Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา

คุณวทัญญู พาราพิบูลย์

ข้าราชการแพทย์

“ผมลองลงทุนมาแทบทุกอย่าง สุดท้ายพบว่า ผมไม่ได้ต้องการผลตอบแทนที่หวือหวา ขอให้เหมาะกับเรา แค่ 3–5% แบบสบายใจ ก็เพียงพอแล้ว”
Global ETF +94.39% (18 พ.ย. 63-25 ส.ค. 69)

 

เมื่อคุณหมอขอพักเฝ้าจอแล้วใช้ “ระบบ” รีวิว Jitta Wealth เอาชนะ “อารมณ์”

หากถามนักลงทุนส่วนใหญ่ว่าอยากได้ผลตอบแทนเท่าไร หลายคนอาจเริ่มต้นด้วยตัวเลขสองหลัก

10% หรือ 15% หรือมากกว่านั้น…

แต่สำหรับ คุณวทัญญู พาราพิบูลย์ ข้าราชการแพทย์ที่มีประสบการณ์ลงทุนมาเกือบ 20 ปี คำตอบในวันนี้กลับเรียบง่ายกว่านั้นมาก

“ตอนนี้ผมไม่ได้ต้องการอะไรหวือหวาแล้ว ผลตอบแทน 3–5% ถ้าได้แบบสบายใจ ผมก็โอเคแล้ว”

คำพูดนี้ไม่ได้เกิดจากคนที่ไม่เคยผ่านตลาดขาขึ้น หรือไม่เคยลองลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ตรงกันข้าม คุณวทัญญูอาจเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่เรียกได้ว่า “ลองมาแทบทุกอย่าง” ผ่านทั้งช่วงที่ลงทุนแล้วประสบความสำเร็จ และมีช่วงที่ขาดทุนหนัก แต่สุดท้าย สิ่งที่ได้จากการลงทุนเหล่านั้น อาจมีค่ามากกว่าผลตอบแทน

เพราะมันทำให้เขาเริ่มเข้าใจว่า

การลงทุนที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่คือการลงทุนที่เหมาะกับชีวิตของเรา

จากสหกรณ์ออมทรัพย์ สู่คริปโทฯ -80%

การค้นพบ “จุดสมดุล” ที่ทำให้เงินเติบโตไปพร้อมๆ กับความสงบในจิตใจเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณวทัญญูเริ่มต้นเส้นทางการลงทุนตั้งแต่วันแรกที่ได้รับเงินเดือน ด้วยคำถามเดียวกับมนุษย์เงินเดือนหลายๆ คนที่เริ่มทำงาน มีเงินเดือน และเริ่มมีเงินเหลือ

“แล้วเราจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไรต่อ? ฝากธนาคารได้ผลตอบแทนน้อยเกินไป”

เขาจึงเริ่มนำเงินไปไว้ในสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ผลตอบแทนถือว่าดีมาก แต่ก็ซื้อจนเต็มแม็กซ์ ตามมาด้วยการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี (LTF) และประกันชีวิต

หลังจากนั้น โลกการลงทุนก็เริ่มเปิดกว้างขึ้น พอร์ตก็เริ่มโตขึ้น เขาเปิดรับความท้าทายใหม่ๆ ใครว่าอะไรดีก็ขอลองหมด ไม่ว่าจะเป็น หุ้น หุ้นกู้ กองทุนรวม Private Equity หุ้นกู้อนุพันธ์ (Knock-in/Knock-out) ไปจนถึงสินทรัพย์ที่หวือหวาที่สุดอย่าง คริปโทเคอร์เรนซี เขาลองมาหมดแล้ว

บางอย่างลงทุนเพราะศึกษามาอย่างดี บางอย่างก็เกิดจากความสนใจ และบางครั้งก็เป็นเพราะกระแส

คุณวทัญญูรู้ดีว่าในโลกการลงทุน ไม่มีใครสามารถเลือกถูกได้ทุกครั้ง ทุกบาดแผลที่เกิดขึ้นจึงเป็นการเรียนรู้ และประสบการณ์ ที่ทำให้มุมมองต่อความเสี่ยงของเขาในวันนี้เปลี่ยนไป

“ตอนลงคริปโทฯ พอร์ตติดลบไป 70-80% ก็เสียดายนะ แต่ก็ต้องพยายามลืมๆ มันไป แต่มันให้บทเรียนสำคัญว่า จริง ๆ แล้ว เรารับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน ในวัยกลางคนของเราตอนนี้ อาจจะไม่สามารถรับความเสี่ยงที่สูงเหมือนในอดีตอีกแล้ว”

เมื่อ “ความสบายใจ” กลายเป็นผลตอบแทนอีกรูปแบบหนึ่ง

บทเรียนครั้งนั้นยังสอนให้คุณวทัญญูรู้ว่า แม้จะเป็นการลงทุนให้ผลตอบแทนสูง แต่ต้องใช้เวลาคอยเฝ้าจอหลายๆ ชั่วโมงต่อวันหรือทำให้รู้สึกกังวลและเครียดกับราคาที่ขึ้นลงจนเกิดความไม่สบายใจ หรือนอนไม่หลับ ถือเป็น “ราคาที่ต้องจ่ายโดยไม่รู้ตัว“ (Hidden Cost) และแพงเกินไป สำหรับแพทย์ที่มีภาระงานล้นมือไม่มีเวลาติดตามตลาดตลอดวัน การเอาเวลาไปทำงานหรือพักผ่อนย่อมคุ้มค่ากว่ามาก การลงทุนจึงต้องเหมาะกับวิถีชีวิต 

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Mindset การลงทุนบทใหม่

วิกฤติโควิด และจุดเปลี่ยนสู่ Jitta Wealth

ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ปริมาณคนไข้ทั่วไปลดลง คุณวทัญญูจึงพอมีเวลาว่างในการศึกษาข้อมูลการลงทุนมากขึ้น จนได้มาพบกับ Jitta Wealth ซึ่งสิ่งที่สะดุดตาเขาคือแนวคิดการช่วยลูกค้าไปลงทุนใน ETF ต่างประเทศ

“สมัยก่อนการจะไปซื้อ ETF ต่างประเทศได้ คุณต้องมีเงินระดับ 50 ล้านบาทเพื่อใช้บริการ Private Banking แต่ Jitta Wealth ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ด้วยเงินที่ไม่ต้องเยอะมาก”

พอร์ตแรกที่เปิดคือ Thematic DIY เขาเลือกธีมเองทั้งหมด แต่ด้วยตลาดที่ผันผวนและพอร์ตติดลบประมาณ 15-20% เขาจึงกลับมาทบทวน และตัดสินใจย้ายเงินทั้งหมดมายังพอร์ตที่เน้นการเติบโตอย่างมั่นคง นั่นคือ Global ETF ซึ่งกลายมาเป็น พอร์ตลูกรัก ของเขาในปัจจุบัน

สิ่งที่ยากในการลงทุน ไม่ใช่การซื้อ แต่คือการรู้ว่าเมื่อไรควรขาย

หลังจากผ่านการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย คุณวทัญญูค้นพบจุดอ่อนสำคัญของตัวเอง

เขาเล่าว่า ความยากในการเลือกซื้อหุ้นอาจจะมีไม่มากนัก หากมีเวลาศึกษา ทำความเข้าใจธุรกิจ หรือพิจารณาข้อมูลก่อนตัดสินใจ แต่สิ่งที่ยากจริงๆ ก็คือ “หลังจากซื้อไปแล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรควรขาย?” บางครั้งหุ้นที่เคยศึกษาว่าดี เมื่อเวลาผ่านไปและไม่ได้ติดตาม เมื่อกลับมาดูอีกครั้งก็อาจพบว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว นี่คือเหตุผลที่เขาเริ่มเห็นคุณค่าของการมีระบบช่วยจัดการพอร์ต โดยเฉพาะการ Auto Rebalance

เพราะบางครั้ง สิ่งที่ขัดกับอารมณ์ของนักลงทุน อาจเป็นสิ่งที่ควรทำเมื่อหุ้นขึ้นมาก สัญชาตญาณอาจบอกให้ซื้อเพิ่ม แต่ระบบอาจต้องขายบางส่วนเพื่อนำพอร์ตกลับเข้าสู่สัดส่วนที่เหมาะสม และเมื่อสินทรัพย์บางประเภทปรับตัวลง ระบบก็อาจทยอยปรับกลับสำหรับคนที่ไม่ได้มีเวลาติดตามตลาดทุกวัน นี่คือสิ่งที่เขามองว่ามีคุณค่าอย่างมาก

Global ETF: พอร์ตที่ “เข้าใจและสบายใจ”

เขาจึงชอบคอนเซปต์ของ Global ETF ที่มีการกระจายการลงทุนไปทั่วโลก ในสัดส่วน หุ้น 80% และตราสารหนี้ 20% ทำให้พอร์ตมีความเสถียร และที่สำคัญสุดคือระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติ (Auto Rebalance) ที่ตัดอารมณ์ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการลงทุนของเขาไปได้อย่างสิ้นเชิง

“ที่ผ่านมาผมเจอปัญหาว่า ตอนซื้อเราพอมีเวลาศึกษา แต่ตอนขายนี่สิ เราไม่มีเวลาติดตามเฝ้าดู หันมาอีกทีเจ๊งไปแล้ว ผมชอบคอนเซปต์ของ Global ETF มันฝืนความรู้สึกมนุษย์ในทางที่ถูกต้อง เช่น เวลาหุ้นขึ้น ระบบจะขายหุ้นที่แพงไปซื้อพันธบัตรที่ถูก ซึ่งถ้าให้ผมทำเองผมทำใจยาก เพราะเวลาหุ้นขึ้นเราก็อยากซื้อเพิ่ม การมีระบบ AI เข้ามาจัดการ Rebalance ให้ จึงเป็นการปิดจุดอ่อนของผมได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

Core & Satellite: สนุกได้ แต่มั่นคงต้องมาก่อน

นอกจาก Global ETF ปัจจุบันคุณวทัญญูยังมีการลงทุนหลากหลาย โดยมีหุ้นกู้เป็นส่วนสำคัญของภาพรวมการลงทุน เช่นเดียวกับหุ้นหรือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงก็ยังมีอยู่บ้าง เพื่อให้การลงทุนมี “สีสัน”

ปัจจุบัน คุณวทัญญูใช้หลักการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite อย่างเป็นธรรมชาติ โดยพอร์ต Core คือการลงทุนที่ต้องการความมั่นคง สามารถถือได้ในระยะยาว และไม่จำเป็นต้องติดตามทุกวัน ในส่วนนี้ Global ETF จึงกลายเป็นหนึ่งในพอร์ตหลักที่ตอบโจทย์เขา ควบคู่ไปกับสหกรณ์ออมทรัพย์ และหุ้นกู้ เพื่อรับผลตอบแทนสม่ำเสมอแบบ “เนิบๆ” (3-5% ต่อปีก็พึงพอใจแล้ว) 

ส่วนพอร์ต Satellite ก็คือการแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนหุ้นรายตัวเพื่อสร้างสีสัน เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ การทดลอง และมีเรื่องสนุกๆ ไว้คุยกับเพื่อนฝูง เพราะสำหรับเขา การลงทุนไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดจนเกินไป 

แต่ความแตกต่างจากอดีตคือ วันนี้เขารู้แล้วว่า อะไรควรเป็นพอร์ตหลัก และอะไรควรเป็นเพียงส่วนเสริม

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของคุณวทัญญูทุกวันนี้ คือ เขาตั้งระบบตัดเงินอัตโนมัติ (DCA) ทุกเดือน และหากมีเงินก้อน เขาก็สามารถกดโอนเข้าแอปพลิเคชัน Jitta Wealth ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะเป็นเวลา 3 ทุ่มของวันหยุด โดยไม่ต้องรอโทรสั่งโบรกเกอร์

Pay Yourself First: กฎเหล็กสู่ความมั่งคั่ง

สุดท้ายนี้ คุณวทัญญูได้ฝากข้อคิดที่น่าสนใจสำหรับมนุษย์เงินเดือนและคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานว่าการออมและการลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรรายได้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรอจนกว่าจะเหลือ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ลงทุนในสิ่งที่เราเข้าใจ เพราะผลตอบแทนที่สูงที่สุด อาจไม่ใช่ผลตอบแทนที่เหมาะกับเราที่สุดถ้าการลงทุนทำให้ต้องกังวลทุกวัน ต้องใช้เวลามากเกินไป หรือทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความเครียด บางทีผลตอบแทนนั้นอาจไม่ได้คุ้มกับต้นทุนที่ต้องจ่าย

“อย่ารอให้เงินเหลือแล้วค่อยไปลงทุน แต่เราควรวางแผนจัดสรรเงินลงทุนตั้งแต่ต้น ให้เป็นเหมือน ‘รายจ่ายประจำ’ เมื่อได้รับเงินมา ให้หักเงินลงทุนออกไปก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยนำส่วนที่เหลือไปใช้จ่าย… และที่สำคัญที่สุด จงเลือกลงทุนในสิ่งที่คุณเข้าใจและ ‘สบายใจ’ เพราะความสงบในจิตใจคือผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุดครับ”

หลังจากผ่านการลงทุนมาเกือบ 20 ปี ลองมาหลากหลายสินทรัพย์ และเคยเห็นทั้งวันที่พอร์ตเติบโต รวมถึงวันที่คริปโทติดลบเกือบ 80% คุณวทัญญูจึงไม่ได้มองหาวิธีที่จะรวยเร็วกว่าเดิม แต่กำลังมองหาวิธีลงทุนที่สามารถอยู่กับมันได้ไปอีกนาน และนี่อาจเป็นคำจำกัดความของการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับเขา

ดูรายละเอียดแผนการลงทุน

Global ETF

กระจายการลงทุนใน ETF ชั้นนำทั่วโลก
พร้อมบริหารและปรับพอร์ตอัตโนมัติ
เหมาะกับก้าวแรก เพื่อการเติบโตระยะยาว

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

Global ETF

กระจายการลงทุนใน ETF ชั้นนำทั่วโลก
พร้อมบริหารและปรับพอร์ตอัตโนมัติ
เหมาะกับก้าวแรก เพื่อการเติบโตระยะยาว

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

ลงทุนด้วยหลักการที่ถูกต้องกับ Jitta Wealth

ลงทุนอย่างสบายใจ กำไรอย่างยั่งยืน

เรื่องราวของนักลงทุนท่านอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม

เรื่องราวของคุณครูวีระชาติ จันทร์แจ้ง ที่หนีวงจรหนี้มาลงทุนใน​ Global ETF อย่างต่อเนื่องด้วยวินัย จนสร้างเงินลงทุนล้านแรกและวางแผนอิสรภาพทางการเงินรับวัยเกษียณ

Read more

พนักงาน Messenger ที่เคยทำงานมาหลายปีแต่ไม่มีเงินเก็บ สู่การเริ่มลงทุนด้วย DCA อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเงินสำรองและเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณ

Read more

เรื่องราวของคุณรัชวรรณ ข้าราชการแพทย์วัย 34 ปี จากคนที่เคยเฝ้าหน้าจอเทรดหุ้นและคริปโทฯ สู่การลงทุนระยะยาวที่ไม่รบกวนการทำงานและชีวิตประจำวัน กับ Omni Fund +14.58% (17 ต.ค. 68-1 ก.ย.69)

Read more

คุณแม่ลูกสองที่เคยสูญเงินจากการลงทุนแบบลองผิดลองถูก ก่อนเรียนรู้การลงทุนอย่างเข้าใจเพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาว

Read more

เรื่องราวของคุณจักรกฤษณ์ ฤทธิเดช อดีตผู้บริหารวัย 58 ปี ผู้ลงทุนมาเกือบ 30 ปี จากการบริหารพอร์ตด้วยตัวเอง สู่การให้ระบบช่วยลงทุน เพื่อวางแผนการเงินและคืนเวลาให้ชีวิตหลังเกษียณ

Read more

คุณกงใจ มิตรไทย ช่างซ่อมรถยนต์ เปลี่ยนซากอะไหล่ เศษเหล็ก และของเก่าให้เป็นเงินออม ก่อนเริ่มลงทุนด้วย 1,000 บาท พร้อม DCA เดือนละ 1,000 บาท เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายเงินล้าน

Read more

ดูทั้งหมด