Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา

คุณภัควัต ประสารฉ่ำ

ฟรีแลนซ์วัย 26

“ผมตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากมีเงิน 10 ล้านบาทตอนอายุ 60 ปี เพราะผมคิดว่าการลงทุนจะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายได้เร็วกว่าการออมเงินอย่างเดียว” Thematic Optimize ผลตอบแทน +50.86% (16 มิ.ย. 68 – 18 ต.ค. 69)

 

บทเรียนการเงินในครอบครัว สู่เป้าหมายปั้นพอร์ต 10 ล้านของหนุ่มวัย 26 | รีวิว Jitta Wealth

สำหรับคนวัย 26 ปี การวางแผนไปถึงเงิน 10 ล้านบาทอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว โดยเฉพาะเมื่ออาชีพที่ทำอยู่ไม่ได้มีรายได้แน่นอนทุกเดือน และยังต้องค่อยๆ สร้างความมั่นคงทางการเงินด้วยตัวเอง

แต่สำหรับคุณภัควัต ประสารฉ่ำ หนุ่มฟรีแลนซ์วัย 26 เขาเริ่มคิดถึงเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อประมาณ 4–5 ปีก่อน ไม่ใช่เพราะมีเงินพร้อมลงทุนจำนวนมาก แต่เพราะไม่อยากให้ชีวิตทางการเงินของตัวเองต้องเผชิญกับปัญหาแบบเดียวกับคนในครอบครัว

จากวันนั้น เขาจึงเริ่มศึกษาความรู้ทางการเงิน ทดลองลงทุนด้วยตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ เรียนรู้ว่าการลงทุนที่ดีไม่ใช่แค่การเลือกสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโต แต่ต้องเป็นการลงทุนที่มีเป้าหมายและเหมาะกับตัวเอง ด้วยพอร์ต Thematic Optimize +50.86% (16 มิ.ย. 68 – 18 ต.ค. 69)

จุดเริ่มต้นของการลงทุน คือเห็นครอบครัวเก็บเงินไม่อยู่ 

คุณภัควัตปัจจุบันอายุ 26 ปี มีความบกพร่องทางการมองเห็น เขาจึงเลือกอาชีพฟรีแลนซ์ อาศัยความสามารถของตัวเองในการสร้างรายได้ ซึ่งรายรับในแต่ละเดือนไม่ได้แน่นอนเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาเริ่มสนใจเรื่องการเงินอย่างจริงจัง คือการสังเกตเห็นปัญหาของคนในครอบครัวที่มีรายได้ แต่กลับเก็บเงินไม่ค่อยอยู่

ภาพนั้นทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากวันหนึ่งต้องรับผิดชอบชีวิตและค่าใช้จ่ายของตัวเองเต็มที่ เขาจะบริหารเงินอย่างไรให้มีความมั่นคง และไม่ต้องเผชิญปัญหาแบบเดียวกัน

“ผมรู้สึกว่าไม่อยากเป็นเหมือนผู้ใหญ่หลายๆ คนที่หาเงินได้ แต่เก็บเงินไม่อยู่” คือเหตุผลที่ทำให้เขาเริ่มศึกษาความรู้ทางการเงินอย่างจริงจัง

เมื่อมีอินเทอร์เน็ตและ YouTube เป็นแหล่งเรียนรู้ เขาจึงเริ่มค้นหาข้อมูลจากหลายช่องทาง  แต่สิ่งที่เขาเรียนรู้ในช่วงแรกไม่ใช่เทคนิคเลือกหุ้นหรือการคาดเดาว่าตลาดจะขึ้นหรือลง เพราะเขาต้องการทำความเข้าใจเรื่องเงินและการลงทุนในภาพรวม

แม้ในช่วงแรกจะยังไม่ได้มีเป้าหมายที่ชัดเจนมากนัก แต่การเริ่มเรียนรู้ก็ทำให้เขาก้าวเข้าสู่โลกการลงทุนในเวลาต่อมา

จากเคยอยากรวย สู่การเรียนรู้ว่าต้องลงทุนอย่างมีเป้าหมาย 

คุณภัควัตเริ่มลงทุนด้วยกองทุนรวมผ่านธนาคาร โดยเลือกลงทุนในดัชนี S&P 500 เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ได้ยินคนพูดถึงอยู่บ่อยๆ

ในช่วงเริ่มต้น เขายังไม่ได้มีเงินลงทุนมากนัก จึงเลือกลงทุนตามกำลังของตัวเอง มีเงินเท่าไรก็ลงทุนเท่าที่ไหว และใช้วิธี DCA ลงทุนต่อเนื่องมาเรื่อยๆ

เขายอมรับว่าในเวลานั้นยังไม่ได้มีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน การลงทุนจึงเป็นไปตามความสนใจและความคาดหวังว่าอยากให้เงินเติบโต

แต่เมื่อเริ่มลงทุนจริง เขากลับพบอีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนอาจเคยเจอเหมือนกัน

เมื่อพอร์ตขึ้น ก็ไม่รู้ว่าควรขายเมื่อไร

เมื่อพอร์ตลง ก็ไม่แน่ใจว่าควรถือไว้หรือปรับพอร์ต

และเมื่อมีเงินลงทุนกระจายอยู่ในสินทรัพย์ต่างๆ การจัดสัดส่วนให้เหมาะสมก็กลายเป็นอีกเรื่องที่ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง

ประสบการณ์นี้ทำให้คุณภัควัตเริ่มมองหาวิธีลงทุนที่ไม่ต้องใช้เวลาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองมากนัก

เขาไม่ได้ต้องการเพียงลงทุนให้เงินเติบโต แต่ต้องการวิธีที่ช่วยให้สามารถลงทุนต่อไปได้อย่างสม่ำเสมอด้วย

รู้จัก Jitta Wealth และเริ่มต้นจาก Global ETF 

คุณภัควัตรู้จัก Jitta Wealth ผ่าน YouTube  เมื่อเห็นเนื้อหาที่อธิบายเกี่ยวกับการลงทุนและแอปพลิเคชัน เขาจึงตัดสินใจดาวน์โหลดมาลองใช้งาน ก่อนจะเปิดพอร์ตลงทุนเป็นครั้งแรก ด้วยพอร์ต Global ETF และเมื่อศึกษาและทำความเข้าใจระดับความเสี่ยงของตัวเองมากขึ้น เขาพบว่าตัวเองสามารถยอมรับความผันผวนได้ค่อนข้างสูง จึงตัดสินใจย้ายเงินจาก Global ETF มาลงทุนใน Thematic Optimize มากขึ้น  จนกลายเป็นพอร์ตหลัก  ขณะเดียวกันก็เริ่มกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่นผ่าน Flexi Fund โดยมีการแบ่งสัดส่วนระหว่างทองคำ อสังหาริมทรัพย์ น้ำมันดิบ และหุ้นรายประเทศ

สำหรับเขา การเลือกลงทุนไม่ได้มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้เหมือนกันทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมีเป้าหมายอย่างไร และสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน

“ผมยอมรับความเสี่ยงได้อยู่แล้ว” เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกลงทุนในพอร์ตที่มีความผันผวนสูงขึ้น

แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเลือกสินทรัพย์ คือการเข้าใจว่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นเสมอไป และการลงทุนที่มีโอกาสเติบโตมากขึ้นก็อาจมาพร้อมกับช่วงเวลาที่พอร์ตปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงได้เช่นกัน

พอร์ตติดลบ 40% แต่ยังอยู่กับแผนการลงทุนได้ 

ประสบการณ์หนึ่งที่สะท้อนแนวคิดการลงทุนของคุณภัควัตได้ชัดเจน คือช่วงที่พอร์ต Thematic Optimize เคยติดลบประมาณ 40%

สำหรับนักลงทุนหลายคน การเห็นเงินลงทุนลดลงมากขนาดนี้อาจทำให้เกิดความกังวล และเริ่มตั้งคำถามว่าควรขายเพื่อลดความเสี่ยงหรือไม่

แต่คุณภัควัตบอกว่าเขายังสามารถอยู่กับความผันผวนดังกล่าวได้ เพราะเข้าใจความเสี่ยงของพอร์ตที่เลือกลงทุน

เมื่อพอร์ตติดลบและมีเงินพร้อมลงทุนเพิ่ม เขาจะพิจารณาซื้อเพิ่ม แต่หากช่วงนั้นไม่มีเงินเหลือ ก็จะถือเงินลงทุนเดิมไว้ก่อน

แนวคิดของเขาจึงไม่ใช่การมองว่าตลาดลงแล้วต้องซื้อเพิ่มทุกครั้ง แต่เป็นการเข้าใจสถานการณ์ของตัวเอง ทั้งในแง่ความเสี่ยงและความพร้อมทางการเงิน

อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เขาไม่กังวลกับความเคลื่อนไหวในระยะสั้นมากนัก คือการไม่ได้เปิดดูพอร์ตบ่อยเกินไป

เขายอมรับว่าการเห็นพอร์ตเป็นบวกก็ทำให้ดีใจ แต่เมื่อพอร์ตติดลบก็พยายามทำความเข้าใจว่าความผันผวนเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน โดยเฉพาะเมื่อเลือกสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง

“ถ้าช่วงนั้นมีเงิน ผมก็ซื้อเพิ่ม แต่ถ้าไม่มีเงินก็ถือไว้ครับ ผมเข้าใจความเสี่ยงและอยู่กับมันได้”

Mindset นี้ไม่ได้หมายความว่าการขาดทุนเป็นเรื่องที่ไม่ต้องสนใจ หรือทุกคนควรซื้อเพิ่มเมื่อราคาลดลง แต่สะท้อนให้เห็นว่าก่อนลงทุน เราควรเข้าใจธรรมชาติของสินทรัพย์ที่เลือก และประเมินตัวเองให้ได้ว่าสามารถรับความผันผวนได้จริงหรือไม่

เพราะหากเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงเกินกว่าที่ตัวเองจะรับไหว แม้จะมีเป้าหมายระยะยาว ก็อาจตัดสินใจผิดพลาดได้เมื่อเผชิญกับตลาดขาลง

ออมก่อนใช้ เพราะรายได้ไม่แน่นอนก็วางแผนได้ 

ความท้าทายอีกด้านของคุณภัควัตคือการมีรายได้จากงานฟรีแลนซ์ ซึ่งแต่ละเดือนอาจไม่เท่ากัน

บางเดือนมีรายได้มาก บางเดือนมีรายได้น้อย การกำหนดเงินลงทุนเป็นจำนวนเท่ากันทุกเดือนจึงอาจไม่เหมาะกับสถานการณ์ของเขาเสมอไป

สิ่งที่เขาเลือกทำคือ ออมก่อนใช้

เมื่อได้รับเงินมา เขาจะพยายามแบ่งเงินเก็บไว้ก่อน แล้วจึงจัดสรรส่วนที่เหลือสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ เพราะหากใช้เงินไปก่อน ก็อาจไม่มีเงินเหลือสำหรับออมและลงทุน

สำหรับการ DCA เขาตั้งใจลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาจำนวนเงินตามรายได้ในแต่ละเดือน เดือนที่มีรายได้มากก็เพิ่มเงินลงทุน ส่วนเดือนที่มีรายได้น้อยก็ลดจำนวนลงตามความเหมาะสม แต่อย่างน้อยต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อพอร์ตต่อเดือน หากมีเงินเหลือมากกว่านั้นก็จะเพิ่มเงินลงทุนตามกำลัง   

เป้าหมาย 10 ล้านบาทเมื่ออายุ 60 ปี

แม้จะเริ่มต้นลงทุนโดยยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่วันนี้คุณภัควัตมีเป้าหมายทางการเงินที่ต้องการไปให้ถึงแล้ว นั่นคือการมีเงิน 10 ล้านบาทเมื่ออายุ 60 ปี

จากปัจจุบันที่อายุ 26 ปี เขายังมีเวลาอีกประมาณ 34 ปีในการวางแผนและสะสมเงินลงทุน

เขามองว่าการลงทุนเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เงินมีโอกาสเติบโต และเพิ่มโอกาสในการไปถึงเป้าหมายได้เร็วกว่าการออมเงินเพียงอย่างเดียว แม้ผลลัพธ์จริงจะขึ้นอยู่กับผลตอบแทนในอนาคต เงินลงทุนที่เติมเข้าไป และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

ในระยะยาว เขาตั้งใจจะลงทุนต่อเนื่อง และมองว่าการจัดพอร์ตควรเปลี่ยนแปลงตามช่วงชีวิตด้วย

วันนี้เขายังอายุน้อยและยอมรับความเสี่ยงได้สูง จึงเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตมากขึ้น แต่เมื่ออายุมากขึ้น เขาก็คิดว่าจะค่อยๆ ปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่ใกล้เป้าหมายมากขึ้น

การลงทุนที่ดี คือการลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง

เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่างการลงทุนในกองทุนรวมด้วยตัวเองกับการลงทุนผ่าน Jitta Wealth คุณภัควัตมองว่าความสะดวกเป็นข้อแตกต่างสำคัญ

การลงทุนด้วยตัวเองต้องคอยติดตามพอร์ตและตัดสินใจว่าจะปรับสัดส่วนเมื่อไร ขณะที่ Jitta Wealth ช่วยจัดการเรื่องพอร์ตตามรูปแบบการลงทุนที่เลือก ทำให้เขาไม่ต้องคอยตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง

ในฐานะผู้บกพร่องทางการมองเห็น เขามองว่าแอปพลิเคชันของ Jitta Wealth ใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อน ซึ่งช่วยให้สามารถจัดการการลงทุนได้สะดวกขึ้น

แต่เมื่อมองย้อนกลับไป เส้นทางการลงทุนของคุณภัควัตไม่ได้เริ่มจากการรู้จักแพลตฟอร์มลงทุน หรือการค้นพบสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด

จุดเริ่มต้นจริงๆ คือการเห็นปัญหาทางการเงินของคนในครอบครัว แล้วตัดสินใจเรียนรู้เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเผชิญสถานการณ์แบบเดียวกัน

จากคนที่เริ่มลงทุนเพียงเพราะอยากรวย วันนี้เขาเริ่มมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น รู้ว่าตัวเองยอมรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน และกำลังวางแผนเพื่อไปให้ถึงเงิน 10 ล้านบาทในอีก 34 ปีข้างหน้า

สิ่งที่เขาอยากฝากถึงนักลงทุนมือใหม่จึงไม่ใช่การแนะนำว่าควรซื้อสินทรัพย์อะไร แต่เป็นการเริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน

เพราะเมื่อรู้ว่าอยากมีเงินเท่าไรและต้องการเงินเมื่อไร เราจึงจะเริ่มวางแผนได้ว่าควรออมเท่าไร ลงทุนอย่างไร และยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน

สำหรับคุณภัควัต การลงทุนไม่ใช่การเร่งทำให้เงินเติบโตให้เร็วที่สุด แต่คือการค่อยๆ สร้างโอกาสให้ตัวเองมีอิสระทางการเงินมากขึ้นในอนาคต ด้วยแผนที่เข้าใจได้และสามารถทำต่อไปได้จริง

ดูรายละเอียดแผนการลงทุน

Thematic Optimize

ลงทุนธีมเมกะเทรนด์โลกอนาคตไกล
วิเคราะห์คัดเลือกธีมที่น่าลงทุนที่สุดด้วย AI

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
ภาพสัญลักษณ์ตัวแทนอุตสาหกรรมเมกะเทรนด์ (Megatrend) ประกอบด้วยไอคอนใบกัญชา ไมโครชิป รถเข็นช้อปปิ้ง และสมองกล AI สื่อถึงโอกาสในการกระจายการลงทุนทั่วโลก ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและธุรกิจแห่งอนาคตที่มีการเติบโตสูง
ภาพสัญลักษณ์ตัวแทนอุตสาหกรรมเมกะเทรนด์ (Megatrend) ประกอบด้วยไอคอนใบกัญชา ไมโครชิป รถเข็นช้อปปิ้ง และสมองกล AI สื่อถึงโอกาสในการกระจายการลงทุนทั่วโลก ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและธุรกิจแห่งอนาคตที่มีการเติบโตสูง

Thematic Optimize

ลงทุนธีมเมกะเทรนด์โลกอนาคตไกล
วิเคราะห์คัดเลือกธีมที่น่าลงทุนที่สุดด้วย AI

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

ลงทุนด้วยหลักการที่ถูกต้องกับ Jitta Wealth

ลงทุนอย่างสบายใจ กำไรอย่างยั่งยืน

เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากคุณวริทธิ

คุณภควัต ประสารฉ่ำ ฟรีแลนซ์วัย 26 ปี แชร์บทเรียนจากปัญหาการเงินในครอบครัว สู่การเริ่มลงทุนอย่างมีเป้าหมาย เพื่อสร้างเงิน 10 ล้านบาทไว้ใช้ในวัยเกษียณ

Read more

บทเรียนการลงทุนจากนักลงทุนวัย 56 ปีที่อยู่ในตลาดหุ้นไทยกว่า 10 ปี ก่อนหันมาจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและเตรียมพร้อมสู่วัยเกษียณ

Read more

เรื่องราวของคุณครูวีระชาติ จันทร์แจ้ง ที่หนีวงจรหนี้มาลงทุนใน​ Global ETF อย่างต่อเนื่องด้วยวินัย จนสร้างเงินลงทุนล้านแรกและวางแผนอิสรภาพทางการเงินรับวัยเกษียณ

Read more

พนักงาน Messenger ที่เคยทำงานมาหลายปีแต่ไม่มีเงินเก็บ สู่การเริ่มลงทุนด้วย DCA อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเงินสำรองและเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณ

Read more

เรื่องราวของคุณรัชวรรณ ข้าราชการแพทย์วัย 34 ปี จากคนที่เคยเฝ้าหน้าจอเทรดหุ้นและคริปโทฯ สู่การลงทุนระยะยาวที่ไม่รบกวนการทำงานและชีวิตประจำวัน กับ Omni Fund +14.58% (17 ต.ค. 68-1 ก.ย.69)

Read more

คุณแม่ลูกสองที่เคยสูญเงินจากการลงทุนแบบลองผิดลองถูก ก่อนเรียนรู้การลงทุนอย่างเข้าใจเพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาว

Read more

ดูทั้งหมด