บทเรียนลงทุนของคุณหมอที่สร้างพอร์ตเกษียณด้วย “เวลา”
คุณสุรศักดิ์ น้อยสุวรรณา
ศัลยแพทย์โรงพยาบาลเอกชน

“สุดท้ายแล้ว เราไม่สามารถทำงานได้ตลอดชีวิต เวลาที่มีแรงก็ต้องทำงานหาเงิน เพื่อให้เงินไปทำงานแทนเรา ในวันที่เราทำงานไม่ไหว”
Global ETF ผลตอบแทนรวม (MWR) +109.11%
( 20 ต.ค. 63- 12 ส.ค. 69)
บทเรียนการลงทุนของคุณหมอที่สร้างพอร์ตเกษียณด้วย “เวลา”
สำหรับคนทำงาน สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ “เวลา” เราใช้เวลาในแต่ละวันทำงาน แลกกับรายได้ แล้วนำรายได้ส่วนหนึ่งมาเก็บออมเพื่ออนาคต แต่คำถามคือ เมื่อถึงวันที่เราไม่มีแรงทำงานเหมือนเดิม รายได้จากการทำงานจะยังเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณหรือไม่
สำหรับ คุณสุรศักดิ์ น้อยสุวรรณา ศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลเอกชนที่ทำงานมานานเกือบ 10 ปี คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
เพราะตั้งแต่เรียนจบแพทย์ เขาก็เริ่มคิดถึงเรื่องการเก็บเงินและการลงทุนทันที คุณหมอไม่ได้มีเป้าหมายอยากรวยเร็ว แต่เพราะรู้ว่า วันหนึ่งแรงที่ใช้ทำงานอาจไม่สามารถสร้างรายได้ให้เราได้เหมือนเดิม
จริงอยู่ว่าอาชีพแพทย์เป็นอาชีพที่สร้างรายได้สูง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเวลา พลังงาน และการใช้ร่างกายอย่างหนักหน่วง ในแต่ละวันต้องเผชิญกับความกดดันบนการตัดสินใจแต่ละเสี้ยววินาทีในห้องผ่าตัด สิ่งนี้เองที่จุดประกายให้คุณหมอตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งว่า “ร่างกายเรามีวันหมดอายุการใช้งาน” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางการลงทุนที่ยาวนานกว่า 10 ปี
“อาชีพเราใช้ร่างกายหาเงิน เราได้เงินมา ก็ต้องเอาเงินไปทำงานแทน เผื่อถึงวันนึงที่เราทำงานไม่ได้”
เรื่องราวการเดินทางบนถนนสายการลงทุนกว่าทศวรรษของคุณหมอสุรศักดิ์ จากจุดเริ่มต้นที่ลองผิดลองถูก สู่วันที่พอร์ตเติบโตแตะเป้าหมายเกษียณได้อย่างสวยงามไม่ใช่เรื่องง่าย
ก้าวแรกในโลกการลงทุน: ลองผิดลองถูกและเรียนรู้
ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ทันทีที่เรียนจบและเริ่มมีรายได้ คุณหมอสุรศักดิ์ไม่รอช้าที่จะเริ่มต้นบริหารเงินก้อนแรก เป้าหมายแรกไม่ใช่ความร่ำรวยฉาบฉวย แต่เพื่อลดหย่อนภาษี โดยลงทุนในกองทุน LTF ควบคู่ไปกับการสร้างวินัยด้วยการทยอยลงทุนเท่าๆ กันทุกเดือน (DCA) ที่เขาตั้งใจไว้ตั้งแต่เริ่มแรก โดยแบ่งเงินที่จะลงทุนตลอดทั้งปีออกเป็นจำนวนเท่าๆ กัน แล้วทยอยลงทุนทุกเดือน
เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปี ความมั่นใจเริ่มมีมากขึ้น คุณหมอจึงขยับขยายเข้าสู่สมรภูมิ “หุ้นไทย” ด้วยการเลือกหุ้นรายตัวด้วยตนเอง เพราะการลงทุนต่างประเทศในเวลานั้นยังเข้าถึงได้ไม่ง่ายนัก
แน่นอนว่าเส้นทางไม่ได้ราบรื่น
“ตอนนั้นก็เลือกลงทุนเองครับ มีผิดๆ ถูกๆ บ้าง ตามประสาคนที่เพิ่งเริ่มทำงานและเพิ่งรู้จักการลงทุน ผลตอบแทนก็ไม่ได้มีกำไรอะไรมากมาย เพราะเงินทุนเรายังไม่เยอะและอยู่ในช่วงสะสมประสบการณ์”
จนเมื่อวันที่ประสบการณ์เหล่านั้นค่อยๆ เพิ่มขึ้นและเปลี่ยนวิธีคิดและเปิดโลกของการลงทุนของเขาให้กว้างมากขึ้น
คุณหมอเริ่มมองเห็นโอกาสในต่างประเทศ โดยเฉพาะ “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี” ที่ในช่วง 6-7 ปีก่อน คุณสุรศักดิ์เริ่มรู้จัก Jitta.com และได้นำข้อมูลมาช่วยวิเคราะห์หุ้นที่สนใจ
แม้ในช่วงแรกที่เข้าไปลงทุน ตลาดหุ้นเทคฯ จะปรับตัวลงอย่างหนัก แต่ด้วยเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจน คุณหมอเลือกที่จะ “ไม่ขาย” และยังคง DCA อย่างต่อเนื่อง เพราะมองว่า เงินลงทุนก้อนนี้เป็นเงินสำหรับอนาคต และยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น ผ่านมาถึงวันนี้ หุ้นเทคโนโลยีที่เคยผ่านความอดทนจากช่วงขาลง เมื่อตลาดกลับตัวเป็นขาขึ้นก็ผลิดอกออกผลให้ชื่นชม และกลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนให้กับเขาได้อย่างน่าพึงพอใจ
จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ: Jitta Wealth และ Global ETF
หลังจากที่ได้ลองใช้งาน Jitta.com มานาน เมื่อ Jitta Wealth เปิดให้บริการกองทุนส่วนบุคคล คุณหมอจึงตัดสินใจนำเงินทุนก้อนแรกมาเปิดพอร์ตทันที โดยเลือก Global ETF เป็นพอร์ตแรก
“ที่เลือกเปิด Global ETF เพราะรู้สึกว่า ไม่ต้องคิดมากดี ตอบโจทย์เรื่องการกระจายความเสี่ยง และเป็นช่องทางไปลงทุนในต่างประเทศที่ดีมาก เพราะตอนนั้นผมลงทุนในไทยค่อนข้างน้อย พอร์ต Global ETF จึงกลายเป็นคำตอบที่ใช่”
แต่ด้วยภาระงานที่รัดตัว การลงทุนกับ Jitta Wealth จึงเป็นการจัดสรรเงินทุนที่เหลือจากการหักเข้ากองทุนภาษีรายเดือน มาลงทุนเพิ่มเมื่อมีความพร้อม แม้จะไม่ใช่การ DCA แบบตัวเลขเป๊ะๆ ทุกเดือน แต่ก็เป็นการเติมเงินลงทุนอย่างสม่ำเสมอตามกำลังที่มี
บททดสอบจิตวิทยา: วันที่พอร์ตติดลบเกือบ 50%
โลกของการลงทุนไม่ได้มีแต่ขาขึ้นเสมอไป คุณหมอเอง ก็ต้องเจอกับบททดสอบเช่นกัน ซึ่งครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงอย่างรุนแรงแตะระดับ 900 จุด และพอร์ตบางส่วนของคุณสุรศักดิ์เคยติดลบหนักถึง 50% คุณสุรศักดิ์ยอมรับว่าเวลานั้นเขารู้สึก “กลัว” อยู่บ้าง แต่แทนที่จะเพิ่มเงินในพอร์ตที่กำลังเผชิญความเสี่ยงหรือขายเปลี่ยนเป็นถือเงินสดทั้งหมด เขากลับเลือกนำเงินใหม่ไปเพิ่มในสินทรัพย์ที่มองว่าน่าสนใจ เพราะเขายังเชื่อว่าการปรับตัวลงครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว และที่สำคัญคือ เงินก้อนนี้ยังไม่จำเป็นต้องนำออกมาใช้
“แน่นอนว่ามันต้องรู้สึกกลัวอยู่แล้ว แต่ก็พยายามจัดระเบียบความคิดตัวเองใหม่ ใช้วิธีหยุดการเพิ่มทุนในพอร์ตที่ติดลบหนักๆ ไว้ก่อน แล้วนำเงินไปเพิ่มทุนในตัวที่เราคิดว่าน่าสนใจและราคากำลังลงมาลึก อย่างเช่น Global ETF หรือพอร์ต Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ”
การตัดสินใจแบบมีสติ ไม่ตื่นตระหนกเทขายทิ้งจนหมด (Panic Sell) แต่เลือกที่จะถือเงินสดไว้บางส่วนและอัดฉีดเงินทุนในจังหวะที่ของถูก พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นั่นคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด เพราะเมื่อวิกฤติผ่านพ้นไป ผลตอบแทนก็เด้งกลับมาสร้างกำไรอย่างงดงาม
ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาเห็นชัดขึ้นว่า การลงทุนระยะยาวไม่จำเป็นต้องชนะทุกช่วงเวลา
สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่แพ้ให้กับอารมณ์ของตัวเองเสียก่อน
Core & Satellite: ศิลปะการจัดพอร์ตฉบับคุณหมอ
เมื่อประสบการณ์เพิ่มขึ้น คุณสุรศักดิ์ก็เริ่มจัดโครงสร้างพอร์ตให้ชัดเจนและเป็นระบบแบบ Core & Satellite Portfolio
คุณหมอยกให้ Global ETF ของ Jitta Wealth เป็นพอร์ต Core มีสัดส่วนราว 50% กลายเป็นแกนหลักของพอร์ตเกษียณ เพราะเน้นความมั่นคง กระจายความเสี่ยงทั่วโลก ปล่อยให้ระบบทำงานไปโดยที่เขาจะไม่เข้าไปแตะต้อง และไม่เคยถอนเงินออก และที่น่าสนใจคือ พอร์ตนี้เดินทางมาถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 10 ล้านบาท แล้ว จึงยังไม่ได้เติมเงินเพิ่ม และเลือกปล่อยให้เงินลงทุนเติบโตต่อไป
ส่วนการลงทุนอื่นๆ อย่างการลงทุนในหุ้นรายตัวทั้งไทยและต่างประเทศ เขายังคงใช้ความรู้และประสบการณ์ของตัวเองบริหาร และจัดเป็นส่วน Satellite Port ซึ่งมีความเสี่ยงระดับสูง-ต่ำผสมผสานกันไป เป็นการใช้ประสบการณ์กว่า 10 ปีมาสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม
“Global ETF เป็นตัวเดียวที่ผมไม่แตะเลย ไม่เคยถอนออก และมีผลตอบแทนที่คงที่… ตอนนี้พอร์ตไปถึงเป้าหมาย 10 ล้านที่เราตั้งไว้แล้ว ผมก็ปล่อยให้มันรันต่อไป (Let profit run) แทบจะเป็น Core หลักของพอร์ตเกษียณไปแล้วครับ”
ความลับของเวลา: ข้อคิดฝากถึงนักลงทุนหน้าใหม่
เมื่อถามถึงคำแนะนำสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ คุณหมอสุรศักดิ์ได้ฝากไว้ด้วยสัจธรรมของการลงทุนไว้อย่างน่าสนใจ
“เวลา… เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ยังไงเสียการลงทุนก็ต้องใช้เวลา การคาดหวังว่าปีสองปีจะได้กำไร 10-20% หรือรวยเลยทันที มันยากมากๆ ถ้าเราไม่ได้ดวงดีหรือเก่งขนาดนั้น
แต่ถ้าเรายังอายุน้อย ยังพอมีเวลา และยังมีแรง เราก็ใช้แรงนั้นแหละหาเงินมา แล้วนำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนอย่างต่อเนื่อง ให้เงินมันค่อยๆ เติบโตไปตามเวลาที่เหมาะสม เพราะสุดท้ายแล้ว เราไม่สามารถทำงานได้ตลอดชีวิต แต่เงินที่เราเก็บและลงทุนไว้ สามารถทำงานต่อแทนเราได้ ดังนั้นเวลาที่มีแรงก็ต้องทำงานหาเงิน เพื่อให้เงินไปทำงานแทนเราอีกที ในวันที่เราทำงานไม่ไหว”
เส้นทางของคุณหมอสุรศักดิ์ ตอกย้ำให้เห็นว่า ความสำเร็จในการลงทุน ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเขาสามารถคาดการณ์ตลาดได้ถูกต้องทุกครั้ง
แต่เกิดจากการมีเป้าหมายที่ชัดเจน (เกษียณ) การมีสติในยามวิกฤติ ให้ความสำคัญกับ “เวลา” ได้ทำหน้าที่ของมัน พร้อมกับการเลือกเครื่องมือที่ใช่ (Global ETF) สามารถเนรมิตอิสรภาพทางการเงินให้กลายเป็นความจริงได้






