Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา

คุณกิตติ บุญชู 

เจ้าของร้านอาหาร วัย 26 ปี

ผมเคยคิดว่าการลงทุนต้องเฝ้าจอ แต่วันนี้ขอเอาเวลาไปทำร้านอาหาร แล้วปล่อยให้เงินทำงานแทน
Global ETF +25.55 %(10 เม.ย. 68-1 ส.ค. 69)
Thematic Optimize +62.84 %(18 ธ.ค. 66-1 ส.ค. 69)
Jitta Ranking US Healthcare +15.54 % (20 ธ.ค. 66-1 ส.ค. 69)

 

เมื่อนักเทรดกลับใจ รีวิว Jitta Wealth พอร์ตที่ติดลบ 30% ก็สร้าง ‘ล้านแรก’ ให้ได้

สำหรับคนที่เคยหลงใหลการเทรด การตัดสินใจ “หยุดเทรด” อาจฟังดูเหมือนการยอมแพ้ แต่สำหรับคุณกิตติ บุญชู เจ้าของร้านอาหารวัย 26 ปี มันกลับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเส้นทางการลงทุน

จากคนที่เคยเฝ้าตลาด เทรด Forex ทองคำ และคริปโทเคอร์เรนซี ในวันนี้เขากลับเลือกลงทุนระยะยาวด้วยวิธี DCA และปล่อยให้พอร์ตทำงานแทน ขณะที่ตัวเองนำเวลาไปทุ่มให้กับธุรกิจร้านอาหารอย่างเต็มที่

เริ่มต้นจากความโลภ และตามกระแส

จุดเริ่มต้นจากสายเทรด สู่การมองหาความมั่นคง

คุณกิตติทำธุรกิจร้านอาหารของตนเอง เวลาทุกนาทีถูกผูกติดอยู่กับวัตถุดิบ หน้าเตา และลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาตลอดวัน

ทว่าในอีกมุมหนึ่ง คุณกิตติมีความหลงใหลในโลกการเงิน เขาเริ่มต้นก้าวเข้าสู่ตลาดทุนช่วงกลางปี 2566 ด้วยเสน่ห์อันรวดเร็วของ “การเทรด” ไม่ว่าจะเป็น Forex ทองคำ หรือคริปโทเคอร์เรนซี

เวลานั้นเขามองว่าการซื้อขายสินทรัพย์และการจับจังหวะตลาดเป็นเรื่องที่น่าท้าทาย

เขาศึกษาจนสามารถสร้างระบบเทรดและวางกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงเพื่อควบคุมไม่ให้พอร์ตแตกได้เป็นอย่างดี

แต่สิ่งที่คุณกิตติต้องแลกมามหาศาล นั่นคือ “เวลาและพลังงานชีวิต”

เพราะการเทรดต้องอาศัยทั้งเวลา การติดตามข่าว การเฝ้าตลาด และการบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด 

“การเทรดมันยากมากครับ ต้องคอยเฝ้าจอ เช็กกราฟ ติดตามข่าวตลอดเวลา มีความเสี่ยงที่เราไม่สามารถควบคุมตลาดได้ พอเราต้องเปิดร้านอาหาร ทำกับข้าวขายเอง มันไม่มีเวลาที่จะมานั่งดูจอได้ตลอด”

แต่โชคดีที่เขาได้เจอ “ครูดี” ในช่วงแรกที่ศึกษาเรื่องการลงทุน และมีอาจารย์แนะนำให้รู้จักการลงทุนระยะยาว เขาจึงเริ่มเห็นภาพที่ต่างออกไป

“โชคดีที่ตอนไปเรียน อาจารย์เคยสอนไว้คำหนึ่งว่า โลกการลงทุนไม่ควรมีแค่การเทรดระยะสั้น แต่ต้องมีการลงทุนระยะยาวควบคู่ไปด้วย เพราะการเทรดมีความเสี่ยงสูง เราไม่สามารถคาดการณ์หรือควบคุมผลกำไรระยะยาวได้เสมอไป”

คำแนะนำของอาจารย์ในวันนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณกิตติหันมาศึกษาการลงทุนระยะยาวอย่างจริงจัง เขาเริ่มมองหาทางเลือกการลงทุนที่ตอบโจทย์ชีวิต จนได้รู้จักกับ Jitta Wealth ผ่านสื่อออนไลน์อย่าง YouTube และ Facebook ก่อนจะตัดสินใจเปิดพอร์ตลงทุนเป็นครั้งแรก

บทเรียนราคาแพงในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ

พอร์ตแรกที่คุณกิตติเลือกลงทุนคือพอร์ต Jitta Ranking หุ้นสุขภาพสหรัฐฯ ด้วยเงินลงทุนราว 500,000 บาทในช่วงปลายปี 2566 ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือเมื่อเปิดดูข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลังแล้วผลตอบแทนดี มีตัวเลขผลตอบแทนที่โดดเด่นและเติบโตสูงสุดในอดีต จึงคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่น่าสนใจที่จะกระจายเงินมาลงทุนระยะยาว เขาจึงตัดสินใจเทเงินก้อนนั้นลงไปทั้งหมดในคราวเดียว โดยไม่ได้ DCA

เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม

พอร์ตแรกที่ลงทุนกับ Jitta Wealth ไม่ได้เริ่มต้นด้วยกำไรสวยงามตั้งแต่ช่วงแรก ตรงกันข้าม เคยติดลบเกือบ 30% และต้องใช้เวลารอคอยกว่า 2 ปี กว่าจะกลับมาทำกำไร

“จำได้แม่นเลยครับ ลงทุนไปมีวันเดียวที่ขึ้นตัวเขียวทำกำไร ที่เหลือหลังจากนั้นคือดิ่งลงเรื่อยๆ ติดลบอยู่ประมาณ 2 ปีเต็ม ยิ่งตอนนั้นไปซื้อช่วงหลังโควิดที่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปสูงมากแล้ว พอร์ตเจอ Drawdown ลึกเกือบ 30% เงินต้นหายไปแสนกว่าบาท มันกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุด ว่าการซื้อหุ้นตอนที่กำลังแพงที่สุดมันให้ความรู้สึกยังไง”

สำหรับนักลงทุนหลายคน การเห็นตัวเลขเงินแสนละลายหายไปต่อหน้าย่อมนำมาซึ่งความตื่นตระหนก และลงเอยด้วยการกด “ขายล้างพอร์ต” เพื่อหนีตาย

สิ่งที่เขาได้กลับมาในวันนี้มีค่ามากกว่าผลตอบแทน นั่นคือ “Mindset” ของการลงทุนระยะยาว

ในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ เขากลับเลือกที่จะ “ไม่ขาย” และนั่นก็ทำให้เขายิ้มได้ในวันนี้

“ตอนนั้นเห็นหุ้นตกลงมา เราไม่ขายก็แอบเสียใจครับ แต่วันนี้ดีใจที่ไม่ได้กดขายไปซะก่อน ดีที่อดทนถือมาตลอด ฟัง Live ของคุณเผ่า (CEO ของ Jitta Wealth) ทุกสัปดาห์จนเข้าใจว่าถ้าเราไม่ขาย เราก็ยังไม่ขาดทุนจริง เราเชื่อมั่นในระบบและพื้นฐานธุรกิจที่อัลกอริทึมเลือกให้ จึงเลือกที่จะปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ไปกวนมัน”

ทุกวันนี้เขายังคงติดตามข้อมูลและฟังไลฟ์ของทีมงาน Jitta Wealth ทุกเย็นวันพุธอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมความรู้และทำความเข้าใจกระบวนการคัดเลือกหุ้น อัลกอริทึม และสัจธรรมของวัฏจักรเศรษฐกิจ

“ทำให้เข้าใจมากขึ้นว่าการลงทุนระยะยาวไม่ได้หมายความว่าจะต้องเห็นกำไรทุกเดือน แต่ต้องใช้ความอดทนมากกว่าความกล้า จึงจะผ่านช่วงเวลาที่ตลาดปรับตัวลงมาได้” 

ดอกเบี้ยทบต้นทำงาน… เมื่อถึงเวลาที่พอร์ตเบ่งบาน

และแล้ว การอดทนรอคอยตลอด 2 ปีกว่าเริ่มผลิดอกออกผลอย่างไม่คาดคิด ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ปี 2569 เป็นต้นมา ตลาดหุ้นสุขภาพสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัวอย่างรุนแรง กราฟพอร์ตที่เคยจมดิ่งค่อยๆ ไต่ระดับกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว

“ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มันขึ้นมาเร็วมาก จากที่เคยขาดทุนแสนกว่าบาท กลายมาเป็นได้ทุนคืนครบทั้งหมด แถมยังมีกำไรส่วนเกินงอกเงยออกมาอีกกว่า 100,000 บาท รวมในพอร์ตขึ้นมาเป็น 650,000 บาทเรียบร้อยครับ”

ไม่ใช่แค่ Jitta Ranking US Healthcare เท่านั้น ในระหว่างทาง คุณกิตติยังได้ขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นอีก 2 กอง รวมเป็น 3 พอร์ต ได้แก่ Thematic Optimize ที่สร้างผลตอบแทนบวกทะยานถึง +62.84% (18 ธ.ค. 66-1 ส.ค. 69 ) ไปแล้ว และพอร์ต Global ETF (แผนเติบโต) ที่ผลตอบแทนบวกอยู่ที่ +25.55% (10 เม.ย. 68-1 ส.ค. 69) 

ปิดจอ-เลิกเทรด เอาเวลาไปทำร้านอาหาร

เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ด้วยสถิติ คุณกิตติจึงตัดสินใจเปลี่ยนสถานะ “นักเทรด” ที่พยายามจับจังหวะตลาดด้วยตัวเองมาเป็น “นักลงทุนระยะยาว” ที่สร้างวินัยให้กับการลงทุน DCA ทุกเดือน แล้วปล่อยให้ระยะเวลาทำหน้าที่ของมัน แล้วนำเวลาที่เหลือไปทุ่มให้กับร้านอาหารดีกว่า

“พอเทียบกันแล้ว การลงทุนระยะยาวกับ Jitta Wealth ดีกว่าการเทรดเยอะมาก การเทรดเครียดและกินเวลา แต่ตรงนี้ผมไม่ต้องทำอะไรเลย ระบบจัดการ ปรับพอร์ต และคัดสรรหุ้นให้ทั้งหมด สบายใจกว่ากันเยอะ เอาเวลาไปตั้งใจทำกับข้าวขายที่ร้านดีกว่าครับ”

กลยุทธ์พิชิต “เงินล้านแรก” ในวัย 26 ปี

คุณกิตติเล่าย้อนไปว่า ในช่วงต้นปี 2026 เขาตั้งหมุดหมายสำคัญในใจคือ “เงินล้านแรก” ให้ได้ แต่เมื่อกางตัวเลขดูในตอนนั้น พอร์ตยังขาดทุนอยู่ประมาณ 200,000 กว่าบาท 

“ตอนแรกมาลองหารดูว่าถ้าต้องเติมเงินเองเดือนละเท่าไหร่เพื่อให้ทันสิ้นปี ปรากฏว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก แต่ความมหัศจรรย์คือ จังหวะที่ตลาดปรับตัวขึ้น หุ้นในพอร์ตมันทำกำไรทบต้นด้วยตัวของมันเอง เราเติมเงินแบบ DCA เข้าไปตามปกติ ไม่ได้ใส่เงินเพิ่มมากมายอะไร แต่พอร์ตวิ่งทะลุ 1 ล้านบาทได้สำเร็จก่อนถึงสิ้นปีเสียอีก วินาทีนั้นดีใจและภูมิใจมากครับ”

เบื้องหลังความสำเร็จของการปั้นเงินล้านตั้งแต่อายุยังน้อย คุณกิตติมีเคล็ดลับสำคัญคือ 

การบริหารกระแสเงินสดและมีเงินสำรองฉุกเฉิน 

เงินที่นำมาลงทุนคือกำไรส่วนเกินหลังจากหักค่าใช้จ่ายร้านอาหารและกันเงินสำรองฉุกเฉินไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะเขาไม่ใช่มนุษย์เงินเดือนที่จะมีสภาพคล่องเข้ามาต่อเนื่อง ดังนั้นการมีสภาพคล่องสำรองที่ปลอดภัยทำให้ยามมีวิกฤติหรือเหตุจำเป็นในชีวิต จะช่วยให้เขาไม่ต้องถูกบังคับให้ขายหุ้นในพอร์ตออกมาเพื่อประทังชีวิต

คุณกิตติเปลี่ยนพฤติกรรมจากการลงเงินก้อน มาใช้วิธี DCA ทุกเดือน โดยเลือกเติมเงินเข้าสู่ 2 พอร์ตหลัก คือ Global ETF และ Thematic Optimize เพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุนและตัดอารมณ์การจับจังหวะตลาดออกไป

จัดโครงสร้างพอร์ตตามช่วงวัย ให้ “ล้านแรก” สู่เงินเกษียณ

แม้จะอายุเพียง 26 ปี ยังสามารถรับความผันผวนของพอร์ตความเสี่ยงสูง แต่เขาเริ่มนำแนวคิดเรื่องการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite มาปรับใช้กับตัวเอง โดยตั้งใจจะมุ่งเน้น DCA พอร์ตหลัก (Core) อย่าง Global ETF ให้มีสัดส่วนใหญ่ขึ้น เพื่อเตรียมรับมือกับความมั่นคงเมื่ออายุมากขึ้น และในอนาคต เขาตั้งใจจะทยอยปรับเงินจากพอร์ตที่มีความเสี่ยงสูงกลับมาอยู่ใน Core มากขึ้น

เมื่อบรรลุเป้าหมายแรกแล้ว คุณกิตติไม่ได้คิดว่าจะนำเงินออกมาใช้ ตรงกันข้าม เขากลับอยากลงทุนต่อเพื่อสะสมเป็นเงินสำหรับวัยเกษียณ ด้วยวัยเพียง 26 ปี เขายังมีเวลาอีกหลายสิบปีในการลงทุน และมองว่า “เวลา” คือเครื่องมือสำคัญที่สุด เงินที่ทยอยสะสมอย่างมีวินัยในวันนี้จะเติบโตและสร้างความมั่นคงในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ถอดบทเรียนส่งต่อพลังแห่งวินัยการลงทุนที่มั่นคง

เมื่อถามถึงพอร์ตลูกรักคุณกิตติตอบว่า “เป็นลูกรักทุกพอร์ตครับ เพราะทุกพอร์ตทำกำไรให้เราหมดเลย”

เป้าหมายถัดไปของพ่อค้าหนุ่มคนนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่เงินล้านแรก แต่เป็นการเดินหน้าสะสมสินทรัพย์ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อวางรากฐานเป็นพอร์ตเกษียณ และเตรียมไว้เป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับครอบครัวและลูกในอนาคต

“สำหรับคนที่ค้าขายหรือคนที่กำลังเริ่มต้นเก็บเงินสร้างพอร์ต ผมอยากบอกว่าจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุดคือการบริหารเงินของเราเองให้ดีก่อน แบ่งเงินเป็นสัดส่วน มีเงินสำรองให้พร้อม แล้วเอาเงินที่เหลือมาทยอยลงทุนเล็กๆ น้อยๆ อาศัยระยะเวลา ความอดทน และวินัยสม่ำเสมอ ปล่อยให้พอร์ตทำหน้าที่เติบโตไปตามธรรมชาติ แล้ววันหนึ่ง พลังของเวลาจะตอบแทนเราอย่างคุ้มค่าแน่นอนครับ”

วันนี้คุณกิตติเลือกทำสิ่งที่ตัวเองถนัด ทั้งการทำอาหารและบริหารร้าน ส่วนเรื่องการลงทุนก็ปล่อยให้ระบบทำหน้าที่ของมัน เพราะบทเรียนตลอดเส้นทางทำให้เขาเข้าใจว่า การลงทุนระยะยาวไม่ได้วัดกันว่าใครซื้อได้ถูกที่สุด หรือใครทำกำไรได้เร็วที่สุด แต่วัดกันที่ใครสามารถอยู่ในตลาดได้นานพอ และมีวินัยมากพอที่จะเดินต่อไปจนถึงเป้าหมาย

ลงทุนด้วยหลักการที่ถูกต้องกับ Jitta Wealth

ลงทุนอย่างสบายใจ กำไรอย่างยั่งยืน

เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากอังคาร

คุณกิตติ เจ้าของร้านอาหารวัย 26 ปี จากนักเทรดสู่การลงทุนระยะยาว เรียนรู้จากพอร์ตที่เคยติดลบเกือบ 30% และสร้างวินัย DCA เพื่อเป้าหมายเงินล้านแรก

Read more

ทันตแพทย์ที่เคย DCA หุ้นจนพอร์ตติดลบ ก่อนค้นพบการจัดพอร์ต Core & Satellite เพื่อการลงทุนระยะยาว

Read more

นายแพทย์บริหารที่มีเวลาจำกัด แต่ยังลงทุนต่อเนื่อง ด้วยระบบที่ช่วยดูแลและบริหารพอร์ตเติบโตด้วย Jitta Ranking Alpha +15.78% (8 ม.ค.-9 เม.ย. 2569)

Read more

เจ้าของธุรกิจที่เปลี่ยนจากการลงทุนหวังรวยเร็ว สู่การลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงด้วย Global ETF +67.65% (10 พ.ย. 2563-9 พ.ค. 2569)

Read more

วิศวกรสายเทคโนโลยี ที่ใช้เหตุผลและเงินเย็นลงทุน Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ พร้อมมองการลงทุนระยะยาว

Read more

Data Analyst ที่เชื่อในข้อมูลและระบบ เปลี่ยนจากการเล่นหุ้นตามกราฟ สู่การลงทุนระยะยาวด้วย AI กับ Thematic Optimize +52.01% (26 ธ.ค. 2565 – 19 ก.พ. 2569)

Read more

ดูทั้งหมด