บทเรียน 10 ปีแห่งการติดดอย สู่ความสงบทางใจในวัย 56 ปี
คุณพรพรรณ กันต์ทิฆัมพร
เจ้าหน้าที่ชมรมธนาคารและเจ้าของร้าน “มะมาเฮิร์บ สกลนคร”

“เคยเสียเวลาดูกราฟรายวินาที ตื่นเต้นกับกำไรหลักร้อย แต่เสียหลักแสน พอคัทลอส -50% มาลงทุน Jitta Wealth รู้สึกสบายใจและเห็นแสงสว่าง”
Global ETF +32.65% (4 ต.ค. 67 – 7 ต.ค. 69)
Jitta Ranking Alpha +9.33% (5 ม.ค. 67 – 7 ต.ค. 69)
บทเรียน 10 ปีแห่งการติดดอย สู่ความสงบทางใจในวัย 56 ปี รีวิว Jitta Wealth
หนึ่งในบทเรียนที่พบได้บ่อยสำหรับผู้ที่อยู่ในตลาดการลงทุนมานาน คือพอร์ตลงทุนหุ้นไทยที่ยากจะกู้กลับ คุณปู-พรพรรณ กันต์ทิฆัมพร เจ้าหน้าที่ประสานงานชมรมธนาคารและเจ้าของธุรกิจร้านสมุนไพรหมักผม “มะมาเฮิร์บ สกลนคร” ก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอติดดอยนานนับปี จนถอดใจคัทลอส -50% เพื่อย้ายมาเปิดพอร์ตกับ Jitta Wealth จนกระทั่งวันนี้ในวัย 56 ปี พอร์ตลงทุนของเธอได้เข้าสู่ภาวะสว่างและสงบสุขทางใจ พร้อมรับมือวัยเกษียณในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ด้วยหลักการลงทุนแบบ Core & Satellite ใน Global ETF (ผลตอบแทน MWR +32.65% ตั้งแต่ 4 ต.ค. 67 – 7 ต.ค. 69) และ Jitta Ranking Alpha (ผลตอบแทน MWR +9.33% ตั้งแต่ 5 ม.ค. 67 – 7 ต.ค. 69)
“เมื่อก่อนเสียเวลากับการเล่นหุ้นระยะสั้นไปมาก ดูกราฟรายวินาที ตื่นเต้นที่ได้หลักร้อยแต่เสียหลักแสน เสียดายที่ไปอยู่ตรงนั้นนานขนาดนั้น พอถอดใจคัทลอส -50% เพื่อย้ายมานับหนึ่งใหม่กับ Jitta Wealth… รู้สึกสบายใจและเห็นแสงสว่างของคำว่ายั่งยืนอย่างแท้จริง เพราะเรารู้แล้วว่าเรามีหน้าที่เติมเงินลงทุนอย่างสม่ำเสมอก็พอ ไม่ต้องคอยลุ้นกราฟทุกวินาทีเหมือนเมื่อก่อน”
เส้นทางสายหวือหวา กับ 10 ปีที่เคย “พอร์ตแดง” ยกกระดาน
ย้อนกลับไปเมื่อกว่าสิบปีก่อน คุณพรพรรณได้ก้าวเข้าสู่โลกการลงทุนด้วยความหวังดั่งเช่นนักลงทุนทั่วไป นั่นคืออยากเห็นเงินออมทำงานได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยธนาคาร
แต่ด้วยประสบการณ์ทำงานในแวดวงธนาคาร คุณปูจึงตัดสินใจเปิดพอร์ตหุ้นด้วยตัวเอง ในเวลานั้นการลงทุนดูเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ยิ่งได้เห็นราคาหุ้นขยับขึ้นลงตลอดเวลา ก็ยิ่งรู้สึกสนุก กับการเฝ้าหน้าจอดูกราฟราคารายวินาทีด้วยความตื่นเต้น
“ตอนเทรดสั้นมันตื่นเต้นดี แรกๆ กำไรครั้งละ 100-200 บาทก็ดีใจ แต่เวลาเสีย มันเสียเยอะกว่าที่ได้มามาก แถมชอบไปซื้อหุ้นหวือหวา พอหุ้นตกมาก็คัทลอสไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจขายเมื่อไร กลัวว่าขายไปแล้วราคาจะกลับขึ้นมาอีก สุดท้ายติดดอยและล้างพอร์ตอยู่เรื่อยๆ ยิ่งมาเจอวิกฤติโควิด พอร์ตดิ่งหนักติดลบไปถึง -50%”
พอร์ตที่แดงยกกระดานตลอด 10 กว่าปีกลายเป็นบาดแผลทางใจ แม้จะพยายามหาทางออกด้วยการไปใช้บริการลงทุนอัตโนมัติกับบริษัทอื่น แต่ก็ยังติดดอยซ้ำรอยเดิม จนเกิดความกลัวและตั้งกำแพงกับการลงทุนด้วยเทคโนโลยี AI ไปพักใหญ่
ปลดล็อกอคติ เปิดใจให้ Jitta Wealth จากเสียงของผู้ใช้จริง
แม้จะเคยเจ็บหนัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณปูเลิกสนใจการลงทุน เธอเริ่มกลับมาทบทวนว่าวิธีที่ใช้อยู่และเริ่มเห็นชัดขึ้นว่าการซื้อขายหุ้นด้วยตัวเองไม่ได้ช่วยให้ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ จึงตั้งใจมองหาระบบการลงทุนที่ดีเพื่อรองรับชีวิตวัยเกษียณ
และในวันหนึ่งคุณพรพรรณได้มีโอกาสรู้จัก Jitta Wealth และคุณเผ่า (ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์) ผ่านโลกออนไลน์
ช่วงแรกเธอก็ยังไม่เปิดใจ เพราะความหวาดระแวงการลงทุนที่มี AI เข้ามาช่วย แต่ด้วยความที่ไม่หยุดเรียนรู้ เธอใช้เวลาซุ่มสังเกตการณ์ ติดตามอ่านบทความ ดูสถิติผลการทดสอบย้อนหลัง (Backtest) และที่สำคัญที่สุดคือ การตั้งใจฟังรีวิวประสบการณ์จริงจากผู้ลงทุนท่านอื่น ซึ่งการได้เห็นประสบการณ์จริงช่วยให้คุณปูเข้าใจแนวทางของ Jitta Wealth มากยิ่งขึ้น
“ตอนแรกก็กลัว เพราะเคยเจอมาก่อนว่ามี AI ช่วยเลือกหุ้น แต่สุดท้ายก็ขาดทุนเหมือนกัน เลยใช้เวลาศึกษา Jitta Wealth อยู่นาน พอเราได้ดูรีวิวจากคนที่เขาลงจริง แต่ละท่านเอาผลตอบแทนมาโชว์ให้ดูว่าเขาลงอะไรบ้าง มีเหตุผลอย่างไรในการเลือกแนวทางนั้น มันเห็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนกว่าที่เราเคยเจอมาทั้งหมด ทำให้เราเริ่มปลดล็อกความกลัว และตัดสินใจลองเปิดใจดูสักครั้ง”
ยอมคัทลอส -50% เพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อย่างถูกต้อง
หลังจากตกผลึกทางความคิดและประเมินความเสี่ยงในวัย 56 ปี เธอพบว่าแผนการลงทุนที่ใช่ที่สุดสำหรับเธอคือ Global ETF ทั้งในแง่ของการลงทุนระยะยาวและการลดภาระจากการต้องติดตามราคาหุ้นตลอดเวลา เธอจึงเริ่มต้นด้วยการใส่เงินก้อนแรก 10,000 บาท พร้อมตั้ง Auto DCA เดือนละ 10,000 บาท พร้อมกับการตัดสินใจครั้งสำคัญคือยอมปิดพอร์ตหุ้นไทยเดิมทั้งหมดที่ติดลบอยู่ -50% แล้วนำเงินส่วนหนึ่งมาจัดสรรลงทุนใหม่ ซึ่งเธอยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ “ไม่ง่าย” เลย
“ตอนนั้นบอกตัวเองว่า ช่างมัน! ถ้ายังยึดติดกับเงินที่ขาดทุนไปแล้วไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ก็ยอมติดลบ -50% ตัดใจปิดพอร์ตแดงๆ ทั้งหมดในตลาดหุ้นไทย SET แล้วถอนเงินมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กับ Jitta Wealth ดีกว่าการนั่งมองพอร์ตเดิมติดดอยอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีอนาคต”
หลังจากพอร์ตแรกเริ่มเข้าที่ เธอจึงขยายการลงทุนเพิ่มไปยังพอร์ตที่สอง คือ Jitta Ranking (Alpha) ด้วยเงินทุน 500,000 บาท เพื่อจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite โดยให้ Global ETF เป็นแกนหลักของชีวิต และมี Jitta Ranking เป็นส่วนเสริมสร้างโอกาสเติบโต
สุขภาพจิตที่ดีขึ้น เมื่อเปลี่ยนจากนักเก็งกำไรสู่นักลงทุน VI ยั่งยืน
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดหลังจากคุณปูปรับแนวทางการลงทุน ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขผลตอบแทน แต่คือ “ความสุขและความสงบในจิตใจ”
จากที่เคยใช้เวลาไปกับการดูกราฟราคาหุ้นระยะสั้น คอยติดตามความเคลื่อนไหวรายวินาที แต่ปัจจุบันคุณพรพรรณกลายเป็นนักลงทุนคุณค่า (VI) แม้จะยังติดตามข่าวสารการลงทุนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นจนต้องซื้อขายตลอดเวลาเหมือนเดิม
คุณปูตั้ง Auto DCA ไว้ในพอร์ต Global ETF แผนเติบโต เพื่อให้การลงทุนดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเงินที่จะเติมในพอร์ต Jitta Ranking Alpha จะพิจารณาจากความพร้อมทางการเงินและสถานการณ์ของพอร์ตในแต่ละช่วง
หากมีเงินเหลือจากรายได้หรือมีเงินปันผลจากแหล่งอื่น ก็นำมาเติมพอร์ต โดยไม่ให้กระทบกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
แนวทางนี้ทำให้คุณปูรู้สึกว่าการลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่จัดการได้ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องคอยกังวลอยู่ตลอดเวลา
แม้จะยังเปิดดูพอร์ตบ่อยๆ แต่เหตุผลเปลี่ยนไปจากเดิม จากการเปิดดูเพราะกังวลกับราคาที่ขึ้นลง กลายเป็นการติดตามความคืบหน้าของเงินลงทุนและใช้เป็นกำลังใจให้ตัวเองลงทุนต่อเนื่อง ไม่ได้ตระหนกหากพอร์ตปรับตัวลง แต่จะมองเป็นโอกาสทองในการเติมเงิน และเข้าใจมากขึ้นว่าความผันผวนเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน
“ตอนนี้สบายใจมาก ไม่เครียดเลย มีหน้าที่อย่างเดียวคือถึงเวลาเติมเงินใส่พอร์ต ไม่ต้องมานั่งเฝ้าข่าวกราฟหรือคิดว่าจะซื้อขายอะไรให้ปวดหัวตลอดเวลา มั่นใจในระบบ AI ของ Jitta Wealth มากกว่าการที่ตัวเราซึ่งมีความรู้น้อยจะไปนั่งเลือกหุ้นเอง เพราะอดีตสอนเราแล้วว่าการ DCA ในสินทรัพย์ที่ดี มันชนะตลาดได้จริง”
วางแผนเกษียณด้วยเงินหลายก้อน ช่วยกระจายความเสี่ยง
แม้ปัจจุบันยังมีรายได้จากงานประจำและธุรกิจส่วนตัว แต่ในวัย 56 ปี เธอให้ความสำคัญกับการวางแผนเกษียณ ด้วยการเตรียมแหล่งเงินหลายทางที่สามารถนำมารองรับ ไม่ว่าจะเป็นเงินสด เงินฝาก รายได้จากธุรกิจส่วนตัว และประกันสังคม เพราะเธอมองว่าไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหรือการทำธุรกิจ ต่างก็มีความไม่แน่นอนเป็นของตัวเอง บางเดือนธุรกิจอาจมีลูกค้ามาก บางเดือนอาจมีลูกค้าน้อย การมีเงินสำรองและแหล่งรายได้อื่นจึงช่วยลดการพึ่งพาเงินจากทางใดทางหนึ่งมากเกินไป
ขณะเดียวกัน คุณปูตั้งใจปล่อยพอร์ตลงทุนให้เติบโต ให้เงินทำงานต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย อาจเป็นอีก 10 ปี 15 ปี หรือ 20 ปี ให้พอร์ตนี้ทำหน้าที่เป็นหลักประกันความมั่นคง เคียงคู่ไปกับรายได้จากธุรกิจส่วนตัวและเงินออม และหากอายุครบ 60 ปี คุณปูก็มีแนวคิดว่าจะให้น้ำหนักการลงทุนกับ Global ETF มากขึ้น เพื่อให้ระดับความเสี่ยงเหมาะสมกับวัย
ส่งต่อแรงบันดาลใจ สู่วัยเกษียณที่ออกแบบได้ด้วยตัวเอง
คุณพรพรรณได้ทิ้งท้ายข้อคิดอันทรงคุณค่าไว้สำหรับผู้ที่กำลังลังเลหรือคิดจะเริ่มต้นวางแผนเกษียณในวัย 50+
“การลงทุนไม่มีคำว่าสายเกินไป และไม่มีคำว่าอายุมากหรืออายุน้อย เริ่มต้นได้ตลอดเวลา วัย 56 อย่างเราก็ยังมองการลงทุนไปอีก 10 ปีข้างหน้าได้ ขอเพียงแค่เราเลือกเครื่องมือที่เรามั่นใจ มีข้อมูลที่พิสูจน์ได้จริง แล้วปล่อยให้ระบบทำงานไป การเปลี่ยนแนวทางมาลงทุนระยะยาวกับ Jitta Wealth ในครั้งนี้ ทำให้เราพร้อมและสบายใจกับการรับมือวัยเกษียณได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
อายุ 56 ปี ก็ยังเริ่มลงทุนได้ หากเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง
เมื่อถามถึงคำแนะนำสำหรับคนวัย 50 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เคยลงทุน คุณปูมองว่าการเริ่มต้นลงทุนไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุอย่างที่หลายคนคิด
แม้ปัจจุบันเธอจะอายุ 56 ปีแล้ว แต่ก็ยังมองว่าตัวเองมีเวลาให้เงินลงทุนเติบโตได้อีกหลายปี สิ่งสำคัญคือการศึกษาให้เข้าใจ เลือกแนวทางที่เชื่อมั่น และลงทุนด้วยเงินที่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตัวเอง ซึ่งการเลือกวิธีลงทุนที่เหมาะกับตัวเองก็จะช่วยให้ลงทุนได้ด้วยความสบายใจ
“คนเราเริ่มลงทุนได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องคิดว่าอายุมากแล้วจะเริ่มไม่ได้ แต่ต้องมั่นใจในสิ่งที่เราจะลงทุนด้วย เพราะเป็นเงินของเราเอง”
สำหรับคุณปูวันนี้การลงทุนไม่ใช่การพยายามเอาชนะตลาดรายวันอีกแล้ว แต่คือการจัดสรรเงินอย่างเหมาะสมต่อเนื่อง และให้เวลากับเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การวางแผนเกษียณไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าพอร์ตจะเติบโตเร็วเพียงใดเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าเราเริ่มต้นเมื่อไร ลงทุนอย่างไร และเตรียมความพร้อมสำหรับความไม่แน่นอนในชีวิตไว้มากแค่ไหนด้วย


ดูรายละเอียดแผนการลงทุน







