พอร์ต AI ที่ทำให้ Data Analyst มั่นใจ “แค่เติมเงิน” แล้วปล่อยให้ระบบจัดการ
คุณศุภกิจ มนัสปัญญากุล
Data Analyst ที่เชื่อในพลังของระบบและเวลา

“การลงทุนไม่ใช่เรื่องเร่งรีบ แต่เป็นเรื่องของการเดินให้ไกล 10-20 ปี ข้างหน้าวิกฤติระยะสั้นวันนี้ มันเป็นแค่จุดเล็ก ๆ เท่านั้น”
Thematic Optimize +52.01% (26 ธ.ค. 65-19 ก.พ. 69)
พอร์ต AI ที่ทำให้ Data Analyst มั่นใจ “แค่เติมเงิน” รีวิว Jitta Wealth แล้วปล่อยให้ระบบจัดการ
สำหรับหลายคน การลงทุนอาจเริ่มต้นจากความสงสัยเล็ก ๆ แต่สำหรับ “คุณศุภกิจ มนัสปัญญากุล” Data Analyst พนักงานบริษัทเอกชน การลงทุนกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอนาคตทางการเงิน และเป็นบทเรียนที่ค่อยๆ พัฒนาไปตามประสบการณ์
จากวันที่เคย “เล่นหุ้นตามกราฟ” สู่วันที่เข้าใจว่าการลงทุนระยะยาวคือเกมของวินัยและความอดทน วันนี้พอร์ตการลงทุนของเขาเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมผลตอบแทนสะสมตลอดเวลา 3 ปีสูงถึง 52.01% ใน Thematic Optimize (26 ธ.ค. 2565 – 19 ก.พ. 2569) และวันนี้เอง เขาก็ยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
จุดเริ่มต้นจากคำถามเรื่อง “อนาคตการเงิน”
ย้อนไปเมื่อราว 8–9 ปีก่อน ในช่วงที่คุณศุภกิจเริ่มต้นชีวิตการทำงานใหม่ ๆ เขาเริ่มตั้งคำถามกับอนาคตทางการเงินของตัวเอง
ในฐานะพนักงานบริษัทเอกชน เขาไม่มีระบบบำนาญเหมือนข้าราชการ จึงเริ่มมองหาวิธีสร้างความมั่นคงระยะยาวให้กับชีวิต
ช่วงนั้นเองคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในสื่อการลงทุน และทำให้เขาเริ่มสนใจโลกของการลงทุนอย่างจริงจัง
“ตอนนั้นผมเริ่มคิดว่า ถ้าเราแค่เก็บเงินเฉยๆ มูลค่าเงินจะลดลงจากเงินเฟ้อ การลงทุนเลยเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ผมมองว่า การลงทุนคือเครื่องมือที่จะช่วยให้เราไปถึงอิสรภาพทางการเงินได้”
จากสายเทรดสู่การค้นหาสไตล์ที่เหมาะกับตัวเอง
ช่วงแรกของการลงทุน คุณศุภกิจเริ่มจากสิ่งที่เข้าถึงง่ายที่สุด นั่นคือ การซื้อขายหุ้นไทยรายตัว ในช่วงแรก เขาเริ่มต้นแบบนักลงทุนมือใหม่ทั่วไป คือ ดูกราฟและซื้อขายตามสัญญาณทางเทคนิค
แม้จะสนุกกับการเรียนรู้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาเริ่มพบข้อจำกัดสำคัญของตัวเอง และเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้ชอบการนั่งดูกราฟทั้งวันแบบนั้น เขาจึงเริ่มศึกษาแนวทาง Value Investing (VI) โดยหันไปอ่านงบการเงินและวิเคราะห์พื้นฐานของบริษัทแทนแต่เอาเข้าจริงการดูงบการเงินจริงๆ จังๆ เสียเวลามาวิเคราะห์เชิงลึกเช่นนั้น เขากลับพบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน
สุดท้ายเขาจึงเริ่มมองหาเครื่องมือที่ช่วยให้การลงทุน ง่ายขึ้น แต่ยังคงมีหลักการ
รู้จัก Jitta ตั้งแต่เว็บไซต์วิเคราะห์หุ้น
ก่อนที่บริการบริหารพอร์ตจะเกิดขึ้น คุณศุภกิจรู้จัก Jitta.com ในฐานะแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น ที่เขาใช้เพื่อดู Jitta Score ของหุ้นแต่ละตัวที่สนใจ เพื่อช่วยตัดสินใจว่าหุ้นตัวไหนน่าสนใจจริงๆ หากพบว่าสกอร์ไม่ดีก็จะเลี่ยงไป จนกระทั่งเขาเห็นการสัมภาษณ์ของคุณตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO Jitta Wealth เกี่ยวกับแนวคิดการนำอัลกอริทึมมาช่วยลงทุนจัดพอร์ตให้จริง ความสนใจจึงเพิ่มขึ้นทันที
“ผมรู้สึกว่า Jitta Wealth น่าสนใจ เพราะเป็นการนำเอาระบบที่ใช้วิเคราะห์หุ้น มาบริหารเงินลงทุนให้จริง ๆ จึงตัดสินใจเริ่มทดลองลงทุน”
พอร์ตแรกที่เริ่มต้นด้วย Thematic Optimize
คุณศุภกิจเปิดพอร์ตแรกด้วย Thematic Optimize และให้ระบบเลือกหุ้นให้ทั้งหมด
ช่วงแรกเขาลงทุนด้วยเงินจำนวนหนึ่ง และใช้วิธี DCA เติมเงินเข้าไปเรื่อยๆ ทุกเดือน
เมื่อเวลาผ่านไปและเห็นผลตอบแทนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เขาจึงเริ่มเพิ่มสัดส่วนเงินลงทุนเข้ามา และถึงขั้นย้ายเงินจากกองทุนรวมเดิมเข้ามาลงทุนเพิ่มเติม
“ผมค่อยๆ เติมเงินเข้าไปแบบ DCA แล้วก็รอดูผลลัพธ์ก่อน พอเริ่มมั่นใจในผลตอบแทน ก็ค่อยๆ เอาเงินจากกองทุนรวมที่เคยลงทุนไว้ มาลงเพิ่มกับพอร์ตนี้”
วันที่ตลาดผันผวน แต่ความเชื่อมั่นไม่สั่นคลอน
แน่นอนว่าการลงทุนระยะยาวย่อมต้องผ่านช่วงเวลาที่ตลาดผันผวน คุณศุภกิจเองก็เคยเห็นพอร์ตของตัวเอง กลับมาจากกำไรลดลงมาจนเกือบเท่าทุน
โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดโลกผันผวนจากเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง
แทนที่จะตื่นตระหนก เขาเลือกใช้มุมมองระยะยาวเป็นหลัก ด้วยเหตุผลสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ เงินที่ลงทุนเป็น เงินเย็นเพื่ออนาคต
“เงินก้อนนี้ผมตั้งใจเก็บไว้ใช้ยามเกษียณอยู่แล้ว เลยไม่ได้กังวลกับความผันผวนระยะสั้นมากนัก เพราะการลงทุนไม่ใช่เรื่องเร่งรีบ แต่เป็นเรื่องของการเดินให้ไกล ถ้าเรามองการลงทุนเป็น 10-20 ปี วิกฤติที่เกิดขึ้นแค่ไม่กี่เดือนมันจะเป็นแค่จุดเล็กๆ ในกราฟระยะยาว”
การจัดพอร์ตให้สมดุลมากขึ้น
หลังจากเปิดพอร์ต Thematic Optimize ไปแล้ว ในเวลาต่อมา เขาเริ่มเพิ่มพอร์ต Global ETF อีกพอร์ต เพื่อหวังว่าจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม ปัจจุบันเขาประเมินว่าพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตัวเองมีสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงประมาณ 60–65%
“ปัจจุบันพอร์ต Thematic ถือเป็นพอร์ตหลักที่มีสัดส่วนมากที่สุด แต่ผมอยากเพิ่มสินทรัพย์ที่ความเสี่ยงต่ำกว่านิดหนึ่ง เพื่อให้พอร์ตบาลานซ์มากขึ้น”
สบายใจด้วยระบบลงทุน กับผลตอบแทนที่มากกว่าตัวเลข
ในฐานะ Data Analyst คุณศุภกิจคุ้นเคยกับการทำงานกับข้อมูลและระบบอยู่แล้ว เขาจึงรู้สึกสบายใจกับแนวคิดของการลงทุนที่ใช้อัลกอริทึมช่วยตัดสินใจ และสิ่งที่เขาชอบมากที่สุดคือการที่ไม่ต้องเสียเวลาเลือกหุ้นเอง
“พอเราเข้าใจว่าระบบมีหลักการยังไง ก็ทำให้เรารู้สึกเชื่อใจมากขึ้นทำให้การลงทุนง่ายขึ้นมาก เราแค่เติมเงินเข้าไป แล้วให้ระบบจัดการให้”
ปัจจุบันพอร์ตการลงทุนของคุณศุภกิจมีผลตอบแทนสะสมกว่า 52% นับตั้งแต่เริ่มลงทุน แต่สำหรับเขา ตัวเลขผลตอบแทนไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด เพราะสิ่งที่มีค่ากว่าคือ ความสม่ำเสมอและความพอใจในการลงทุน
“ผมพอใจกับผลตอบแทนระดับนี้ เพราะเติบโตดี และเราก็ไม่ต้องมานั่งเลือกหุ้นเองด้วย”
บทเรียนและมุมมองที่ได้จากเส้นทางการลงทุนระยะยาว
เมื่อถามถึงแนวคิดสำคัญในการลงทุน คุณศุภกิจตอบอย่างเรียบง่ายว่า การลงทุนไม่ใช่เรื่องของการเอาชนะตลาดในระยะสั้นแต่คือการ ให้เวลาและวินัยทำงาน เพราะสำหรับเขาการลงทุนต้องคิดเป็นระยะยาว อย่างน้อยคือ 10 ปีขึ้นไป
จากวันที่เริ่มต้นด้วยการ “ลองเล่นหุ้น” วันนี้คุณศุภกิจได้ค้นพบสไตล์การลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง เขาไม่ได้มองหาการทำกำไรเร็วที่สุด แต่เลือกเส้นทางที่ยั่งยืนและสบายใจและยังคงเดินหน้าสะสมการลงทุนเพื่ออนาคต







