Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา

คุณจุฑามาศ บุษบรรณ

เภสัชกรหญิง เจ้าของธุรกิจร้านขายยา

เคยพอร์ตแดงจนหยุด DCA แต่นั่นเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่สอนให้รู้ว่า สินทรัพย์ที่ดีแค่ไหนก็ช่วยเราไม่ได้ ถ้าอารมณ์เรายังอยู่เหนือระบบ
Global ETF +52.05% (17 มี.ค. 64 – 13 พ.ค. 69)

Jitta Ranking Alpha +20.05%(20 พ.ย. 68 – 13 พ.ค. 69)

 

จากห้องจ่ายยา สู่บทเรียนการลงทุนแบบเกษียณสุขสไตล์ 80:20 รีวิว Jitta Wealth

อาชีพเภสัชกรที่รู้จักตัวยาทุกตัวเป็นอย่างดี อาจจะรู้จักหุ้นบริษัทยามากมาย แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้พอร์ตการลงทุนประสบความสำเร็จได้ เช่นเดียวกับ คุณจุฑามาศ บุษบรรณ เภสัชกรหญิง เจ้าของธุรกิจร้านขายยา วัย 50 ปี ที่ตลอดชีวิตการทำงานเธอคือคอยจัดยาและให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยด้วยความเชี่ยวชาญเกือบตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ ไม่นับรวมงานดูแลครอบครัว และอนาคตของลูก แต่ใครจะรู้บ้างว่า ในโลกคู่ขนานของการบริหารเงินและการลงทุน

คุณจุฑามาศเคยผ่านบทเรียนราคาแพงในสมรภูมิตลาดหุ้นและกองทุนรวมชนิดที่เรียกว่า “เจ็บจนจุก” ก่อนจะค้นพบวัคซีนป้องกันความเสี่ยงที่แท้จริงด้วยสูตร Core &Satellite 80:20 นำโดยพอร์ต Global ETF +52.05% (17 มี.ค. 64 – 13 พ.ค. 69) และ Jitta Ranking Alpha +20.05% (20 พ.ย. 68 – 13 พ.ค. 69)

จุดเริ่มต้นของพอร์ตป่วย ด้วย “ความเชื่อ” มากกว่า “ความรู้”

“พี่เริ่มต้นลงทุนแบบคนไม่มีความรู้เลย” คุณจุฑามาศเล่าถึงจุดเริ่มต้นการลงทุน 

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ความสนใจในเรื่องการลงทุนของเธอเริ่มต้นขึ้นเหมือนคนวัยทำงานทั่วไปที่อยากให้เงินงอกเงยรอวันเกษียณ แต่ด้วยภารกิจหน้าร้านยาที่รัดตัว ทำให้เธอไม่มีเวลามานั่งศึกษาข้อมูลเชิงลึก

เครื่องมือเดียวในตอนนั้นคือการเดินเข้าธนาคาร พนักงานธนาคารเสนอขายกองทุนอะไรมา เธอก็ซื้อตามโดยไม่เคยเปิด Fact Sheet (หนังสือชี้ชวน) อ่านเลยแม้แต่หน้าเดียว ช่วงไหนเทรนด์หุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศมาแรงก็ซื้อ ช่วงไหนกระแสหุ้นจีนกำลังเติบโตก็อัดเม็ดเงินเข้าไป โดยเฉพาะกองทุนที่ไปลงทุนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของประเทศจีน ประกอบกับลองซื้อหุ้นไทยรายตัวเล่นเองตามกระแส

ผลลัพธ์สุดท้ายกลายเป็นฝันร้ายเมื่อฟองสบู่เศรษฐกิจจีนแตกตัวและตลาดหุ้นไทยซบเซา พอร์ตการลงทุนของเธอติดลบดิ่งลึกกว่า 50% เม็ดเงินจำนวนมากสูญหายไปต่อหน้าต่อตาจนต้องยอม Cut Loss ออกมา 

“บางกองซื้อเพราะพนักงานธนาคารแนะนำ บางตัวซื้อเพราะเห็นคนอื่นซื้อ โดยที่ตัวเองแทบไม่ได้อ่านรายละเอียดกองทุนเลยด้วยซ้ำ”

บทเรียนบทแรกนี้สอนให้เธอรู้ว่า การลงทุนบนความเชื่อและคำบอกเล่าของคนอื่น โดยที่ตัวเองไม่มีความเข้าใจในสินทรัพย์นั้นอย่างแท้จริง ไม่ต่างอะไรกับการทานยาผิดซอง ยิ่งกินยิ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพทางการเงิน 

ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ได้ล้มเลิกที่จะลงทุน แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามสำคัญว่า

“หรือจริงๆ แล้ว เราแค่ยังไม่มีระบบที่เหมาะกับตัวเอง?”

ค้นพบสูตรยาที่ใช่… จากความโปร่งใสของ Jitta

และแล้ววิกฤติโควิด-19 ได้กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อมาตรการล็อกดาวน์ทำให้ร้านขายยามีช่วงเวลาที่เงียบสงบลง เธอจึงเริ่มใช้เวลาอยู่กับ YouTube มากขึ้น เพื่อค้นหาแนวทางแก้ไขพอร์ตอันบอบช้ำ ประจวบเหมาะกับที่น้องชายของเธอ ซึ่งเป็นนักลงทุนสายวิเคราะห์หุ้นรายตัว ได้แนะนำชื่อของ Jitta.com ซึ่งเขาได้เข้าไปดูข้อมูลของจิตตะในการสแกนหุ้น 

“สะดุดใจคำพูดน้องชายมาก คือบริษัทนี้แปลกดีนะ เขาเน้นให้ความรู้กับลูกค้าก่อน ข้อมูลหุ้นระดับโลกลึกๆ แบบนี้ กลับเปิดให้คนทั่วไปเข้ามาใช้งานได้ฟรีๆ โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมเลย มันแสดงถึงความจริงใจและตั้งใจเข้ามาแก้ปัญหาให้ผู้คนจริงๆ”

คำบอกเล่าของน้องชายเชื่อมโยงเข้ากับความทรงจำเมื่อ 3 ปีก่อน ที่เธอเคยมีโอกาสเข้าฟังสัมมนาที่มี คุณอ้อ พรทิพย์ กองชุน CGO Jitta Wealth บรรยายเกี่ยวกับเทคโนโลยีและแนวคิดการจัดพอร์ตแบบอัตโนมัติ ภาพจิ๊กซอว์เริ่มต่อกันติด

เธอเริ่มกดเข้าไปดูวิดีโอใน YouTube ของ คุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO Jitta Wealth ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเข้าใจในหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) การมีวินัย และการจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงด้วยเทคโนโลยี AI จะช่วยจัดการอารมณ์ของนักลงทุน เธอจึงเริ่มรู้สึกว่า นี่อาจเป็น “อีกทางเลือก” ที่ต่างจากการลงทุนแบบเดิมที่เธอเคยเจอ 

เมื่อตรวจสอบจนมั่นใจว่า Jitta Wealth แตกต่างแพลตฟอร์มลงทุนหน้าใหม่ทั่วไป และคิดว่าปลอดภัยน่าเชื่อถือไม่ต่างจากฝากเงินไว้กับธนาคารมากนัก ทั้งเรื่องของความถูกต้องตามกฎหมาย มีสำนักงาน ก.ล.ต. คอยดูแลใกล้ชิด และความปลอดภัยด้วยระบบ “Custodian” หรือผู้ดูแลผลประโยชน์ของลูกค้าที่แยกบัญชีทรัพย์สินออกไปชัดเจน ทำให้เธอมั่นใจว่าเงินต้นจะไม่สูญหายไปกับแพลตฟอร์ม 

จากเคยเลือกหุ้นเอง… สู่การเลือก “ระบบ”

พอร์ตแรกที่เธอเปิดกับ Jitta Wealth คือ Global ETF ด้วยเงินลงทุนก้อนแรกที่ 100,000 บาท และทยอย DCA เพิ่มเดือนละ 10,000 บาท เพราะชอบที่พอร์ตกระจายการลงทุนทั่วโลก มีทั้งหุ้นและตราสารหนี้ และมีระบบ Rebalance ให้อัตโนมัติ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดเพราะทำให้เธอ “ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอทั้งวัน” 

ทฤษฎีปะทะสนามจริง เมื่อ “ความกลัว” เข้าครอบง

แต่เส้นทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ คุณจุฑามาศได้ยอมรับ “ความผิดพลาดทางจิตวิทยา” ของตัวเอง เพราะหลังจากนั้นไม่นาน เธอตัดสินใจขยายไปสู่พอร์ต Thematic Optimize ที่เน้นการลงทุนในธีมเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก เพื่อหวังสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นตามสไตล์สายซิ่ง ทว่าเธอกลับเข้าซื้อในช่วงเวลาที่ตลาดอยู่ในจุดสูงสุด (Peak) พอดี 

ในปี 2564 เมื่อตลาดหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกร่วงดิ่งลงอย่างรุนแรง พอร์ต Thematic Optimize ของเธอตัวเลขติดลบไปเรื่อยๆ จนถึงขั้น -50% 

“ตอนนั้นปากเราบอกว่าเราทนได้นะ รับความเสี่ยงได้สูงเพราะประเมินความเสี่ยงผ่านมาหมดแล้ว แต่พอเจอสถานการณ์จริงในสนาม ตัวเลขแดงๆ มันทำให้เรานอนไม่หลับ เปิดดูพอร์ตบ่อยมากจนสัปดาห์ละครั้ง สุดท้ายความกลัวมันชนะ ตัดสินใจหยุด DCA ไปเลย เพราะคิดว่ายิ่งเติมเงินไปเงินก็ยิ่งจม ยิ่งลงทุนเพิ่ม พอร์ตยิ่งติดลบ ซึ่งนั่นเป็นการทำตรงข้ามกับที่กูรูและคุณเผ่าสอนไว้ทุกอย่าง พี่ทำผิดไอเดียของการ DCA อย่างสิ้นเชิงเพราะความกลัวคำเดียว”

บทเรียนราคาแพงของคน “ไม่มีวินัย”

แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเธอได้เข้ากลุ่ม Jitta Wealth Official ใน Facebook เธอเฝ้าสังเกตการณ์เงียบๆ และเห็นความจริงที่น่าทึ่ง นักลงทุนคนอื่นๆ ที่เผชิญหน้ากับวิกฤติเดียวกัน พอร์ตติดลบ 50% พร้อมกันในตอนแรก แต่คนที่ไม่หวั่นไหวและยังคงกดโอนเงิน DCA สม่ำเสมอในทุกๆ เดือน กลับสามารถเฉลี่ยต้นทุนสินทรัพย์ได้ในราคาที่ถูกแสนถูก และเมื่อตลาดเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยพอร์ตของนักลงทุนกลุ่มนั้นกลับพลิกฟื้นมาเป็นบวกได้อย่างรวดเร็วและเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่พอร์ตของเธอยังจมอยู่ใต้ดินเพราะหยุดเติมเงิน

“ตอนนั้นพี่ไม่มีวินัย แล้วมันพลาดโอกาส เราเห็นเพื่อนๆ ในกลุ่มปังกันมาก หลายคนยังคง DCA ต่อเนื่อง พอร์ตเขากลับมาบวกกันถ้วนหน้า คนที่มีวินัยกลับฟื้นตัวได้เร็วกว่ามาก ทิ้งเราให้ติดลบอยู่คนเดียวเพราะเราขาดวินัย มันเป็นตาสว่างครั้งใหญ่ว่า สินทรัพย์ที่ระบบเลือกให้อ่ะมันดีอยู่แล้ว ตัวแปรเดียวที่ทำให้แพ้หรือชนะไม่ใช่ตลาด… แต่คือวินัยของใจเราเอง”

และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่พยายาม “เอาชนะตลาด” เธอเริ่มหันมา “อยู่กับตลาดให้ได้”

รีเซ็ตกลยุทธ์วัย 50 มุ่งสู่ “พอร์ตสุขนิยม” สัดส่วนทองคำ 80:20

“Mindset” การลงทุนของคุณจุฑามาศวันนี้ เปลี่ยนจากเป้าหมายที่ไม่ใช่การรวยเร็ว หรือผลตอบแทนสูง มาสู่การมองหาพอร์ตที่เติบโตได้ระยะยาวมี “ความมั่นคง” 

“ได้น้อยหน่อย แต่ไม่เหวี่ยงดีกว่า”

เมื่อได้เข้าใจแก่นแท้ของการลงทุนระยะยาว คุณจุฑามาศจึงได้จัดทัพพอร์ตลงทุนใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เป็นพอร์ตในอุดมคติที่เธอเรียกว่า “เกษียณสุขนิยม”

กล่าวคือทุกวันนี้พอร์ตลงทุนของเธอที่มีกับ Jitta Wealth ไม่นับรวมกองทุนรวมอื่นๆ จะมีประมาณ 5–6 พอร์ต ได้แก่ Jitta Ranking Alpha, Global ETF, Jitta Ranking หุ้นไทย หุ้นเวียดนาม และหุ้นสหรัฐฯ เธอกำลังปฏิบัติการปรับพอร์ต สร้างสมดุลด้วยหลักการจัดโครงสร้างพอร์ตตามหลักการ Core & Satellite ที่ 80:20 โดยทยอยขาย Jitta Ranking หลายพอร์ต เพื่อลดสัดส่วนพอร์ตและนำไปสมทบเข้า Global ETF  ซึ่งเป็น Core Port ที่เธอพยายามเพิ่มน้ำหนักควบคู่กับ Jitta Ranking Alpha มากขึ้น 

“มีเป้าหมายว่า อยากเห็นพอร์ต Global ETF เป็น Core อยู่ที่ 80% และ Jitta Ranking Alpha เป็นส่วนซิ่งสัดส่วน 20% พอแล้วเพราะอายุ 50 แล้ว เราอยากเกษียณแบบมีความสุข สบายๆ ไปเรื่อยๆ เติบโตแบบไม่เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ ตอนนี้พอร์ตลูกรักอย่าง Jitta Ranking Alpha ที่เริ่มตั้งสติทำ DCA สม่ำเสมอตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โชว์ตัวเลขบวกให้ชื่นใจถึงกว่า 30% มันพิสูจน์แล้วว่าถ้าเราปล่อยให้ระบบทำหน้าที่อย่างมีวินัย ผลตอบแทนที่งดงามจะตามมาเอง”

โชคสองชั้น มรดกทางปัญญาและตัวเลขเพื่อส่งต่อให้ลูกรัก

ปัจจุบันเธอใช้ฟังก์ชัน Auto DCA โดยตั้งให้ตัดบัญชีทันที 1 วันหลังจากรายได้หน้าร้านสรุปยอดออกมาในแต่ละเดือน ซึ่งการ Auto DCA สม่ำเสมอยังทำให้เธอได้รับสิทธิ์ Jitta Protect ประกันชีวิตจากอุบัติเหตุฟรี ซึ่งเธอนิยามอย่างอารมณ์ดีว่าเป็น

“กำไรชิ้นโตและโชค 2 ชั้นจาก Jitta Wealth” ที่มอบให้กับลูกค้านักออมเงิน

สิ่งที่น่าสนใจคือ เธอไม่ได้มองพอร์ตลงทุนเป็นแค่เงินเก็บ แต่มองว่าเป็น “มรดก”ที่ส่งต่อให้ลูกได้ 

“พอร์ตทั้งหมดที่มีกับ Jitta Wealth ในวันนี้ ด้านหนึ่งมันคือเงินเกษียณของตัวพี่เอง แต่อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ พี่ตั้งใจจะส่งต่อพอร์ตนี้ให้เป็นมรดกแก่ลูก พี่วางแผนไว้เลยว่าทันทีที่ลูกเรียนจบมหาวิทยาลัย พี่จะยกพอร์ตนี้ให้เขาดูแลต่อ แต่มีเงื่อนไขว่าเขาจะต้องมารับไม้ต่อในการทำ DCA ด้วยเงินของเขาเอง พี่จะให้เขาไปนั่งฟังคลิปของคุณเผ่า ให้เขาเข้าใจปรัชญาการลงทุนระยะยาว เพื่อให้พอร์ตนี้ทำหน้าที่ส่งต่อทั้งความมั่งคั่งทางตัวเลขและวินัยทางปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง”

ไม่ต้องเก่งที่สุด… แต่ต้องอยู่รอดให้ได้

ตลอดเส้นทางลงทุน เธอเคยเห็นพอร์ตติดลบหนัก เคยขาดทุน เคยพลาดจังหวะ เคยกลัว แต่สิ่งที่ทำให้วันนี้ยังเดินหน้าต่อได้ คือการยอมรับว่า นักลงทุนไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด ไม่จำเป็นต้องทายตลาดถูกทุกครั้ง แค่มีวินัย มีระบบ และเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะกับตัวเองก็เพียงพอแล้ว

“ถ้าเราอยู่ในสินทรัพย์ที่ดี แล้วมีวินัย สุดท้ายมันจะกลับมาเอง”

สำหรับคุณจุฑามาศ การลงทุนที่ดี ไม่ใช่การนั่งลุ้นพอร์ตทุกวันแต่คือการ “นอนหลับได้อย่างสบายใจ” พร้อมเชื่อว่า เงินที่เราค่อยๆ สะสมวันนี้ กำลังทำงานแทนเราในอนาคต

ลงทุนด้วยหลักการที่ถูกต้องกับ Jitta Wealth

ลงทุนอย่างสบายใจ กำไรอย่างยั่งยืน

เรื่องราวของนักลงทุนท่านอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ข้าราชการแพทย์ที่มีประสบการณ์ลงทุนกว่า 20 ปี ผ่านทั้งกำไรและขาดทุน จนค้นพบว่าการลงทุนที่ดี คือการลงทุนที่เหมาะกับชีวิต ด้วย Global ETF +94.39% (18 พ.ย. 63-25 ส.ค. 69)

Read more

นักกายภาพบำบัดที่เปลี่ยนจากการเฝ้าจอเทรดหุ้น สู่การลงทุนระยะยาวด้วยการ DCA ใน Omni Fund ผลตอบแทน +11.87% (27 มี.ค. 69 – 3 มิ.ย. 69)

Read more

ข้าราชการบำนาญที่เริ่มลงทุนทั่วโลก DCA อย่างสม่ำเสมอ และวางแผนให้เงินทำงานเพื่อชีวิตเกษียณ

Read more

เภสัชกรที่เคยเจ็บตัวจากหุ้นและกองทุน ก่อนเปลี่ยนมาจัดพอร์ตลงทุนแบบ Core & Satellite เพื่อการลงทุนระยะยาว

Read more

โปรแกรมเมอร์ที่เคยลงทุนตามคำบอกและไล่ล่าผลตอบแทน ก่อนเปลี่ยนสู่การลงทุนระยะยาวเพื่อเป้าหมายเกษียณด้วย Thematic Optimize +65.53% (16 ธันวาคม 2564 -16 มิถุนายน 2569)

Read more

Talent Acquisition Manager ที่เริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่ก่อนอายุ 30 และตั้งเป้าเกษียณในวัย 45 ด้วยการลงทุนทั่วโลก

Read more

ดูทั้งหมด