสือ พ่อรวยสอนลูก ซึ่งแปลโดย โค้ชหนุ่ม (จักรพงษ์ เมษพันธุ์) จากนั้นจึงติดตามโค้ชหนุ่มเรื่อยมา เริ่มเรียนรู้พื้นฐานการจัดการเงิน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เร่งปลดหนี้จนหมดสิ้น และเริ่มเก็บเงินสำรองฉุกเฉินได้ตามคำแนะนำ จากคนที่เคยใช้เงินเก่ง ไร้การวางแผน เขาใช้เวลา 3–4 ปีในการจัดระบบการเงินใหม่ทั้งหมด เพื่อให้พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ “โลกแห่งการลงทุน”
“ก่อนจะลงทุน เราต้องเรียนรู้เรื่องการเงินก่อน จัดสรรเงินตัวเองให้ได้ แค่จดรายรับ-รายจ่าย ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด ถ้าจดแล้วเราจะเห็นทันทีว่าเงินเราหายไปไหน ถ้าไม่พอใช้ เราก็ไปหาเพิ่ม หรือลดรายจ่ายลง”
ลองผิดลองถูกในการลงทุน สู่ความเครียดจากการ “เทรด”
เมื่อฐานการเงินเริ่มแน่น โค้ชหนุ่มได้แนะนำให้เริ่มลงทุน คุณประวิทย์เริ่มต้นก้าวแรกด้วยการเดินไปเปิดบัญชีกองทุนรวมกับธนาคารที่ใช้รับเงินเดือน ด้วยความที่ยังเป็นมือใหม่และเลือกหุ้นไม่เป็น เขาจึงตัดสินใจ DCA กระจายซื้อกองทุนแนว Thematic ไปถึง 7 กอง ผ่านไป 1 ปี พอร์ตสร้างผลตอบแทนได้ราว ๆ 4–5%
แต่นั่นยังไม่ตอบโจทย์ความอยากรู้ เขาจึงแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปลองเป็น “เทรดเดอร์” ในตลาดหุ้นดูบ้าง แต่หลังจากลองเทรดอยู่ 1 ปีเต็ม สิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่ความร่ำรวย แต่เป็น “ความเครียด”
“ไปลองเทรดมาปีนึง มันไม่ได้ไม่เสีย อยู่กับที่ครับ แล้วมันเครียดเวลามันไม่เป็นไปตามระบบ คิดว่าการเทรดคงไม่เหมาะกับเรา พอมาเทียบกับการลงทุนแบบ DCA แล้ว DCA ตอบโจทย์และสบายใจกว่าเยอะ ขึ้นลงไม่หวือหวา แต่เติบโตไปเรื่อยๆ “
ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาตกผลึกทันทีว่า ตัวเองไม่ใช่สายเก็งกำไรที่ต้องมาคอยเฝ้าหน้าจอ แต่เขาคือ “นักลงทุนทรงยาวสาย DCA” ที่ต้องการความสงบทางใจและชัยชนะในระยะยาว
หลงเสน่ห์ Global ETF และค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า
ขณะที่กำลังมองหาเส้นทางลงทุนระยะยาว โค้ชหนุ่มได้แนะนำให้รู้จักกับ Jitta Wealth และได้มีโอกาสฟัง คุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ซีอีโอ Jitta Wealth อธิบายแนวคิดการลงทุน จุดที่ทำให้คุณประวิทย์ตัดสินใจเปิดพอร์ตทันทีคือ “การคำนวณเรื่องค่าธรรมเนียม”
“พอฟังคุณเผ่าพูดเรื่องค่าธรรมเนียม ผมก็เอะใจ กลับไปดูกองทุนที่ลงไว้กับธนาคารเดิม พบว่าคิดค่าธรรมเนียม 1% กว่าขึ้นไปทั้งนั้น เพราะเป็นกองทุนเชิงรุก (Active Fund) ถ้าลงทุนไปหลาย ๆ ปี ค่าธรรมเนียมนี้กลายเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เยอะมาก แต่พอมาดู Jitta Wealth ค่าธรรมเนียมเขาถูกกว่าเยอะ แถมเน้นลงทุนใน Global ETF ที่กระจายความเสี่ยงทั่วโลก เหมาะกับการ DCA ยาว ๆ ผมเลยตัดสินใจปิดพอร์ตที่ธนาคารทั้งหมดแล้วมาเริ่มกับ Jitta Wealth”
เขาเริ่มต้นเปิดพอร์ตแรกคือ Global ETF เน้นการสะสมเงินลงทุนและตัดเงิน DCA อัตโนมัติทุก ๆ เดือน ปล่อยให้ AI บริหารจัดการพอร์ตและ Rebalance ให้อัตโนมัติ ทำให้เขาไม่ต้องมานั่งกังวลหรือเลือกหุ้นเองให้ยุ่งยาก
“การลงทุนระยะยาว ค่าธรรมเนียมคือสิ่งสำคัญมาก Jitta Wealth ตอบโจทย์ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมที่ถูก นโยบาย Global ETF ที่มั่นคง และมี AI คอยดูแลพอร์ตให้แบบอัตโนมัติ ทำให้เราเอาเวลาไปใช้ชีวิตได้เต็มที่”
Mindset ตลาดขาลงที่มองเป็น “ของลดราคา”
ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ลงทุนกับ Jitta Wealth คุณประวิทย์ต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาดโลก โดยเฉพาะช่วงที่สหรัฐฯ มีการประกาศ Trump Tariff ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงมา หนักสุดคือพอร์ตของเขาติดลบลึกไปเกือบ 20%
หากเป็นนักลงทุนมือใหม่ทั่วไปอาจจะตกใจและรีบขายตัดขาดทุน แต่สำหรับคุณประวิทย์ เขากลับรู้สึกตรงกันข้าม
“ตอนพอร์ตลบไป 20% ผมไม่ตกใจเลยครับ เพราะฟังมาเยอะแล้วว่า DCA มันก็ต้องเจอแบบนี้ แถมใจจริงผมยังอยากให้ตลาดลงมามากกว่านี้ด้วยซ้ำ เพราะพอร์ตเรายังไม่โต ยิ่งลงเรายิ่งได้เก็บของถูก ตอนนี้ตลาดกำลังจะทำ All-Time High ก็ไม่กังวลว่ามันจะตกอีก เพราะผมวางแผนลงทุนยาว 10–20 ปี มุ่งหวังพลังของดอกเบี้ยทบต้นเป็นหลัก”
ในด้านการบริหารความเสี่ยง คุณประวิทย์ได้ประยุกต์ใช้หลักการจัดพอร์ตแบบ Core and Satellite อย่างเป็นระบบ
Core Portfolio (60%): ลงทุนใน Global ETF เพื่อเป็นเสาหลักของพอร์ต มุ่งเน้นความมั่นคง กระจายความเสี่ยงทั่วโลก และไม่คิดจะแตะต้องเงินก้อนนี้
Satellite Portfolio (40%): ลงทุนใน Thematic Optimize เพื่อเป็นกองหน้าในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นในธีมธุรกิจแห่งอนาคต
วินัยออม 30–40% ของเงินเดือน สร้างเงินก้อนก่อนเกษียณ
ปัจจุบันในวัย 35 ปี คุณประวิทย์จัดสรรเงินจากเงินเดือนประจำนำมาลงทุนแบบ DCA อัตโนมัติสูงถึง 30–40% ของเงินเดือน ทุกๆ เดือน เนื่องจากไม่มีภาระหนี้สินแล้วและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
เป้าหมายสูงสุดของเงินก้อนนี้ไม่ใช่การเอาไปซื้อของหรูหรา แต่เป็น “เงินก้อนสุดท้ายเพื่อการเกษียณ” เพื่อให้แน่ใจว่าในวันที่ไม่มีแรงทำงานแล้ว เขาจะมีเงินก้อนที่สร้างจากดอกเบี้ยทบต้นไว้ดูแลตัวเองได้อย่างมั่นคง
นอกจากนี้ เขายังพยายามแบ่งปันประสบการณ์และชวนเพื่อน ๆ ร่วมอาชีพมาเริ่มจัดการการเงิน แม้คนส่วนใหญ่จะมองว่า “เงินเดือนน้อยจะเอาอะไรไปเก็บ” แต่คุณประวิทย์อยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ไม่ว่าทำอาชีพอะไร หากมีวินัยและความรู้ที่ถูกต้อง ทุกคนก็สามารถสร้างอนาคตทางการเงินได้จริง
“จริงๆ ผมก็เป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งครับ แต่อยากบอกว่าถ้าทุกคนมีพื้นฐานความรู้เรื่องการเงิน มันจะดีมาก ยิ่งเราเป็นคนหาเงินยาก ยิ่งต้องรู้จักจัดสรรเงิน จดรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้รู้ว่าเหลือเท่าไร แล้วนำมาตัด DCA ทิ้งไว้ การลงทุนแบบ DCA กับ Jitta Wealth มันไม่หวือหวา แต่มันให้ความสบายใจ และตอบโจทย์ชีวิตพนักงานอย่างผมมากที่สุดแล้วครับ”







