จากคนที่เคยคิดว่าหุ้นเหมือนการพนัน สู่พอร์ต 3 ล้าน ด้วย Jitta Ranking Alpha
คุณศิวกร ประเสริฐสังข์
ทายาทรุ่นลูกของร้านขายสีในจังหวัดจันทบุรี

“ผมอยากเกษียณตอนอายุ 45–50 ปี ไม่ใช่เพื่อหยุดทำงาน แต่เพื่อให้เรื่องเงินไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลอีกต่อไป อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น”
Jitta Ranking Alpha +57.18% (29 กรกฎาคม 2568 – 3 พฤศจิกายน 2569)
จากคนที่เคยคิดว่าหุ้นเหมือนการพนัน สู่พอร์ต 3 ล้าน ด้วย Jitta Ranking Alpha
ซื้อหุ้นตามคำแนะนำของกูรู พอราคาขึ้นก็รีบตามไปซื้อ แต่พอซื้อได้ไม่กี่วัน หุ้นกลับร่วงลงมาอีก ตอนหุ้นขึ้นก็กลัวตกรถ รีบซื้อตามคนอื่น แต่พอซื้อได้ไม่นาน ราคากลับร่วงลงมา สุดท้ายกลายเป็นคนติดอยู่บนรถที่ไม่รู้ว่าจะลงตรงไหนดี บางตัวติดลบหนักถึง 30–40% จะขายก็เสียดาย จะถือต่อก็ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหน
นี่คือประสบการณ์ลงทุนช่วงแรกของ คุณบอย–ศิวกร ประเสริฐสังข์ ทายาทรุ่นลูกของร้านขายสีในจังหวัดจันทบุรี ที่ยอมรับว่าตอนนั้นแทบไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลย
“ตอนนั้นก็เกือบไม่รอดเหมือนกันครับ เพราะพอซื้อปุ๊บลงปั๊บเลย เราก็ตกใจ เพราะเราไม่เคยมีความรู้ในส่วนนี้ มีแต่คนบอกให้ซื้อ ไม่มีคนบอกว่าควรขายตอนไหน”
ยิ่งไปกว่านั้น คุณบอยยังเติบโตมาในครอบครัวค้าขายที่มองว่าการเล่นหุ้นไม่ต่างจากการพนัน ทำให้เขาเองก็เคยลังเลว่าการนำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่ควรทำจริงหรือไม่
แต่หลังจากลองผิดลองถูก ศึกษาข้อมูล และอยู่กับความผันผวนของตลาดมาเกือบ 3 ปี ความคิดของเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป
จากคนที่เคยซื้อหุ้นตามกระแส วันนี้คุณบอยเลือกลงทุนอย่างมีระบบผ่าน Jitta Ranking Alpha โดยใช้ AI ช่วยคัดเลือกประเทศลงทุน และอัลกอริทึมช่วยคัดเลือกหุ้นตามนโยบายของพอร์ต
ข้อมูล ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 พอร์ตของเขามีมูลค่ากว่า 3.08 ล้านบาท และมีผลตอบแทนแบบ Money Weighted Return (MWR) ล่าสุด +57.18% (29 กรกฎาคม 2568 – 3 พฤศจิกายน 2569) โดยตลอดช่วงเวลาที่ลงทุน พอร์ตเคยมีผลตอบแทนต่ำสุด -3.55% และสูงสุด +58.51%
แต่สำหรับคุณบอย ตัวเลขผลตอบแทนไม่ใช่จุดหมายสุดท้าย เพราะสิ่งที่เขากำลังสร้างคือโอกาสเกษียณก่อนอายุ 50 ปี เพื่อให้มีเวลาอยู่กับครอบครัว ดูแลลูก และเลือกทำสิ่งที่อยากทำ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเหมือนที่ผ่านมา
จากวันที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรขายหุ้นเมื่อไหร่ สู่วันที่กล้าวางแผนลงทุนระยะยาวถึง 10 ปี คุณบอยผ่านบทเรียนอะไรมาบ้าง และทำไมเขาจึงตัดสินใจให้ Jitta Ranking Alpha เข้ามาช่วยดูแลเงินลงทุนหลักล้าน?
เงินเก็บหายไปกับธุรกิจ จุดเริ่มต้นที่ทำให้หันมาศึกษาการลงทุน
ก่อนจะเริ่มลงทุน คุณบอยใช้ชีวิตอยู่กับธุรกิจครอบครัวมาตลอด โดยปัจจุบันรับช่วงดูแลร้านขายสีในจังหวัดจันทบุรีต่อจากคุณพ่อ ซึ่งค่อยๆ สอนงานและเปิดโอกาสให้เขาลองบริหารจัดการด้วยตัวเอง
เขาเล่าว่าเดิมทีไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเข้ามาสนใจเรื่องการลงทุน เพราะครอบครัวทำธุรกิจค้าขายมาโดยตลอด และผู้ใหญ่ก็มักเตือนว่าการเล่นหุ้นมีความเสี่ยงสูงคล้ายการเอาเงินไปเดิมพัน
“ด้วยความที่เราค้าขายมาตลอด เคยชินกับการซื้อมาขายไปและกำไรที่จับต้องได้ อีกทั้งที่บ้านก็ปลูกฝังความคิดว่าหุ้นมีขึ้นมีลง มีความเสี่ยงสูงซึ่งเป็นความไม่แน่นอนที่มีลักษณะคล้ายการพนันรูปแบบหนึ่ง บวกกับความไม่รู้ของเราทำให้รู้สึกกลัวการลงทุนครับ”
จนกระทั่งประมาณปี 2566 คุณบอยนำเงินเก็บส่วนตัวไปทำธุรกิจ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้สูญเสียเงินก้อนนั้นไป
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เขารู้สึกเคว้งอยู่ช่วงหนึ่ง เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจัดการเงินของตัวเองอย่างไรต่อ
ในเวลานั้น ภรรยาของคุณบอยส่งคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการลงทุนมาให้ดู เขาจึงเริ่มสนใจและลองศึกษาข้อมูลด้วยตัวเอง
จากที่ไม่เคยคิดจะลงทุนในหุ้นมาก่อน เขาเริ่มเปิดใจว่า บางทีการลงทุนอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างเงินสำหรับอนาคตได้
แต่การเริ่มต้นของเขาก็ไม่ได้ราบรื่นนัก
ซื้อหุ้นตามกูรู เจ็บตัวจนต้องกลับมาถามว่าเรากำลังลงทุนหรือพนัน?
เมื่อเริ่มสนใจตลาดหุ้น คุณบอยเลือกลงทุนในหุ้นไทยก่อน เพราะเป็นตลาดที่คุ้นเคยและมีข้อมูลให้ติดตามได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม ช่วงนั้นเขายังไม่มีหลักเกณฑ์ในการเลือกหุ้นที่ชัดเจน จึงอาศัยคำแนะนำจากคลิปวิดีโอและผู้ให้ความรู้ด้านการลงทุนเป็นหลัก
หุ้นตัวไหนมีคนพูดถึงมาก หุ้นตัวไหนเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง หรือมีหุ้น IPO เปิดซื้อขายใหม่ เขาก็อยากลองซื้อเก็บไว้
“ตอนนั้นก็ลงทุนไปตามกระแสแหละครับ ใครว่าซื้ออะไรดีก็ซื้อไว้ก่อน เอาเงินที่พอเหลืออยู่ไปลองดู”
แต่ไม่นานหลังจากเริ่มลงทุน เขาก็พบว่าการซื้อหุ้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด
บางตัวซื้อแล้วราคาปรับตัวลงทันที บางตัวติดลบต่อเนื่องจนต้องตัดสินใจว่าจะถือรอหรือขายออกไป
คุณบอยเล่าว่า หุ้นบางตัวที่ราคากลับขึ้นมาถึงต้นทุน เขาก็รีบขายทันที ส่วนบางตัวที่ขาดทุนหนักถึง 30–40% และประเมินว่าแนวโน้มยังไม่ดีขึ้น ก็ยอมตัดขาดทุน
สิ่งที่ทำให้เขากังวลไม่ใช่แค่ตัวเลขขาดทุน แต่เป็นการไม่รู้ว่าควรตัดสินใจอย่างไร เพราะตอนซื้อหุ้นมีคนแนะนำมากมาย แต่เมื่อราคาลดลงกลับไม่มีใครบอกได้ว่าควรทำอย่างไรต่อ
ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณบอยย้อนกลับมาทบทวนความเชื่อที่เคยได้ยินจากครอบครัวว่า หุ้นเป็นการพนันจริงหรือไม่
แต่แทนที่จะเลิกลงทุน เขากลับเลือกศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
เขาเริ่มอ่านงบการเงิน ศึกษาอัตราส่วน P/E และค้นหาข้อมูลบริษัทผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อทำความเข้าใจว่าหุ้นที่ซื้อเป็นธุรกิจอะไร มีพื้นฐานอย่างไร และมีโอกาสเติบโตต่อไปหรือไม่
เมื่อเริ่มเข้าใจมากขึ้น เขาก็ค่อยๆ ขายหุ้นที่ไม่ตรงกับแนวทางการลงทุนของตัวเองออกไป เหลือหุ้นไทยบางส่วนที่เป็นกลุ่มธนาคารและมีการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ
แม้จะเป็นช่วงที่ต้องยอมรับความผิดพลาดหลายครั้ง แต่คุณบอยมองว่าประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้เขาเริ่มแยกออกว่า การซื้อหุ้นเพราะมีคนบอกว่าดี กับการลงทุนในธุรกิจที่ตัวเองเข้าใจนั้นแตกต่างกันอย่างไร
จากหุ้นไทยสู่หุ้นโลก เมื่อเริ่มเข้าใจว่าการกระจายความเสี่ยงสำคัญแค่ไหน
หลังจากลงทุนในหุ้นไทยอยู่ระยะหนึ่ง คุณบอยเริ่มมองหาทางเลือกอื่น เพราะรู้สึกว่าตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เขาลงทุนยังไม่เติบโตอย่างที่คาดหวัง
เขาจึงเริ่มศึกษาการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะดัชนี S&P 500 และ Nasdaq รวมถึงตลาดหุ้นจีนที่มีการพูดถึงในสื่อการลงทุน
เมื่อศึกษาผลการดำเนินงานย้อนหลังและแนวทางการลงทุน เขาก็เริ่มสนใจการลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศมากขึ้น
คุณบอยจึงทดลองซื้อกองทุนรวมผ่านธนาคารที่ใช้บริการอยู่ โดยเริ่มจากกองทุนที่อ้างอิงดัชนี S&P 500 และ Nasdaq
แต่เมื่อกลับมาทบทวนพอร์ต เขาก็พบว่ากองทุนบางส่วนมีหุ้นที่ถือครองซ้ำซ้อนกัน ทำให้การลงทุนในหลายกองทุนไม่ได้หมายความว่าพอร์ตจะกระจายความเสี่ยงได้มากขึ้นเสมอไป
“ตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้เรื่องการกระจายความเสี่ยง พอมาไล่ดูพอร์ต จริงๆ S&P 500 กับ Nasdaq มันก็มีความทับซ้อนกันอยู่”
เขาจึงเริ่มปรับพอร์ตอีกครั้ง โดยลดกองทุนที่มีการลงทุนซ้ำซ้อน และหันมาเน้นกองทุนหุ้นโลกมากขึ้น
นอกจากเรื่องการกระจายความเสี่ยงแล้ว คุณบอยยังเริ่มให้ความสำคัญกับ ค่าธรรมเนียมการลงทุน เพราะพบว่าต้นทุนที่ดูเหมือนเล็กน้อยในแต่ละปีอาจส่งผลต่อผลตอบแทนสะสมในระยะยาวได้
ความสนใจเรื่องค่าธรรมเนียมนี่เอง ที่พาเขากลับมาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Jitta Wealth อีกครั้ง
รู้จัก Jitta Wealth ผ่าน Jitta Score ก่อนตัดสินใจเปิด Global ETF และ Thematic
คุณบอยเล่าว่าเขาเคยได้ยินชื่อ Jitta มาก่อนจากคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการวิเคราะห์หุ้น ซึ่งมีการพูดถึง Jitta Score เครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนใช้ข้อมูลประกอบการประเมินหุ้น
เมื่อเริ่มสนใจ เขาจึงลองเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และพบว่า Jitta ยังมีบริการบริหารพอร์ตลงทุนผ่าน Jitta Wealth ด้วย
สิ่งแรกๆ ที่เขาสนใจคือรูปแบบการลงทุนและค่าธรรมเนียมบริหารจัดการที่เขาเห็นในขณะนั้น ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 0.5% ตามข้อมูลที่เขาศึกษา
แต่ด้วยความที่ยังไม่คุ้นเคยกับชื่อ Jitta Wealth เหมือนสถาบันการเงินรายใหญ่ เขาจึงไม่ได้ตัดสินใจลงทุนทันที
“ตอนแรกก็ไม่มั่นใจ เพราะไม่เคยได้ยินชื่อ ปกติเราจะได้ยินแต่ธนาคารดังๆ จิตตะเวลธ์เป็นใครก็ไม่รู้ ผมก็หาข้อมูลอยู่หลายเดือนครับ”
เขาใช้เวลาหลายเดือนค้นหาข้อมูลบริษัท ศึกษานโยบายลงทุน และติดตามวิดีโอให้ความรู้จากทีม Jitta Wealth ก่อนตัดสินใจเปิดพอร์ต
ในช่วงแรก คุณบอยสนใจ Jitta Ranking ซึ่งเป็นนโยบายลงทุนหุ้นรายตัว แต่เงินลงทุนที่มีในขณะนั้นยังไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ เขาจึงเริ่มต้นด้วย Global ETF และ Thematic โดยแบ่งเงินลงทุนอย่างละครึ่ง
หลังจากลงทุนไประยะหนึ่ง คุณบอยพบว่า Global ETF มีผลการดำเนินงานที่เขาพึงพอใจ ขณะที่ Thematic ยังไม่เติบโตมากนักในช่วงที่เขาถือครอง
อย่างไรก็ตาม ความสนใจของเขายังคงอยู่ที่การลงทุนหุ้นรายตัว เพราะมองว่าการคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพและมีโอกาสเติบโตอาจสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจได้ แม้ตัวเขาเองจะยังไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอที่จะคัดเลือกหุ้นเหล่านั้นด้วยตัวเอง
จนกระทั่ง Jitta Wealth เปิดตัวนโยบาย Jitta Ranking Alpha ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแผนลงทุนครั้งต่อมา
จาก Global ETF และ Thematic สู่ Ranking Alpha พอร์ตหลักล้านที่ใช้ AI ช่วยลงทุน
เมื่อคุณบอยรู้จัก Jitta Ranking Alpha เขาสนใจแนวคิดที่นำ AI มาช่วยคัดเลือกประเทศลงทุน และใช้อัลกอริทึมของ Jitta Ranking คัดเลือกหุ้นในตลาดที่ได้รับเลือก
สำหรับเขา จุดที่น่าสนใจคือไม่จำเป็นต้องตัดสินใจด้วยตัวเองว่าปีไหนควรลงทุนในประเทศใด หรือควรเลือกหุ้นตัวไหนเข้าพอร์ต
“ผมชอบการซื้อหุ้นรายตัว แต่ผมไม่มีความรู้มากพอ พอมี Jitta Ranking Alpha มา เห็นว่า AI เลือกประเทศให้ด้วย ผมก็เลยรู้สึกว่าน่าสนใจ”
ช่วงแรกนโยบายนี้กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ที่ 2 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ตรงกับจำนวนเงินที่เขาต้องการลงทุน
ต่อมาเมื่อมีโปรโมชันลดเงินลงทุนขั้นต่ำเหลือ 1 ล้านบาท คุณบอยจึงตัดสินใจรวมเงินลงทุนจากพอร์ต Global ETF และ Thematic ที่เปิดไว้กับ Jitta Wealth มาลงทุนใน Jitta Ranking Alpha เพียงพอร์ตเดียว
สำหรับการลงทุนในปีแรก คุณบอยเล่าว่าพอร์ตเริ่มต้นจากการลงทุนในตลาดหุ้นจีน ก่อนที่ระบบจะปรับเปลี่ยนมาลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในรอบการคัดเลือกประเทศครั้งถัดมา
หลังเปลี่ยนประเทศลงทุน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจนพอร์ตปรับตัวลงในช่วงหนึ่ง แต่คุณบอยเลือกติดตามข้อมูลและรอดูสถานการณ์ แทนที่จะรีบขายเหมือนช่วงเริ่มต้นลงทุน
“เปลี่ยนปุ๊บ ตกปั๊บเลย แต่ก็ไม่มีอะไรครับ เพราะผ่านการลงทุนมาจะ 3 ปีแล้ว ก็เริ่มเข้าใจว่ามันเป็นวัฏจักรของตลาด”
เขายอมรับว่าตัวเองยังไม่ได้เข้าใจรายละเอียดการทำงานของ AI ทั้งหมด แต่จากการติดตามผลการลงทุนและหุ้นที่ระบบคัดเลือกเข้าพอร์ต ทำให้เขารู้สึกมั่นใจในแนวทางลงทุนนี้มากขึ้น
ปัจจุบันคุณบอยยังคงเข้าไปดูรายชื่อหุ้นที่ Jitta Ranking Alpha เลือกลงทุนเป็นระยะ บางบริษัทไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน เขาก็จะลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าทำธุรกิจอะไร
จึงไม่ใช่การปล่อยให้ระบบลงทุนแทนแล้วไม่สนใจอะไรอีกเลย แต่เป็นการเปลี่ยนบทบาทจากคนที่ต้องตัดสินใจซื้อขายหุ้นทุกตัวด้วยตัวเอง มาเป็นคนที่ติดตามและทำความเข้าใจแนวทางลงทุนของพอร์ตที่เลือกใช้
พอร์ตเคยติดลบ -3.55% ก่อนขึ้นแตะ +58.51% บททดสอบความนิ่งของนักลงทุน
หากย้อนกลับไปในวันที่คุณบอยเริ่มซื้อหุ้นไทยด้วยตัวเอง การเห็นพอร์ตติดลบเพียงไม่นานหลังซื้ออาจทำให้เขาตกใจและรีบตัดสินใจขาย
แต่เมื่อผ่านประสบการณ์ลงทุนมาหลายปี เขาพบว่าความรู้สึกของตัวเองต่อความผันผวนเริ่มเปลี่ยนไป
“ผมว่าผมค่อนข้างใจเย็นขึ้นนะ เวลาเห็นข่าวอะไรพวกนี้มา ก็จะนิ่งๆ ไว้ก่อน ไปศึกษาข้อมูลเพิ่มก่อน”
สิ่งหนึ่งที่เขาเปลี่ยนคือการเลือกรับข้อมูลข่าวสาร จากเดิมที่ติดตามคลิปแนะนำหุ้นและข่าวเศรษฐกิจจำนวนมาก เขาเริ่มเลือกติดตามเฉพาะแหล่งข้อมูลที่ช่วยให้เข้าใจหลักคิดการลงทุนมากขึ้น เพราะพบว่าการรับข่าวมากเกินไปบางครั้งทำให้ตัวเองกังวลโดยไม่จำเป็น
สำหรับพอร์ต Jitta Ranking Alpha ของคุณบอย ข้อมูลผลตอบแทนแบบ Money Weighted Return หรือ MWR แสดงให้เห็นว่า ระหว่างทางพอร์ตเคยมีทั้งช่วงติดลบและช่วงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
โดยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 พอร์ตเคยมีผลตอบแทน MWR ต่ำสุดอยู่ที่ -3.55% ก่อนจะปรับตัวขึ้นจนทำผลตอบแทน MWR สูงสุดที่ +58.51% เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569
และจากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 พอร์ต Jitta Ranking Alpha ของคุณบอยมีมูลค่า 3,089,663.85 บาท หรือประมาณ 3.09 ล้านบาท พร้อมผลตอบแทน MWR อยู่ที่ +57.18%
ทั้งนี้ MWR ทั้งนี้ MWR เป็นวิธีคำนวณผลตอบแทนที่คำนึงถึงจังหวะและจำนวนเงินที่ฝากหรือถอนออกจากพอร์ต จึงสะท้อนผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจริงตามกระแสเงินสดของตนเอง โดยมูลค่าพอร์ตดังกล่าวรวมเงินลงทุนที่คุณบอยเติมเข้าไปด้วย
แม้ตัวเลขผลตอบแทนล่าสุดจะเติบโตอย่างน่าสนใจ แต่คุณบอยมองว่าการลงทุนยังต้องติดตามกันต่อในระยะยาว เพราะระหว่างทางย่อมมีทั้งช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้นและลง
สำหรับเขา ความแตกต่างที่สำคัญจากอดีตไม่ใช่การที่พอร์ตจะต้องบวกอยู่ตลอดเวลา แต่เป็นการที่เขาเริ่มเข้าใจว่า เมื่อราคาสินทรัพย์ปรับตัวลง ควรกลับไปดูข้อมูลและแนวทางการลงทุนก่อนตัดสินใจ
“พอเลิกเล่นหุ้นเองแล้วมาซื้อเป็นกองทุนของจิตตะ หรือกองทุนหุ้นโลก มันทำให้สบายใจขึ้นพอสมควรครับ”
เขายังเล่าว่าปัจจุบันไม่ได้เปิดดูพอร์ตตลอดเวลาเหมือนช่วงแรกๆ แต่จะติดตามเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงใกล้รอบปรับพอร์ต เพื่อดูว่าระบบมีการเลือกหุ้นตัวใดเข้าหรือออกจากพอร์ตบ้าง
DCA ทุกเดือน พร้อมวาง Core & Satellite ให้เหมาะกับความเสี่ยง
แม้ปัจจุบันคุณบอยจะรวมเงินลงทุนที่ Jitta Wealth มาอยู่ใน Jitta Ranking Alpha เพียงพอร์ตเดียว แต่ในภาพรวมของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด เขายังคงมีเงินลงทุนในกองทุนหุ้นโลกผ่านธนาคารอยู่ด้วย
คุณบอยจัดพอร์ตลงทุนของตัวเองตามแนวคิด Core & Satellite โดยมองกองทุนหุ้นโลกเป็น Core Portfolio ซึ่งเป็นส่วนหลักของการลงทุนระยะยาว ขณะที่ Jitta Ranking Alpha เป็น Satellite Portfolio สำหรับเพิ่มโอกาสเติบโตของพอร์ต
เขาวางกรอบการจัดสรรเงินลงทุนไว้โดยให้ Core มีสัดส่วนประมาณ 60% และ Satellite ประมาณ 40% พร้อมยอมรับว่าในบางช่วงอาจเลือกให้น้ำหนัก Satellite มากขึ้นตามความเสี่ยงที่รับได้
นอกจากนี้ คุณบอยยังแบ่งเงินมา DCA ทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดจำนวนเงินลงทุนในแต่ละส่วนไว้ล่วงหน้า
เมื่อ Jitta Ranking Alpha มีผลตอบแทนเติบโตมากจนสัดส่วน Satellite เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่ตั้งใจ เขาก็พยายามนำเงินจากรายได้ธุรกิจหรือเงินส่วนอื่นมาเติมใน Core เพื่อค่อยๆ ปรับสัดส่วนพอร์ตกลับมาใกล้เคียงแผนเดิม
“ผมจะเซ็ตมาอยู่แล้วว่าทุกเดือนอันนี้ลงเท่าไหร่ อันนี้ลงเท่าไหร่ แล้วส่วนที่มันล้ำมา ผมก็จะไปหาเงินจากส่วนอื่นมาเติมพอร์ต Core เข้าไป”
คุณบอยเล่าว่าปัจจุบันเขาแบ่งรายได้ต่อเดือนมาลงทุนในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ประมาณ 50% ของรายได้ ทำให้บางเดือนต้องบริหารเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น
แต่สำหรับเขา การลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวที่ตั้งใจทำอย่างต่อเนื่อง เพราะยังอยู่ในวัยทำงานและต้องการสะสมเงินลงทุนให้มากขึ้นก่อนถึงวัยเกษียณ
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการออมและลงทุนที่เหมาะสมแตกต่างกันในแต่ละคน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเงินสำรองฉุกเฉิน ภาระค่าใช้จ่าย สภาพคล่อง และความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองก่อนกำหนดจำนวนเงินลงทุน
เป้าหมายเกษียณวัย 45–50 ไม่ใช่หยุดทำงาน แต่มีอิสระที่จะเลือกชีวิตของตัวเอง
วันนี้คุณบอยอยู่ในวัย 34 ปี และเริ่มวางแผนชีวิตหลังเกษียณไว้แล้ว
เขาตั้งใจลงทุนใน Jitta Ranking Alpha อย่างน้อยประมาณ 10 ปี เพื่อสะสมเงินสำหรับเป้าหมายเกษียณก่อนวัย โดยหวังว่าจะสามารถลดภาระการทำงานลงได้ในช่วงอายุ 45–50 ปี
แต่คำว่าเกษียณของเขาไม่ได้หมายถึงการหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง
“เกษียณของผมไม่ใช่การเลิกทำงานนะครับ ก็ยังทำอยู่ แต่คือการมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น เลือกสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้มากขึ้นเพราะเมื่อนั้นเรื่องเงินจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่เราต้องมุ่งเน้นไปขวนขวายหามาแล้ว อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็ได้ ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น พาภรรยาและลูกไปเที่ยวให้มากขึ้น”
สำหรับคุณบอย เป้าหมายสำคัญคือการมีอิสระในการใช้เวลา ไม่ว่าจะเป็นการอยู่กับครอบครัว ดูแลลูก หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่สนใจ โดยไม่จำเป็นต้องทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับการหารายได้
เขาจึงวางแผนใช้ช่วงวัยทำงานในปัจจุบันสร้างเงินลงทุนให้เติบโต และเมื่อใกล้ถึงเป้าหมายเกษียณก็อาจพิจารณาปรับพอร์ตจาก Jitta Ranking Alpha ไปสู่ Global ETF ซึ่งเขามองว่าเหมาะกับการลงทุนในระยะที่ต้องการบริหารความผันผวนมากขึ้น
คุณบอยยังสนใจแนวคิดการทยอยถอนเงินจากพอร์ตเพื่อนำมาใช้จ่ายหลังเกษียณ โดยเคยศึกษาตัวอย่างการถอนเงินปีละ 5% ของมูลค่าพอร์ต
อย่างไรก็ตาม อัตราการถอนเงินดังกล่าวเป็นเพียงแนวคิดที่เขากำลังศึกษา ไม่ได้หมายความว่าพอร์ตจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าอัตราถอนเงินทุกปี เพราะผลตอบแทนและความผันผวนในอนาคตอาจแตกต่างจากอดีต การวางแผนถอนเงินจึงต้องคำนึงถึงระยะเวลาเกษียณ ภาวะตลาด และเงินสำรองที่เหมาะสมด้วย
สำหรับคุณบอย วันนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องการตั้งใจทำงาน สร้างรายได้ และทยอยเติมเงินลงทุนต่อเนื่อง เพื่อให้มีทางเลือกในการใช้ชีวิตมากขึ้นในอนาคต
อยากพิสูจน์ให้ครอบครัวเห็นว่า การลงทุนไม่ใช่การพนัน
แม้คุณบอยจะลงทุนมาเกือบ 3 ปีแล้ว แต่เขาเล่าว่ายังไม่ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ในครอบครัวเกี่ยวกับพอร์ตลงทุนของตัวเองอย่างจริงจังนัก
เพราะยังจำได้ดีว่าตอนเด็กๆ ผู้ใหญ่มักเตือนว่าหุ้นเป็นเรื่องคล้ายการพนัน และเขาเองก็เคยกลัวความเสี่ยงจากการลงทุนด้วยเหตุผลเดียวกัน
แต่เมื่อได้ศึกษาและลงมือทำจริง เขาเริ่มเข้าใจว่าการลงทุนในหุ้นคือการนำเงินไปเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของธุรกิจ ซึ่งมีทั้งโอกาสเติบโตและความเสี่ยงที่จะขาดทุน ไม่ใช่เพียงการคาดเดาว่าราคาจะขึ้นหรือลง
คุณบอยจึงอยากใช้ผลลัพธ์จากการลงทุนระยะยาวเป็นสิ่งอธิบายให้ครอบครัวเห็นมากกว่าการพูดเพียงอย่างเดียว
“ผมอยากพิสูจน์ให้เขาเห็นก่อนครับว่า การลงทุนไม่ใช่การพนัน การซื้อหุ้นมันคือการซื้อบริษัท เราเข้าใจว่าบริษัททำอะไร แล้วถ้าบริษัทเติบโต เราก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนจากการเติบโตนั้น”
เขาตั้งใจว่าเมื่อมีประสบการณ์ลงทุนต่อเนื่องสัก 5–6 ปี และมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ค่อยนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับครอบครัว
ระหว่างนี้ หากมีคนถามว่าเงินที่หามาได้หายไปไหน เขาก็มักตอบเพียงว่านำไปเก็บไว้แล้ว
“เอาไปเก็บไว้ครับ ไม่ได้ไปไหนหรอก เก็บไว้เนี่ยแหละ”
เบื้องหลังคำตอบสั้นๆ นี้ คือแผนการลงทุนที่คุณบอยกำลังค่อยๆ สร้างขึ้น เพื่อให้เงินที่หามาได้ในวันนี้มีโอกาสเติบโตสำหรับชีวิตในอนาคต
จากคนซื้อหุ้นตามกระแส สู่การลงทุนที่เข้าใจและอยู่กับมันได้นานขึ้น
เมื่อถามว่ามีคำแนะนำอะไรสำหรับคนที่ยังไม่กล้าเริ่มลงทุน คุณบอยตอบว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปิดใจเรียนรู้ และยอมรับว่าการลงทุนจริงอาจให้ความรู้สึกแตกต่างจากการศึกษาผ่านตำราหรือทดลองซื้อขายด้วยเงินจำลอง
เพราะเมื่อเป็นเงินจริงของตัวเอง ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ความรู้สึกเมื่อเห็นพอร์ตปรับตัวขึ้นหรือลงย่อมแตกต่างกัน
“พอเราเอาเงินจริงไปลงทุน จะน้อยจะมากมันก็คือเงินของเรา พอมูลค่าขึ้นเราก็ดีใจ พอมันลงก็เริ่มลุ้นแล้วว่าจะลงต่ออีกหรือเปล่า”
เขาจึงมองว่าคนที่สนใจลงทุนควรเริ่มจากจำนวนเงินที่เหมาะกับตัวเอง ศึกษาข้อมูลให้เข้าใจ และใช้ประสบการณ์จริงเรียนรู้ว่าตัวเองสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด
“ผมชอบคิดว่ามันเป็นการซื้อประสบการณ์ครับ เราพลาดได้ แต่ก็ต้องได้เรียนรู้จากมัน”
สำหรับคุณบอย การลงทุนตลอดเกือบ 3 ปีที่ผ่านมาไม่ได้สอนแค่วิธีเลือกหุ้นหรือจัดพอร์ต แต่ยังทำให้เขาใจเย็นขึ้น รู้จักตั้งคำถามกับข้อมูลที่ได้รับ และไม่รีบตัดสินใจเพียงเพราะราคาสินทรัพย์เปลี่ยนแปลงในระยะสั้น
จากคนที่เคยซื้อหุ้นตามกระแสและตกใจเมื่อราคาลดลง วันนี้เขาเลือกลงทุนผ่าน Jitta Ranking Alpha ควบคู่กับกองทุนหุ้นโลก โดยมีเป้าหมายระยะยาวและแผน DCA ที่ชัดเจนมากขึ้น
พอร์ต Jitta Ranking Alpha มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท และผลตอบแทน MWR ล่าสุด +57.18% อาจเป็นตัวเลขที่สะดุดตา แต่สิ่งที่คุณบอยให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการรักษาวินัยลงทุนเพื่อเป้าหมายเกษียณก่อนวัย และการมีเวลาใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างที่ตั้งใจ
ส่วนคำถามที่ว่า การลงทุนเป็นการพนันหรือไม่ วันนี้เขาอาจยังไม่ได้อธิบายให้ผู้ใหญ่ในครอบครัวฟังทั้งหมด แต่สำหรับตัวเอง เขาเริ่มพบคำตอบจากการลงมือศึกษาและประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดหลายปี
เพราะจากวันที่ซื้อหุ้นโดยไม่รู้ว่าควรขายเมื่อไหร่ วันนี้คุณบอยไม่ได้มองแค่ว่าหุ้นตัวไหนจะขึ้นในวันพรุ่งนี้อีกแล้ว แต่มองไปถึงชีวิตที่อยากมีในอีก 10 ปีข้างหน้า
หมายเหตุเกี่ยวกับผลตอบแทน: ผลตอบแทน MWR และมูลค่าพอร์ตที่นำเสนอเป็นข้อมูลของผู้ลงทุนรายนี้ ณ วันที่ระบุ ไม่ใช่ผลตอบแทนของผู้ลงทุนทุกราย และไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกันได้ ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถยืนยันผลตอบแทนในอนาคตได้
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลนโยบายการลงทุน ค่าธรรมเนียม ความเสี่ยงจากตลาดหุ้นต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงประเมินความเหมาะสมกับเป้าหมายและความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน


ดูรายละเอียดแผนการลงทุน








