คุณรัชวรรณ เจิดเสริมอนันต์
ข้าราชการแพทย์

“การลงทุนที่ดีต้องไม่กระทบกับการทำงานและชีวิตประจำวัน เราเอาเวลาไปทำงานหาเงิน แล้วเลือกระบบที่ไว้วางใจให้ทำหน้าที่แทนดีกว่า
Omni Fund +14.58% (17 ต.ค. 68-1 ก.ย.69)
เมื่อ “การลงทุนที่น่าเบื่อ” คือเคล็ดลับสู่พอร์ตเกษียณที่ยั่งยืน รีวิว Jitta Wealth
“จริง ๆ แล้ว รู้สึกว่าการลงทุนมันเป็นเรื่องน่าเบื่อ… มันเหมือนการวิ่งมาราธอนที่เราต้องอดทนวิ่งไปเรื่อยๆ แต่มันเป็นการศึกษาครั้งเดียวแล้วใช้ได้ทั้งชีวิต การลงทุนที่ดีต้องไม่กระทบกับการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน เราเอาเวลาไปทำงานหาเงิน แล้วเลือกระบบที่เราไว้วางใจให้ทำหน้าที่แทนดีกว่า”
นี่คือบทสรุปที่ตกผลึกจากประสบการณ์จริงของ คุณรัชวรรณ เจิดเสริมอนันต์ ข้าราชการแพทย์ วัย 34 ปี ผู้เคยผ่านสมรภูมิทั้งหุ้นซิ่ง เทรดคริปโทฯ และการเฝ้าหน้าจอตอนตี 3 ก่อนจะค้นพบความสงบและทางออกของการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวกับ Omni Fund +14.58% (17 ต.ค. 68-1 ก.ย.69)
บทเรียนราคาแพงในตลาดหุ้นและคริปโทฯ
ย้อนกลับไปเมื่ออายุ 25 ปี ในยุคที่ตลาดหุ้นไทยกำลังเฟื่องฟูและดัชนีพุ่งทะยานแตะ 1,800 จุด คุณรัชวรรณเริ่มต้นก้าวแรกในโลกการลงทุนด้วยความอยากรู้ว่า “การให้เงินทำงาน” เป็นอย่างไร โดยเริ่มจากหุ้นตัวเล็ก หุ้นซิ่ง และการเทรดสายเทคนิคอล (Technical)
แต่ในความเป็นจริง การใช้เทคนิคอลต้องอาศัย “วินัย” ที่เข้มงวด โดยเฉพาะการตัดขาดทุน (Cut Loss) ซึ่งคุณรัชวรรณยอมรับว่า ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง การตัดอารมณ์ออกจากการลงทุนนั้นทำได้ยากมาก
“จริงๆ รู้หลักการหมดนะว่าต้อง Cut Loss แต่พอถึงเวลาเราทำไม่ได้หรอก ใจมันแอบเสียดาย คิดเข้าข้างตัวเองว่าเดี๋ยวก็ขึ้น… จนสุดท้ายจากหุ้นซิ่ง กลายเป็นติดลบไป 70-80% เกือบต้องล้างพอร์ต”
ความเครียดยังไม่จบแค่นั้น เมื่อกระแสคริปโทเคอร์เรนซี (เช่น LUNA, Bitcoin) เข้ามา คุณรัชวรรณก็เข้าไปร่วมวงด้วยเช่นกัน
“ตอนเทรดคริปโทฯ เรารู้สึกเหมือนตัวเองเล่นพนัน อารมณ์มันสวิงตลอดเวลา ตี 3 ก็ต้องตื่นมานั่งดูราคา ลุกไปเข้าห้องน้ำก็ต้องหยิบมือถือมาเปิดดูพอร์ต… จนเริ่มรู้สึกตัวเองว่าขี้เกียจแล้ว สู้เอาเวลาชีวิตไปทำอย่างอื่นดีกว่า”
บทเรียนครั้งนั้นทำให้คุณรัชวรรณตัดสินใจ Cut Loss ปิดพอร์ตหุ้นซิ่งและคริปโทฯ แล้วหันมาหากองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี (LTF, Thai ESG) แทน แต่ก็ยังต้องเผชิญกับสิ่งที่น่าปวดหัวใหม่ นั่นคือ “ความยุ่งยากในการจัดพอร์ต (Reallocation)” ว่าเมื่อไหร่ควรขาย เมื่อไหร่ควรซื้อเข้า เพื่อรักษาสัดส่วน Core & Satellite ให้สมดุล
ค้นพบความสงบกับ Omni Fund
ระหว่างการขับรถไปทำงาน คุณรัชวรรณมักจะเปิด YouTube ฟัง Jitta Wealth Live เป็นประจำ แนวคิดเรื่องผลตอบแทนทบต้นในระยะยาวเริ่มซึมซับเข้าสู่ความนึกคิด แต่ก็ยังมีความลังเลจากข่าวสารในตลาดที่มักขู่ว่า “ฟองสบู่กำลังจะแตก”
จนกระทั่ง Jitta Wealth เปิดตัว Omni Fund ที่ใช้เงินเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ความรู้สึกที่ว่า “ลองดูก็ไม่เสียหาย” จึงเกิดขึ้น
“เราเป็นคนชอบลอง พอเห็นว่าแค่ 1,000 บาทก็เริ่มได้ เลยตัดสินใจโอนเงินเข้าไปตั้ง Auto DCA ทิ้งไว้ แล้วก็ไม่ได้เปิดดูทุกวัน ปล่อยให้มันทำงานไป”
ความฉลาดของ AI ที่เหนือกว่าอารมณ์มนุษย์
สิ่งที่ทำให้คุณรัชวรรณประทับใจจนต้องยกให้ Omni Fund เป็นพอร์ตนำร่องที่ยอดเยี่ยมสำหรับ Jitta Wealth คือ “การจัดการความเสี่ยง (Drawdown)” และ “การตัดสินใจที่เฉียบขาด”
มีช่วงหนึ่งที่ตลาดผันผวนอย่างหนักจากข่าวร้ายรุมเร้า คุณรัชวรรณเตรียมใจไว้แล้วว่าพอร์ตคงติดลบหนักแน่ๆ แต่เมื่อเปิดแอปพลิเคชันดู กลับพบว่าพอร์ตติดลบเพียง 4-5% เท่านั้น ในขณะที่ถ้านำเงินไปลงทุนเอง อาจจะติดลบไปแล้วกว่า 20% และเมื่อลองกดเข้าไปดูสินทรัพย์ข้างในพอร์ต ความประทับใจก็ยิ่งทวีคูณ
“ช่วงที่ตลาดมีข่าวผันผวนรุนแรง ถ้าเป็นพอร์ตอื่นอาจจะติดลบไปถึง 20% แล้ว แต่พอมาเปิดดูพอร์ต Jitta Wealth มันติดลบแค่ประมาณ 4–5% เท่านั้น”
นอกจากความแม่นยำในการคุม Drawdown แล้ว สิ่งที่ชนะใจเธออย่างแท้จริงคือความสามารถของระบบ AI ในการสแกนและเข้าซื้อสินทรัพย์ราคาถูก เช่น ในช่วงที่กองทุนหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลดลงหนัก ระบบ AI ได้เข้าช้อนซื้อตามวินัยการลงทุนทันที ซึ่งหากเป็นการตัดสินใจด้วยอารมณ์มนุษย์ เธอยอมรับว่าคงรีรอหรือลังเลจนเสียโอกาส
“เราก็แอบสงสัยว่าเงินเราไปลงทุนในอะไรอยู่บ้าง ปรากฏว่าระบบเข้าไปซื้อกองทุนญี่ปุ่นพอดี… ซึ่งเป็นจังหวะที่ตลาดกำลังย่อตัวและน่าเข้าซื้อมาก ถ้าเป็นตัวเอง คงมัวแต่รีรอ ไม่กล้าตัดสินใจ แต่ระบบ AI ของ Jitta Wealth สามารถเข้าไปทำในเวลาที่เหมาะสมพอดีเป๊ะ โดนใจมากๆ “
“วิ่งมาราธอน” 30 ปี สู่เป้าหมายเกษียณ 10 ล้าน ด้วยพอร์ต Core & Satellite
ในฐานะข้าราชการ แม้จะมีเงินบำนาญเป็นฐานหลักรองรับการใช้ชีวิต แต่เป้าหมายของคุณรัชวรรณคือการสร้างพอร์ตเกษียณ 10 ล้านบาท ในอีก 30 ปีข้างหน้า การมีพอร์ตลงทุนที่แข็งแกร่งเพื่อนำดอกผลมาปกป้องความเสี่ยงด้านค่ารักษาพยาบาล และจ่ายค่าประกันสุขภาพตั้งแต่อายุ 60 ปีเป็นต้นไป
เพื่อไปถึงเป้าหมายดังกล่าว การจัดพอร์ตของคุณรัชวรรณในวันนี้ ไม่มีคำว่า “หุ้นซิ่ง” อีกต่อไป แต่เธอได้วางกลยุทธ์การจัดพอร์ตที่ชัดเจน โดยในส่วนของ Core Portfolio เธอมอบหมายให้ Jitta Wealth เป็นแกนหลัก ทั้ง Omni Fund และเล็งที่จะเปิดพอร์ต Global ETF เพื่อทำการ DCA เดือนละ 10,000 บาท ไปยาวๆ 30 ปี
ส่วน Satellite Portfolio เธอตั้งใจจะปิดพอร์ตหุ้นซิ่งทั้งหมด เปลี่ยนเป็นหุ้นปันผล พร้อมแบ่งเงินก้อนเล็กซื้อสะสม Bitcoin และ Ethereum ไว้เล็กน้อย เก็บไว้เป็นสีสัน เพื่อไม่ให้รู้สึก “ตกรถ” (FOMO) หากตลาดคริปโทฯ กลับมาบูมอีกครั้ง แต่จะไม่ทุ่มเทเวลาไปนั่งเฝ้าจออีกแล้ว
“การลงทุนกับ Jitta Wealth ทำให้ความสบายใจกลับมา เรามีเป้าหมายชัดเจนว่าเงินก้อนนี้จะเติบโตไปเพื่อวัยเกษียณ เราแค่เอาเงินเข้าบัญชีทิ้งไว้ ปล่อยให้ระบบตัดเงินทำงานไป แล้วเราก็เอาเวลาไปใช้ชีวิต ไปทำงาน ไปทำสิ่งที่เรามีความสุข นี่แหละคือการลงทุนที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”
ทำเรื่องเงินให้จบ แล้วไปใช้ชีวิต
จากนักลงทุนที่เคยเฝ้าหน้าจอจนเครียด วันนี้คุณรัชวรรณค้นพบความสุขในการลงทุนที่แท้จริง นั่นคือ “ความสบายใจ” เธอเข้าใจแล้วว่าพอร์ตการลงทุนที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่พอร์ตที่หวือหวาที่สุด แต่คือพอร์ตที่ทำให้เรา นอนหลับสบาย ปล่อยให้เงินทำงานอย่างมีวินัย และพาเราไปถึงเป้าหมายเกษียณ 10 ล้านบาทได้อย่างมั่นคง
เรื่องราวของคุณรัชวรรณ สามารถพิสูจน์ได้อย่างดีว่า… อิสรภาพทางการเงิน ไม่ได้เริ่มต้นจากการเฝ้าหน้าจอตลอด 24 ชั่วโมง แต่เริ่มต้นจาก “การเลือกเครื่องมือที่ถูกต้อง และปล่อยให้ความน่าเบื่อของวินัย สร้างความมั่งคั่งให้เรา”










