เงินน้อยก็ลงทุนได้ ให้เศษเหล็กปั้นเงินหมื่น ก้าวต่อไปให้ถึงล้าน
คุณกงใจ มิตรไทย
ช่างซ่อมรถยนต์ย่านมหาชัย

“ผมไม่เคยมีเงินถุงเงินถัง ไม่เคยมีเงินติดตัวถึง 10,000 บาท แต่พันแรกในพอร์ต ผมโคตรภูมิใจ”
Omni Fund +5.89% (5 ก.พ. 69 – 21 ส.ค. 69)
จาก “เศษเหล็ก” ปั้นเงินหมื่น รีวิว Jitta Wealth ก้าวต่อไปให้ถึงเงินล้าน ถึงทุนน้อยก็ลงทุนได้
สำหรับบางคน อาจเริ่มต้นเงินก้อนแรกจากโบนัสประจำปี แต่สำหรับ “คุณกงใจ มิตรไทย” ช่างซ่อมรถยนต์ย่านมหาชัย ผู้ที่แทบไม่เคยจับเงินก้อนหลักหมื่นบาทมาก่อนในชีวิต แต่ก็มุมานะเปลี่ยนคราบน้ำมันและเศษซากอะไหล่เก่า ให้กลายเป็น “ทุนรอน” ในการสร้างพอร์ตการลงทุนกับ Jitta Wealth ด้วยการเปิดพอร์ต Omni Fund ที่ใช้เงินทุนเริ่มต้น 1,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 69 และตั้ง Auto-DCA เพื่อหักเงินเข้าพอร์ตทุกเดือนจำนวน 1,000 บาท ณ วันที่ 21 ส.ค. 69 เขาได้เห็นผลตอบแทนแล้ว +5.89%
เงินที่เขาเตรียมไว้ DCA มาจากของเก่า ไม่ว่าจะเป็นซากอะไหล่รถ กรองน้ำมันเครื่องใช้แล้ว เศษเหล็ก อะลูมิเนียม และขวดน้ำที่คนอื่นอาจมองว่าไม่มีค่า แต่เขานำสิ่งเหล่านั้นมาคัดแยก เก็บสะสม และขายเป็นของเก่า เปลี่ยนมันให้กลายเป็นเงินและค่อย ๆ เก็บให้ได้ 1,000 บาท เงินจำนวนนี้สำหรับบางคนอาจเป็นเพียงค่าใช้จ่ายในหนึ่งวัน เรื่องราวของคุณกงใจจึงไม่ใช่คุณค่าที่ได้ปั้นพอร์ตหลักสิบล้านร้อยล้าน แต่เป็นบทเรียนล้ำค่าที่พิสูจน์ว่า “วินัย” มีค่ามากกว่า “ต้นทุน”
“ผมไม่เคยมีเงินถุงเงินถัง ไม่เคยมีเงินติดตัวถึง 10,000 บาท แต่เงิน 1,000 บาทแรกในพอร์ต ผมโคตรภูมิใจ เพราะมันมาจากการลงมือทำ”
จุดเปลี่ยนทางความคิด เมื่อต้องการเก็บเงินให้อยู่
ชีวิตของช่างซ่อมรถที่คลุกคลีกับการซ่อมรถ Benz และ BMW รถยนต์สำหรับผู้มีอันจะกิน ในขณะที่เขาเอง ทำหน้าที่เพียงเอาแรงและความรู้งานช่างคอยซ่อมแซมแลกกับเงินที่นำมาหล่อเลี้ยงชีวิตในแต่ละวัน เขาเล่าว่าหาเงินมาได้ ก็แค่พอกิน แต่ไม่พอเก็บ แม้จะตั้งใจเก็บแค่ไหน ก็เก็บไม่อยู่
“ผมเคยเก็บวันละ 5 บาท 10 บาท วันละ 100 บาท แต่สุดท้ายมันก็ไป เพราะชีวิตจริงมักมีเรื่องให้ต้องใช้เงินเสมอ พอฉุกเฉิน รถเสียต้องซ่อม มีของจำเป็นต้องซื้อ มีค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้แต่เงินก้อนที่เคยได้รับมรดกจากคุณย่าราวสองสามหมื่นบาท สุดท้ายก็ถูกใช้ไปกับสิ่งจำเป็น เป็นความเสียดายที่ทำให้ฉุกคิดและตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘ทำยังไง… เราถึงจะเก็บเงินให้อยู่?’
จนกระทั่งวันหนึ่ง ระหว่างขับรถทางไกลไปนครพนม เขาได้เปิดฟัง Jitta Wealth Live ได้ฟังคุณเผ่า (ตราวุทธิ์) ซีอีโอ Jitta Wealth ฟังเรื่อง S&P 500 เรื่องการลงทุนระยะยาว และเริ่มดูบทสัมภาษณ์และคอนเทนต์ของ Jitta Wealth แต่สิ่งที่ทำให้เขาหยุดคิดจริงๆ ไม่ใช่ศัพท์การเงินหรือกราฟผลตอบแทนใดๆ แต่เป็นแนวคิดการลงทุนที่ส่งต่อด้วยความจริงใจ ที่มาพร้อมกับประโยคที่ว่า “เริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียง 1,000 บาท” จุดประกายความหวังในใจช่างซ่อมรถคนนี้ขึ้นมา
“เฮ้ย เราน่าจะทำได้นะ”
สำหรับคนที่ไม่เคยมีเงินก้อนมาก่อน นี่คือจุดเปลี่ยนความคิดของเขา
ทุนน้อยไม่สำคัญเท่าลงมือทำ
คุณกงใจใช้เวลาศึกษาข้อมูลอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ เขาดูคลิป Jitta Wealth Live ฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก เหมือนเวลาฝึกดนตรี ที่เขามักจะเคยชินกับการฟังเพลงซ้ำหลายรอบเพื่อแกะโน้ตและฝึกจนกว่าจะเล่นได้คล่อง
“เรื่องการลงทุนก็เหมือนกัน ไม่เข้าใจรอบแรก ก็ฟังใหม่ ยังไม่เข้าใจ ก็กลับไปดูอีก ทีละนิด ทีละเรื่อง ทีละขั้นตอน”
และแล้วเขาก็เปิดพอร์ตแรกด้วย Omni Fund เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 69 ด้วยเงินทุนตั้งต้นที่ 1,000 บาท และความตั้งใจที่จะ Auto-DCA ให้ได้เดือนละ 1,000 บาท
“เงินที่จะลงทุนไม่มีเลย มีแต่ค่ากับข้าววันต่อวัน เป็นประเภทหาวันนี้กินวันพรุ่งนี้ ทุนน้อยช่างมัน… ขอแค่มีความเชื่อว่าเราทำได้ และลงมือทำให้ได้”
เงิน 1,000 บาทแรก ผลลัพธ์ของความมุ่งมั่น
สำหรับคุณกงใจ กุญแจที่จะไขเข้าสู่ประตูการลงทุนไม่ใช่เงินทุนก้อนใหญ่ แต่ประกอบด้วย 3 สิ่ง คือ
“ความตั้งใจ” ที่จะผลักดันให้ทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้
“วินัย” ที่สามารถฝึกได้ โดยเฉพาะเขาเคยเป็นทหารมาก่อน รู้ดีว่า สิ่งที่ทำให้เราทำต่อได้ ไม่ใช่กำลังใจ แต่คือวินัย
และกุญแจดอกสุดท้ายคือ “ความรู้” ที่สามารถศึกษาเพิ่มได้
หากเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีความมั่นคง การลงทุนเดือนละ 1,000 บาทอาจเป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับคุณกงใจ ทุกครั้งก่อนถึงวันตัดเงิน เขาจะต้องเตรียมเงินให้พร้อม เงิน 1,000 บาทคือเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จในทุกเดือน แม้จะได้มาทีละเล็กละน้อย
“ถ้าพรุ่งนี้เงินจะถูกตัดไป DCA วันนี้ผมก็ต้องรวบรวมเงินที่มี แล้วเอาเข้าบัญชีไว้ก่อน”
เทคนิค “แปลงขยะเป็นทุน” สู่พอร์ต Omni Fund
ด้วยอาชีพช่างซ่อมรถทำให้เขาเริ่มมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวในมุมใหม่
คุณกงใจไปขอซื้อกรองน้ำมันเครื่องเก่า จากอู่เพื่อน ๆ ในราคาลูกละ 1 บาท เอามาผ่าชำแหละแยกกระดาษออก แล้วเอาเศษเหล็กไปชั่งกิโลขาย ไม่เพียงเท่านั้น น็อตตามถนนที่หล่นอยู่ เศษเหล็ก ซากอะไหล่ อะลูมิเนียม หรือขวดน้ำพลาสติก
สิ่งที่คนอื่นอาจมองว่าเป็นของเหลือใช้ สำหรับเขากลับมีมูลค่า เขาค่อย ๆ เก็บแล้วนำมาคัดแยก ผ่า แกะ ทุบ และแยกวัสดุ
ทุกอย่างถูกนำไปชั่งกิโล แยกขาย เปลี่ยนเป็นเงินทีละนิด และเงินเหล่านั้นถูกเปลี่ยนเป็นเงินลงทุนเพื่อนำไปตั้งตัดบัญชีอัตโนมัติ (DCA) เดือนละ 1,000 บาท เข้าพอร์ต Jitta Wealth Omni Fund โดยไม่เคยขาดตกบกพร่อง
“ผมก็เก็บอะไหล่อะลูมิเนียมก็เอามาทุบแยกชิ้นส่วน ขวดน้ำพลาสติกผมก็เก็บ… เห็นขวดพวกนี้ อย่างกับเห็นขนมเลยแหละ นี่แหละคือวิธีหาเงินลงทุนของผม”
สำหรับเขาที่ไม่เคยมีเงินเก็บ การหาเงิน 1,000 บาทที่นำมาเปิดพอร์ต และ DCA อย่างต่อเนื่องได้ คือผลลัพธ์ของความพยายามที่ภาคภูมิใจ
“ผมภูมิใจนะ พันแรกเนี่ย และถ้าเดือนนี้ส่งได้ 1,000 บาท เดือนหน้าได้อีก 1,000 บาท ผมก็ดีใจมากแล้ว แค่ได้เห็นเงินในพอร์ตขยับขึ้นมาทีละพัน ผมก็โคตรภูมิใจเลย”
ขาดทุนไม่หวั่น เพราะ “การมีเงินเก็บ” คือกำไรที่สุดแล้ว
Mindset การลงทุนของคุณกงใจอาจแตกต่างจากนักลงทุนทั่วไป เขาไม่ได้เปิดเข้าดูพอร์ตทุกวัน ไม่ได้เฝ้าดูตลาด ไม่ได้พยายามจับจังหวะ บางครั้งเขาเปิดดูเดือนละครั้ง และบางทีก็ข้ามเดือนไปเลย
ซึ่งก็เป็นเรื่องดี เพราะธรรมดาในโลกของการลงทุนที่มีความผันผวนเป็นสัจธรรม ในช่วงเดือนแรกๆ ที่เปิดพอร์ต เงินลงทุนของคุณกงใจร่วงจากหลักพันลงมาเหลือ 900 กว่าบาท แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือ เขาไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย สำหรับเขา สิ่งสำคัญกว่าคือการทำให้ตัวเองยังมีเงินส่งเข้าพอร์ตในเดือนถัดไป
“อ๋อ… นี่เหรอที่คุณเผ่าบอกว่ามันคือความเสี่ยง (หัวเราะ) ผมไม่วิตกเลย เพราะเราไม่ได้มีความรู้ที่จะไปวิเคราะห์ตลาดอะไรมากมาย ผมคิดแค่ว่า ปัญญาเรามีแค่นี้ ขอแค่เราสามารถรวบรวมเงินส่งเข้าพอร์ตได้ ไอ้อาการขาดทุนหรือกำไรช่วงแรก ผมไม่สนใจเลย ขอแค่ให้มีตังค์เก็บก็พอ”
และเมื่อเวลาผ่านไป ความสม่ำเสมอก็เริ่มผลิดอกออกผล เมื่อพอร์ตเริ่มกลับมาเป็นบวกหลักร้อย และยอดเงินสะสมค่อยๆ ไต่ระดับจาก 1,000 เป็น 3,000 บาทสู่ 4,000 บาท และแตะ 10,000 บาทไปในที่สุด
“เฮ้ย เรามาได้แล้วนะ จากที่ไม่มีอะไร”
นี่คือความภูมิใจอย่างที่สุดของช่างซ่อมรถคนหนึ่ง ที่มีเงินเก็บที่ไม่เคยทำได้มาก่อนในชีวิต
เขาเริ่มเชื่อว่า ถ้าเงิน 1,000 บาทแรกเป็นไปได้ เงิน 10,000 บาทก็น่าจะเป็นไปได้ ถ้า 10,000 บาทเป็นไปได้ เงินหลักแสนก็น่าจะเป็นไปได้ และถ้าวันหนึ่งเดินทางมาไกลพอ เงินล้านแรกก็อาจเป็นไปได้เช่นกัน
ฝันให้ไกล ถ้าไปไม่ถึงดวงจันทร์ ก็ยังได้อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว
เมื่อถามถึงเป้าหมาย คุณกงใจแอบมีความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ พอร์ต 14-15 ล้านบาท เพื่อให้มีเงินใช้หลังเกษียณเดือนละ 60,000 บาท ตามที่คุณเผ่าเคยสอนเรื่องการวางแผนเกษียณไว้ แต่เขาก็รู้ว่าตัวเองต้องมองความจริง วันนี้เขายังไม่ต้องคิดถึง 14 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องคิดถึงผลตอบแทนมหาศาล เป้าหมายที่สำคัญที่สุดในวันนี้คือ เงิน 1 ล้านบาทแรกที่เขาอยากทำให้ได้ภายใน 4–5 ปี หรือถ้าเร็วกว่านั้นก็ยิ่งดี
แต่ถ้าไม่ถึง 1 ล้านบาท แล้วมีเงินหลักแสน เขาก็ดีใจ เพราะสำหรับคนที่ไม่เคยมีเงินเก็บเป็นหมื่นบาท การมีเงินหลักแสนก็อาจเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก้าวหนึ่งของชีวิตแล้ว
ท้ายที่สุด คุณกงใจได้ฝากข้อคิดที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำงานทุกคนที่เคยคิดว่าการลงทุนเป็นเรื่องของคนรวยไว้ว่า
“ต่อให้เงินน้อยก็ช่างมัน แต่เราต้องลงมือทำ การลงทุนมันเป็นไปได้ ขอแค่มีความตั้งใจ เพราะการฟังแผนการเงินที่เลิศหรูขนาดไหน ก็ไม่สู้การลงมือทำ วันที่ผมเก็บของเก่าไปขายแล้วเอาเงินก้อนแรกมาเปิดพอร์ตได้ ผมภูมิใจสุด ๆ วันนี้เราเก็บได้หลักพัน วันหน้าหลักแสน หลักล้าน มันจะเป็นไปไม่ได้ได้ยังไง ในเมื่อเราเริ่มลงมือทำแล้ว!”
คุณกงใจอาจจะไม่ได้เริ่มต้นด้วยเงินก้อนใหญ่ ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรู้ทางการเงินที่เพียบพร้อมสมบูรณ์ ไม่ได้มีเงินทุนสำรองจำนวนมาก แต่เขาเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองมี เริ่มจากงานที่ทำ เริ่มจากสิ่งที่หาได้ เริ่มจากเงิน 1,000 บาท และเริ่มจากความเชื่อว่า “เราทำได้”
เพราะบางครั้ง อุปสรรคของการลงทุนอาจไม่ใช่การไม่มีเงิน แต่อาจเป็นการคิดว่า
“เรายังไม่พร้อมพอที่จะเริ่ม”
คุณกงใจอาจจะไม่ใช่ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนแล้ว แต่คือผู้ที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางของความพยายามสร้างเงิน “ล้านแรก” ให้เป็นจริงได้ทีละเล็กทีละน้อย ด้วยวินัย และด้วยการลงมือทำ
เรื่องราวของคุณกงใจคือเครื่องพิสูจน์ที่ทรงพลังที่สุดว่า ในโลกของการลงทุน… “ใจที่สู้ และวินัยที่ไม่ยอมแพ้” คือต้นทุนที่ยิ่งใหญ่และมีค่ามากกว่าสินทรัพย์ใดๆ ในโลก


ดูรายละเอียดแผนการลงทุน








