จากวินัย DCA ที่เจ็บปวด สู่ความสงบใจด้วย AI และพอร์ตที่สมดุล
คุณอนุธิดา วทัญญูวณิช
พนักงานบริษัทเอกชนและคุณแม่ลูกสอง

“ไม่ลงทุนไม่ได้ แต่ลงทุนแบบไม่รู้ก็ไม่ได้เหมือนกัน”
Global ETF +48.97% (7 กุมภาพันธ์ 2565 – 23 กันยายน 2569)
Jitta Ranking Alpha +51.31% (28 มกราคม 2568 – 23 กันยายน 2569)
จากน้ำพักน้ำแรงที่สูญเปล่า สู่การลงทุนอย่างเข้าใจ รีวิว Jitta Wealth บทเรียนราคาแพงของมนุษย์เงินเดือน
หนึ่งในบทเรียนที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนต้องเจอกับตัวเอง ก็คือการได้เห็นเงินเก็บที่ตั้งใจสะสมไว้ใช้ยามเกษียณ ต้องค่อยๆ จมหายไปกับการลงทุนที่ผิดพลาด คุณอนุธิดา วทัญญูวณิช พนักงานบริษัทเอกชนและคุณแม่ลูกสอง ก็เป็นคนหนึ่งที่เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว
เธอผ่านการลองผิดลองถูกในตลาดการลงทุนมาหลายรูปแบบ กว่าจะเจอกับเส้นทางที่ใช่จริงๆ อย่าง Jitta Ranking Alpha +51.31% (28 มกราคม 2568 – 23 กันยายน 2569)
ย้อนกลับไปช่วงเรียนจบเริ่มทำงานใหม่ๆ เธอสนใจเรื่องการเงินและอยากลองนำเงินก้อนแรกที่หามาได้ไปต่อยอด แต่ด้วยความยังใหม่และไม่มีความรู้เท่าไหร่ การลงทุนยุคแรกจึงเน้นไปที่การลองผิดลองถูกเป็นหลัก
เริ่มตั้งแต่หุ้นไทย โดยซื้อตามคำแนะนำหรือบทวิเคราะห์ในตลาด ตลอดจนกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี มีทั้งแบบลงเงินก้อนและทยอย DCA ทำแบบนี้อยู่ราว 1-2 ปี แต่ตลาดหุ้นไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดเสมอไป
พอร์ตเริ่มขาดทุนสะสมเรื่อยๆ จนในที่สุดก็จำใจต้องตัดใจ Cut Loss ออกมา
เมื่อ ‘วินัย DCA’ กลายเป็น ‘บาดแผล’
บทเรียนการลงทุนในวันที่ต้องรับบท ‘แม่’ ทำให้เห็นคุณค่าของเงินมากขึ้น
เหตุการณ์ครั้งนั้น กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอปรับวิธีคิดเรื่องการเงินใหม่ทั้งหมด เพราะเรื่องการลงทุน ไม่ได้มีแค่ฝั่ง ‘กำไร’ อย่างเดียว แต่ยังมีฝั่ง ‘ขาดทุน’ ที่เราต้องรับมือและเรียนรู้ให้เท่าทันด้วย
“เมื่อก่อนเราลงทุนด้วยอารมณ์ อยากรวยเร็ว อยากเห็นกำไรเยอะๆ แต่พอลงทุนโดยที่ไม่รู้จริง มันทำให้เราเสียเงินไปเยอะกว่าที่คิดมาก”
ทั้งที่ตั้งใจทำงานหนักเพื่อเก็บเงิน แต่กลับต้องมานั่งดูเงินค่อยๆ หายไปเพราะความไม่รู้ โดยเฉพาะในวันที่ต้องมารับบทบาทของ ‘แม่’ เธอยิ่งรู้สึกเลยว่า การเอาเงินที่หามาด้วยความยากลำบากไปเสี่ยงแบบไร้ทิศทางมัน ‘ไม่คุ้มเลย’ เพราะตอนนี้ไม่ได้วางแผนแค่ชีวิตตัวเองแล้ว แต่ยังมีอนาคตของลูกและวันเกษียณที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือ
“ตอนยังตัวคนเดียวเราลงทุนโดยไม่มีความรู้ เราอาจคิดว่าขาดทุนไปก็คิดแค่ว่าเดี๋ยวค่อยหาใหม่… แต่วันที่มีลูก และต้องคิดถึงวันเกษียณ เราถึงเข้าใจเลยว่า ไม่ลงทุนน่ะไม่ได้ แต่ถ้าจะลงทุนแบบไม่รู้… ก็ไม่ได้เหมือนกัน”
เธอเริ่มกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าเราไม่ได้มีเวลาเฝ้าหน้าจอทุกวัน หรือไม่ได้เก่งขนาดวิเคราะห์หุ้นได้เองทุกตัว
เราจำเป็นต้องมานั่งตัดสินใจเลือกเองทั้งหมดจริงๆ หรือเปล่า?
ได้เวลาเปลี่ยนวิธีลงทุนใหม่
สิ่งที่เธอตามหาในเวลานี้ ไม่ใช่คำใบ้ว่าหุ้นตัวไหนกำลังจะมา แต่เป็น ‘ระบบ’ ที่จะมาช่วยดูแลพอร์ตแทน ในจุดที่เธอไม่มีเวลาหรือไม่ได้เชี่ยวชาญมากพอ
พอได้รู้จักกับ Jitta Wealth ที่ใช้ AI และทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยบริหารจัดการพอร์ตระดับโลกให้อัตโนมัติ ก็ตอบโจทย์เธอได้ทันที เพราะไม่จำเป็นต้องมาคอยเลือกกองทุน หรือจับจังหวะตลาดด้วยตัวเองทั้งหมด สำหรับคนทำงานประจำที่มีภาระครอบครัว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวก แต่คือการยอมรับข้อจำกัดเรื่องเวลาของตัวเอง
“เราไม่จำเป็นต้องเก่งไปซะทุกเรื่อง แค่ต้องรู้ว่าอันไหนทำเองได้ อันไหนควรให้มืออาชีพช่วย เรื่องการเงินก็เหมือนกัน สิ่งไหนรู้ก็ทำเอง แต่อันไหนไม่รู้ ให้คนที่เขาเชี่ยวชาญจัดการให้ดีกว่า… Jitta Wealth ช่วยให้เราไม่ต้องมานั่งเก็งจับจังหวะตลาดเอง ซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่มีเวลามากๆ”
มองหาโอกาสเติบโตใน ‘ตลาดโลก’
ปี 2564 เธอประเดิมเปิดพอร์ตแรกเป็น Global ETF เพราะอยากกระจายความเสี่ยงออกไปลงทุนนอกประเทศไทยบ้าง
ในมุมมองของเธอ ตลาดต่างประเทศมีขนาดใหญ่กว่า มีทางเลือกและโอกาสโตมากกว่า แต่ก็ยอมรับตามตรงว่า การจะมาคอยคัด ETF หรือกองทุนต่างประเทศด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เมื่อไม่มีเวลาตามดูทุกอย่าง การมีระบบช่วยดูแลอัตโนมัติจึงตอบโจทย์ชีวิตได้ดีที่สุด
จากพอร์ตแรกอย่าง Global ETF ตอนนี้พอร์ตการลงทุนกับ Jitta Wealth ของเธอต่อยอดไปหลายรูปแบบ มีทั้ง Global ETF, Thematic Optimize, Thematic DIY และ Jitta Ranking Alpha
มีทั้งพอร์ตส่วนตัว และพอร์ตที่ตั้งใจออมไว้ให้ลูกโดยเฉพาะ
พอช่วงชีวิตเปลี่ยน เป้าหมายการเงินก็ค่อยๆ ปรับตามไปด้วย
จากตอนแรกที่แค่อยากเห็นเงินโต วันนี้กลายเป็นการลงทุนเพื่อ ‘ปูทางสู่อนาคต’
‘Jitta Ranking Alpha’ พอร์ตลูกรักที่พิสูจน์ตัวเองด้วยตัวเลข
หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่คุณอนุธิดาได้เรียนรู้คือเรื่อง ‘ความผันผวน’ ยิ่งกับพอร์ต Jitta Ranking Alpha ที่เธอถืออยู่ ช่วงแรกที่เน้นหุ้นจีน พอร์ตมีติดลบไปบ้างตามสภาวะตลาดและเรื่องนโยบายภาษี แต่เธอไม่ได้ตกใจรีบขายทิ้ง เพราะเริ่มเข้าใจธรรมชาติการลงทุนระยะยาวแล้วว่า มันไม่ได้เป็นขาขึ้นทุกวัน เวลาตลาดลงเดี๋ยวก็มีช่วงฟื้นกลับมาได้ การใจเย็นรอคอยจึงสำคัญไม่แพ้การตัดสินใจซื้อขายเลย
ต่อมาพอระบบ AI ปรับสัดส่วนย้ายจากจีนมาตลาดสหรัฐฯ ก็มีช่วงที่พอร์ตพักตัวนิ่งๆ ขณะที่หุ้นบางกลุ่มในตลาดวิ่งขึ้นแรง
แวบหนึ่งเธอก็เคยแอบแว้งคิดเหมือนกันว่า
“รอบนี้สหรัฐฯ จะได้ผลจริงไหมนะ?”
แต่สุดท้าย พอให้เวลาระบบและหุ้นในพอร์ตได้ทำงาน ผลตอบแทนก็ค่อยๆ ไต่ระดับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ประสบการณ์ตรงนี้ทำให้เธอเชื่อมั่นในอัลกอริทึมคัดสรรหุ้นของ Jitta Wealth แบบเต็มร้อย ความมั่นใจนี้ไม่ได้มาจากแค่เห็นตัวเลขบวก แต่เกิดจากการเห็นว่าในวันที่ตลาดผันผวน ระบบก็ยังคงทำงานตามหลักการได้อย่างมั่นคง
มาวันนี้ พอร์ต Jitta Ranking Alpha ที่เปิดไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำผลงานได้ประทับใจจนกลายเป็น ‘พอร์ตลูกรัก’ ไปเรียบร้อยแล้ว
“ผลงานของ Jitta Ranking Alpha ดีจนน่าประทับใจมาก ถึงจะมีช่วงย่อตัวลงบ้าง แต่ก็ไม่เคยลึกลงไปถึงเงินต้น แถมยังทำผลตอบแทนชนะทุกพอร์ตที่มี ตั้งแต่เริ่มลงมา พอร์ตนี้เคยเห็นผลตอบแทนบวกไปเกือบ 60% หรือเฉลี่ยปีละเกือบ 30% ซึ่งดีเกินคาดไปมาก”
ถึงแม้การลงทุนทั้งหมดของเธอจะมีหลากหลายสินทรัพย์ แต่เธอก็วางโครงสร้างแบบ Core & Satellite โดยแบ่งเงิน 60% ไว้ในส่วน Core ส่วน Satellite อยู่ที่ราวๆ 30% ซึ่งเน้นหนักไปที่ Jitta Ranking Alpha นอกจากนี้ยังมีเงินสดสำรองไว้รอจังหวะ รวมถึงเงินสำรองฉุกเฉินเผื่อไว้ให้สบายใจ ส่วน Global ETF และ Thematic Optimize ก็ยังคง DCA เติมเงินต่อเนื่อง เพราะวางไว้เป็นพอร์ตระยะยาวสำหรับลูก
เปลี่ยนเป้าหมาย จากอยากรวยเร็ว สู่การมีเงินพอใช้อย่างมั่นคง
เป้าหมายของคุณอนุธิดาตอนนี้ คือการสร้างพอร์ตระยะยาวเพื่อไว้ใช้หลังเกษียณ โดยหวังผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี เธอเข้าใจดีว่าตลาดหุ้นมีทั้งปีที่ดีและปีที่ไม่ดี แต่สิ่งที่ต้องการมากกว่าการเอาชนะตลาดในระยะสั้น คือการเห็นเงินโตอย่างสม่ำเสมอและอยู่ในระดับความเสี่ยงที่นอนหลับสบาย
วันนี้สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีแค่ยอดเงินในพอร์ต แต่คือ ‘ความหมาย’ ของเงินก้อนนี้
ถ้าเป็นเมื่อก่อน การลงทุนคือการหาเงินเพิ่ม แต่ตอนนี้มันคือการสร้างตัวเลือกให้ชีวิตในอนาคต ในฐานะมนุษย์เงินเดือน เธอรู้ดีว่าแรงทำงานคงไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด ในวันที่ยังมีแรง มีรายได้เข้ามา ก็ควรเจียดเงินส่วนหนึ่งมาต่อยอด เพื่อเตรียมพร้อมไว้ในวันที่เราทำงานน้อยลงหรือหยุดทำงานแล้ว
บทเรียนที่อยากบอกกับคนที่คิดว่า ‘การลงทุนเป็นเรื่องยาก’
ถ้าถามว่ามีอะไรที่อยากย้อนกลับไปบอกตัวเองในวันแรกที่เริ่มลงทุน คำตอบคงเป็นเรื่องของ ‘เวลา’ เธอมองว่าถ้าเริ่มศึกษาเรื่องการเงินเร็วกว่านี้ ป่านนี้คงมีเวลาสะสมพอร์ตให้โตได้มากกว่านี้อีกเยอะ
เพราะตอนยังอายุน้อย หลายคนชอบคิดว่าต้องมีเงินเยอะๆ ก่อน หรือต้องวิเคราะห์หุ้นเป็นก่อนถึงจะเริ่มลงทุนได้
แต่พอผ่านไป เธอกลับพบว่า หัวใจสำคัญไม่แพ้เงินก้อน คือ ระยะเวลาและวินัย
“ไม่ลงทุนไม่ได้ แต่ลงทุนแบบไม่รู้ก็ไม่ได้เหมือนกัน และที่สำคัญ การลงทุนไม่จำเป็นต้องทำเองทุกขั้นตอน ถ้าไม่ถนัดคัดหุ้น ก็ไม่เห็นต้องฝืน ถ้าไม่มีเวลาเฝ้าตลาด ก็ไม่ต้องพยายามจับจังหวะ แค่หาวิธีที่เหมาะกับเวลา ความเสี่ยง และเป้าหมายของเรา เพราะสุดท้ายการลงทุนที่ดี ไม่ใช่การพิสูจน์ว่าเราเก่งที่สุด แต่คือการพาเราไปถึงเป้าหมายได้ตามแผน โดยที่ไม่ต้องแลกกับเวลาทั้งหมดในชีวิต”
จากคนที่เคยเลือกหุ้นตามคำบอกเล่าจนต้องยอม Cut Loss มาวันนี้คุณอนุธิดาเลือกเปลี่ยนมุมมองใหม่ ยอมรับข้อจำกัดของตัวเองแล้วให้ระบบมืออาชีพเข้ามาช่วยดูแล เพื่อสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคงให้ตัวเองและลูกๆ
ความภูมิใจที่สุดในวันนี้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขผลตอบแทนที่เติบโต แต่คือความสบายใจที่ได้รู้ว่า เงินทุกบาทที่หามาได้ด้วยความตั้งใจ กำลังทำงานอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคงในวันเกษียณ และเป็นอนาคตที่สดใสให้กับลูกทั้งสองคน


ดูรายละเอียดแผนการลงทุน







