เส้นทางนักลงทุนวัยเกษียณฉบับนายแพทย์บริหาร
คุณธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์
คุณหมอวัยเกษียณที่ผันตัวเป็นผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุข

“ทุกคนต้องเรียนรู้ ต้องมีเบสิกเรื่องการลงทุน ถ้าเราลงทุนได้ดี มันก็จะพอกพูนได้”
Jitta Ranking Alpha +15.78% (8 ม.ค.-9 เม.ย. 2569)
เส้นทางนักลงทุนวัยเกษียณฉบับนายแพทย์บริหาร รีวิว Jitta Wealth
ในชีวิตการทำงานของคุณธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ นายแพทย์วัยเกษียณที่ปัจจุบันเกษียณอายุราชการและผันตัวเองจากหมอดูแลผู้ป่วยมาเป็นผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ในแต่ละวันเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงาน ไม่ว่าจะตอนที่เป็นคุณหมอในต่างจังหวัดควบคู่กับการเปิดคลินิกส่วนตัว จนกระทั่งก้าวมาเป็นผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุข เรียกได้ว่า “เวลา” ถือเป็นทรัพยากรที่หาได้ยากที่สุด แต่เขากลับไม่เคยทิ้งเรื่องของการลงทุนไว้ข้างหลัง กับพอร์ต Jitta Ranking Alpha +15.78% (ข้อมูล ณ วันที่ 8 ม.ค.-9 เม.ย. 2569)*
ชีวิตการลงทุนในวันที่ “ไม่มีเวลา”
คุณหมอเล่าว่า การลงทุนกับ Jitta Wealth ช่วยเพิ่มความสะดวกในการลงทุนให้คุณหมอที่มีเวลาน้อย สามารถลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง
“สะดวกดีมาก มีคนช่วยดูแลพอร์ตให้ เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาแบบผม และโดยพื้นฐานผมเองก็ไม่ได้อ่านกราฟหรือวิเคราะห์หุ้นเก่ง แต่พอจะรู้แนวเศรษฐกิจและข่าวคราวบ้าง เพียงแต่เราไม่มีเวลาดูตรงนั้น การมีระบบเข้ามาช่วยทำให้ลงทุนได้ต่อเนื่อง และ Jitta Wealth ก็มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง”
ก่อนจะมาลงทุนกับ Jitta Wealth คุณหมอก็ลงทุนเฉกเช่นนักลงทุนทั่วไป เพราะมีความตั้งใจที่จะออมและลงทุนมาตั้งแต่วัยหนุ่ม โดยเริ่มจากกองทุนตราสารหนี้และพันธบัตร เป็นนักลงทุนทั่วไปที่เน้น “เก็บสะสม” มากกว่า ไม่ได้มีความรู้เชิงลึกมากนัก บางช่วงก็ลองผิดลองถูกในตลาดหุ้นผ่านคำแนะนำของพี่ชาย
แต่ความท้าทายสำคัญคือ เขาไม่สามารถเฝ้าดูกราฟหรือวิเคราะห์งบการเงินได้อย่างละเอียดท่ามกลางภาระงานที่รัดตัว
“เริ่มสนใจการหาที่เก็บเงินหรือการลงทุนตั้งแต่สมัยเป็นหมอใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุน พันธบัตร และเงินฝาก และมีเล่นหุ้นเองบ้างนิดหน่อย แต่ไม่ได้ดูแลเองมาก เน้นซื้อกองทุน สลับระหว่างกองทุนหุ้นกับตราสารหนี้ตามจังหวะตลาด เพราะงานแพทย์ค่อนข้างใช้เวลาเยอะ ทั้งทำงานต่างจังหวัด เปิดคลินิกด้วย ดูแลคนไข้เยอะมาก เลยไม่ค่อยมีเวลาติดตามตลาดได้ตลอดเวลา”
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน เมื่อเขาได้พบกับแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ “การลงทุนที่วางใจได้” อย่าง Jitta Wealth เริ่มจากเห็นในข่าวแล้วลองเข้าไปศึกษาต่อเอง สิ่งที่ทำให้คลิกคือคอนเซปต์แบบ VI (Value Investing) ที่เน้นการลงทุนแบบคุณปู่ Warren Buffett รวมถึงระบบและกระบวนการจัดการที่ชัดเจนดูน่าสนใจ เป็นระบบที่ช่วยดูแลให้เราได้โดยที่เราไม่ต้องไปนั่งเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา จึงเริ่มลงทุน และค่อยๆ เพิ่มเงินลงทุนมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันลงทุนมาเกิน 10 ปีแล้ว
เปิดทุกพอร์ต ลงทุนทุกนโยบาย
คุณหมอลงทุนมานานจนจำไม่ได้แล้วว่าเปิดพอร์ตไหนเป็นพอร์ตแรก เพราะก่อนหน้านี้เขามีพอร์ตกับ Jitta Wealth ครบทุกนโยบาย ทั้ง Jitta Ranking หุ้นไทย หุ้นจีน หุ้นเวียดนาม หุ้นเทคสหรัฐฯ Global ETF และ Thematic ซึ่งก็มีทั้งบวกและลบปะปนกันไป
โดยเฉพาะบางประเทศที่อาจจะลงทุนไม่ถูกจังหวะ เมื่อ 3 ปีก่อนที่คุณหมอเข้าสู่วัยเกษียณและเข้ามาเป็นผู้บริหารในกระทรวง คุณหมอยิ่งปล่อยพอร์ตทิ้งไว้ กระทั่งได้รับอีเมลจาก Jitta Wealth แนะนำแนวทางการปรับพอร์ต รวมถึงแนะนำ Jitta Ranking Alpha คุณหมอจึงเห็นว่าตอบโจทย์ความต้องการ เขาจึงตัดสินใจปิดพอร์ต Jitta Ranking หุ้นเทคฯ สหรัฐฯ เพื่อไปเปิด Jitta Ranking Alpha ที่มี AI ช่วยเลือกภูมิภาคการลงทุนให้แทน
“เพราะรู้สึกว่าเราเลือกไม่ถูกว่าควรลงทุนภูมิภาคไหน การให้ AI ช่วยคัดเลือกให้จึงตอบโจทย์มากกว่า”
เปลี่ยนจากการแช่พอร์ต สู่การกระจายความเสี่ยง
ทุกวันนี้ หลังเกษียณคุณหมอได้ปรับพอร์ตลงทุนของตัวเองใหม่ จากเดิมที่เคยมี 7–8 กอง ตอนนี้ลดเหลือ 5 กอง ประกอบด้วย Jitta Ranking Alpha, Jitta Ranking หุ้นเวียดนาม, Jitta Ranking หุ้นจีน, Global ETF สมดุล และ Global ETF เติบโต เพื่อกระจายความเสี่ยงและให้บริหารจัดการง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน พอร์ตลงทุนอาจจะเหวี่ยงไปบ้าง
แม้จะเกษียณแล้ว แต่คุณหมอก็ยังคงเดินหน้าลงทุนต่อ โดยพยายามที่จะ DCA ใน Global ETF จากในอดีตที่เน้นการลงทุนเป็นก้อน เพราะเป้าหมายการลงทุนในวันนี้ไม่ได้เน้นที่จะนำมาใช้หลังเกษียณแล้ว แต่ต้องการสร้างความงอกเงยแทนการฝากเงินกับธนาคาร
วันที่พอร์ต “ติดลบเป็นล้าน”
คุณหมอลงทุนมายาวนานเห็นความผันผวนของตลาดมาก็มาก ประสบการณ์ที่ผ่านมาจึงมีทั้งช่วงที่พอร์ตเติบโตอย่างสวยงาม และช่วงที่ต้องใช้ “ใจ” สู้กับความผันผวน
สิ่งที่น่าสนใจคือ “วิธีคิด” ของคุณหมอที่ไม่ได้ตื่นตระหนก (Panic) กับเหตุการณ์ตรงหน้าจนต้องรีบขายออก แต่เลือกจะ “ปิดหน้าจอ แล้วไปทำงาน”
“บางช่วงพอร์ตลบไปเป็นล้าน หรือติดลบ 20% ผมก็ใช้วิธีเลิกดูไปบ้าง ไปตั้งใจทำงานหลักของเรา เพราะรู้ว่าเศรษฐกิจมันไม่ดี และเราเชื่อมั่นในระบบระยะยาว”
บทเรียนถึงคนทำงานทุกคน
ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้คุณหมอมั่นใจในการลงทุนระยะยาว พร้อมแบ่งปันบทเรียนสำคัญให้กับคนรุ่นใหม่ ให้เห็นความสำคัญของการ “เรียนรู้การลงทุน” และมี Mindset ที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงเทคนิคการเทรด เพราะแม้ระบบการศึกษาไทยจะไม่ได้สอนเรื่องการลงทุนโดยตรง แต่ทุกคนต้องใช้มันในชีวิตจริง ซึ่งคุณหมอได้ส่งต่อความสำคัญนี้ให้กับลูกๆ และคนใกล้ตัวเช่นกัน
“แต่ละคนอาจจะมีความชอบและเวลาไม่เท่ากัน แต่ต้องเรียนรู้การลงทุน เพราะในความเป็นจริงไม่มีใครสอนเรื่องการลงทุนเลย สุดท้ายเราทำงานได้เงินมา กลับลงทุนไม่เป็น แต่ถ้าเราลงทุนได้ดี มันก็จะพอกพูนได้ แนะนำทุกคนว่าคุณต้องเรียนรู้ ต้องมีเบสิกเรื่องการลงทุน แล้วจัด Position ตัวเองว่าจะอยู่ในสถานะแบบไหน ถ้ามีเวลาก็เรียนรู้และลงมือเอง แต่ถ้าไม่มีเวลาก็ใช้เครื่องมือ ใช้ผู้ช่วย โดยเฉพาะการ DCA ซึ่งเป็นวิธีการที่ลูกๆ นำไปใช้และเห็นผลตอบแทนที่ดีขึ้นจริง เป็นทางเลือกที่สร้างความงอกเงยให้เงินได้ดีกว่าการปล่อยเงินไว้เฉยๆ”







