จากวันที่อยากรวยเร็ว…สู่วันที่อยากมั่นคง ประสบการณ์ 20 ปี ของเจ้าของกิจการ
คุณอุดมวิทย์ สุนทรวรคุณ
เจ้าของธุรกิจอะไหล่รถยุโรป

“เวลาหุ้นตกก็ไม่ได้กังวลอะไร เพราะผมดูภาพรวมพอร์ต หากยังเป็นบวกอยู่ ก็ไม่หวั่นไหวอะไร… ตัวไหนมั่นใจน้อยก็หยอดน้อยหน่อย”
Global ETF +67.65% (10 พ.ย. 2563-9 พ.ค. 2569)
จากวันที่อยากรวยเร็ว…สู่วันที่อยากมั่นคง ประสบการณ์ 20 ปี ของเจ้าของกิจการ รีวิว Jitta Wealth
ในยุคที่การลงทุนกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว บทเรียนจากผู้ที่มีประสบการณ์โชกโชนกว่าสองทศวรรษอย่างคุณอุดมวิทย์ สุนทรวรคุณ เจ้าของธุรกิจอะไหล่รถยนต์ยุโรป มีความน่าสนใจยิ่ง จากจุดเริ่มต้นในรั้วมหาวิทยาลัยที่อยากมีเงินเก็บ สู่การบริหารพอร์ตลงทุนกว่า 10 พอร์ตในปัจจุบัน กับพอร์ตที่ช่วยสร้างเสถียรภาพอย่าง Global ETF +67.65% (10 พ.ย. 2563-9 พ.ค. 2569)
จุดเริ่มต้น: เมื่อหนังสือเปลี่ยนชีวิต
คุณอุดมวิทย์เล่าว่าเขาเริ่มทำธุรกิจตั้งแต่อยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ด้วยการช่วยงานครอบครัวที่ทำธุรกิจจำหน่ายอะไหล่รถยนต์อยู่แล้ว แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาเข้าสู่โลกการลงทุนไม่ใช่เพียงเพราะอยากมีรายได้เพิ่ม แต่มาจากการได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
“ตอนเรียนมหาลัย ผมไปอ่านเจอหนังสือเล่มนึงครับที่บอกว่า ให้เงินทำงาน… นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มลงทุนตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา”
ในช่วงแรก คุณอุดมวิทย์เริ่มจากสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดคือตราสารหนี้ตามคำแนะนำของธนาคาร ก่อนจะขยับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยในช่วงปี 3 ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ แม้จะไม่ได้เรียนด้านการเงินมาโดยตรง แต่ความสนใจที่แรงกล้านำทางเขาไปสู่บทเรียนราคาแพงในเวลาต่อมา
บทเรียนจากความล้มเหลว: ก้าวข้ามแรงเชียร์สู่พื้นฐาน
ในวัยที่ประสบการณ์ยังน้อยและวุฒิภาวะยังไม่คงที่ คุณอุดมวิทย์ยอมรับว่าช่วงแรกในการลงทุนหุ้นไทยเขามักจะลงเอยด้วยการขาดทุน เนื่องจากเน้นการตาม “แรงเชียร์” จากเว็บไซต์ต่างๆ มากกว่าการวิเคราะห์ด้วยตนเอง
“ตอนนั้นเลือกหุ้นตามเว็บไซต์ ตัวไหนน่าสนใจก็ตาม คือไม่ได้ดูพื้นฐาน ดูตามแรงเชียร์มากกว่า… ประสบการณ์น้อยทำให้เจ็บตัวไปเยอะ”
การลงทุนในครั้งนั้น แม้จะไม่ประสบความสำเร็จแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาถอย แต่เขา “เปลี่ยนวิธีเล่น” ด้วยการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และปรับกลยุทธ์มาเน้นหุ้นในกลุ่ม SET 50 ที่มีความมั่นคงสูงขึ้น และเลิกเล่นหุ้นแบบ Day Trade เพื่อลดความเสี่ยงและให้สอดคล้องกับเวลาที่มีจำกัดในการทำธุรกิจส่วนตัว
จาก “ร่ำรวย” สู่ “พอเพียง” เป้าหมายที่เปลี่ยนไปเพื่อครอบครัว”
เมื่อถามถึงเป้าหมายการลงทุน คุณอุดมวิทย์ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่าเป้าหมายของคนเราเปลี่ยนไปตามช่วงวัย ในวัยเด็กอาจจะมองเพียงความมั่งคั่งเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนตัว แต่ในปัจจุบัน เป้าหมายหลักของเขาคือการสร้าง Passive Income เพื่อการเกษียณและการดูแลครอบครัวอย่างยั่งยืน
“ตอนมหาวิทยาลัยเราก็แค่อยากรวย อยากมีเงินเยอะเพื่อไปทำสิ่งที่อยากทำ… แต่พอโตขึ้น ความหมายมันเปลี่ยนไป ปัจจุบันขอแค่มีเพียงพอที่จะเลี้ยงครอบครัวและสร้าง Passive Income เพื่อการเกษียณ”
การค้นพบ “Jitta” และความมั่นใจในเทคโนโลยี
คุณอุดมวิทย์เป็นหนึ่งในนักลงทุนกลุ่มแรกๆ ที่เริ่มใช้แอปพลิเคชัน Jitta เพื่อมาช่วยให้น้ำหนักในการตัดสินใจ โดยเขาจะเลือกหุ้นที่ทั้งตัวเขาเองชอบและมี Jitta Score ที่ดีประกอบกัน เมื่อ Jitta เปิดให้บริการ Jitta Wealth เขาก็ไม่ลังเลที่จะเข้าร่วม แม้จะเป็นบริษัทน้องใหม่ในตอนนั้น
ปัจจุบันเขามีพอร์ตลงทุนกับ Jitta Wealth ถึง 10 พอร์ต ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงไปในหลายตลาด ทั้ง Jitta Ranking หุ้นไทย Jitta Ranking หุ้นเวียดนาม Jitta Ranking หุ้นจีน และ Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะพอร์ต Jitta Ranking เวียดนามที่เคยทำผลตอบแทนได้สูงถึงประมาณ 40-50% ในช่วงที่ตลาดหุ้นเวียดนามกำลังคึกคัก
จิตวิทยาการรับมือกับ “ติดลบ 90%”
หนึ่งในเรื่องที่น่าทึ่งคือความนิ่งในการรับมือกับความผันผวน คุณอุดมวิทย์เผยว่าเขามีพอร์ต Thematic Optimize ที่ลงทุนในกัญชา ซึ่งปัจจุบันติดลบถึง 90% แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกหวั่นไหว เพราะเขามีการกระจายความเสี่ยงและจัดสรรสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) ที่ดี
“ถ้ามันเป็นพอร์ตใหญ่ที่เงินเยอะผมอาจจะหวั่นไหว แต่พอเราดูผลตอบแทนเป็นภาพรวมของทั้งพอร์ตแล้วมันยังเป็นบวกอยู่ ก็เลยไม่ได้หวั่นไหวอะไร ตัวไหนมั่นใจน้อยก็หยอดน้อยหน่อย”
จากที่ได้ลงทุนอยู่หลายพอร์ต กระจายไปใน Jitta Ranking และ Thematic Optimize ทำให้พอร์ตของเขากระจุกอยู่ที่ Satellite port ค่อนข้างมาก ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจยกพอร์ต Thematic Optimize มารวมอยู่ใน Global ETF พร้อมกับตั้งเป้าหมายที่จะเน้นการเพิ่มน้ำหนักไปที่ Global ETF ให้มากขึ้น เพื่อให้สัดส่วนของ Core Port เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ เขาได้เห็นได้ชัดแล้วว่า การลงทุนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พอร์ต Global ETF สามารถสร้างผลตอบแทนได้มากที่สุด หรือมากกว่า 50% โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงทำ new high แถมเป็นการเติบโตอย่างมีอย่างมีเสถียรภาพ เฉลี่ยแล้ว 8% ต่อปี ช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตได้ดีและมีความเสถียรมากกว่าการเลือกลงทุนในตลาดใดตลาดหนึ่ง
กลยุทธ์สู่อนาคต: จากเงินก้อนสู่ DCA
ที่ผ่านมาคุณอุดมวิทย์เลือกลงทุนแบบเป็นเงินก้อน แต่เวลานี้ เขาเริ่มนำกลยุทธ์ DCA (Dollar Cost Averaging) มาใช้แล้ว ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความสมดุลและลดความเสี่ยงเมื่ออายุมากขึ้น โดยเน้น DCA ใน Global ETF เป็นหลัก
สำหรับคุณอุดมวิทย์แล้ว ความสำเร็จในการลงทุนไม่ใช่การหาทางรวยลัด แต่คือการเรียนรู้จากความผิดพลาด การมีวินัยในการกระจายความเสี่ยง และที่สำคัญที่สุดคือการมี Mindset ที่ถูกต้องในการมองภาพรวมมากกว่าตัวเลขที่ผันผวนในระยะสั้น เพื่อเป้าหมายปลายทางคือความสุขของครอบครัวและการเกษียณอย่างมั่นคง







