Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา

คุณนัยเนตร ใจเย็น

อายุรแพทย์โรคหัวใจ

คนไข้บางคนไม่ได้แค่ลำบากจากโรคหัวใจเพียงอย่างเดียว แต่ในวันที่ทำงานไม่ไหว เขาก็ยังไม่มีเงินดูแลตัวเอง
Global ETF +112.46% (5 พ.ย. 63- 31 ก.ค. 69)

Jitta Ranking Alpha +13.43% (19 ก.ย. 68 – 31 ก.ค. 69)

 

Investing with Heart : ให้หมอรักษาหัวใจ ให้ Jitta Wealth เป็น Soft Power สร้างอิสรภาพทางการเงินให้คนไทย

“หากไม่มี Jitta Wealth อาชีพหมออาจจะพอตั้งตัวได้ แต่ยังมีคนอีกเยอะที่พอเข้าวัยเกษียณแล้วยังดูแลตัวเองไม่ได้ เราทำงานในโรงพยาบาลเลยได้เห็นวงจรของผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองไม่ได้ทางการเงิน กลายเป็นข้อจำกัดในการรักษาตัว ต้องพึ่งระบบสาธารณสุขของรัฐ เป็นอีกภาระที่หนักหน่วงของประเทศ หาก Jitta Wealth ช่วยให้คนไทยมีการเงินที่แข็งแรงหลังเกษียณ ก็เหมือนช่วยประเทศในทางหนึ่ง”

ประโยคนี้ไม่ได้มาจากนักเศรษฐศาสตร์หรือผู้กำหนดนโยบายระดับประเทศ แต่มาจาก คุณนัยเนตร ใจเย็น อายุรแพทย์โรคหัวใจ ที่ใช้เวลากว่า 20 ปีในวิชาชีพเฝ้ามองชีวิตของผู้คนทั้งในวันที่แข็งแรง และในวันที่ร่างกายเริ่มไม่เหมือนเดิม ไปพร้อมๆ กับพอร์ตลงทุนของเธอเองที่เติบโตขึ้นอย่างมั่นคงสอดคล้องกับอายุของตัวเธอเอง 

คุณหมอนัยเนตรไม่ใช่ผู้ที่มีความรู้หรือผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่รักในวิชาชีพแพทย์ของตัวเอง แต่ความเป็นหมอที่เห็น “ชีวิตผู้คน” มามาก ทำให้เธอเองมุ่งมั่นที่จะสร้างอิสรภาพทางการเงิน รองรับอนาคตที่ร่างกายอาจจะไม่เอื้อต่อการทำงานหนักเหมือนเดิม และแน่นอนว่าเมื่อวันนั้นมาถึง เธอไม่ต้องการที่จะเป็นภาระของใครทั้งสิ้น เธอพร้อมสำหรับอนาคตด้วย Global ETF +112.46% (5 พ.ย. 63- 31 ก.ค. 69) และ Jitta Ranking Alpha +8.3% (19 ก.ย. 68 – 31 ก.ค. 69)

จุดเริ่มต้น: บทเรียนจากการลองผิดลองถูก

เส้นทางการลงทุนของคุณหมอเริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่ายเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป นั่นคือการมองหาช่องทาง “ลดหย่อนภาษี”

“เป็นหมอก็เป็นคนทำงานธรรมดา ไม่ได้ร่ำรวย ไม่ได้มีเงินเยอะอะไร เพียงแต่ไม่ลำบาก ไม่ขัดสน รายได้เราก็เป็นเงินเดือนแพทย์ปกติ แต่เรารู้ว่าต้องแบ่งเงินมาบริหารภาษี เริ่มจากกองทุนลดหย่อนภาษีก่อนจะขยับมากองทุนรวม พนักงานแบงก์แนะนำกองไหนก็ซื้อกองนั้น เราไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้ง รู้เพียงว่า…ปีนี้กำไรปีหน้าอาจขาดทุน และเราไม่มีเวลามากพอที่จะไปนั่งเฝ้าหน้าจอ”

ด้วยความที่งานยุ่งตลอดเวลา การลงทุนในช่วงแรกจึงเป็นแบบ “ครูพักลักจำ” ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ถามเพื่อนบ้าง ฟังคนรอบตัวบ้าง แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้ ย่อมมีทั้งกำไรและขาดทุนปะปนกันไป ความเจ็บปวดจากการขาดทุนในกองทุนรวมที่เลือกเอง ทำให้คุณหมอตระหนักได้ว่า การพึ่งพาเพียงคำบอกเล่าหรือการตัดสินใจด้วยอารมณ์นั้นไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน

พลิกวิกฤติโควิด-19 ให้เป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้ 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติโควิด-19 เมื่อจำนวนคนไข้โรคหัวใจที่มาโรงพยาบาลลดลง คุณนัยเนตรจึงพอมีเวลาว่างมากขึ้น และอินเทอร์เน็ตก็ได้เปิดประตูบานใหม่ให้กับเธอ

“ช่วงโควิดเป็นช่วงที่มีเวลาเยอะขึ้น ก็เลยดู YouTube จนไปเจอช่องของคุณพอล ภัทรพล ที่สัมภาษณ์คุณเผ่า (ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์) ทำให้รู้ว่า Jitta Wealth มีกองทุนส่วนบุคคล”

สิ่งที่ดึงดูดใจคุณหมอไม่ใช่แค่เรื่องของผลตอบแทน แต่คือ “ระบบและเทคโนโลยี” คุณหมอมองว่าตัวเองเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย แต่การจะให้มานั่งเฝ้าหน้าจอหรือวิเคราะห์งบการเงินด้วยตัวเองนั้น เป็นไปไม่ได้เลย เพราะข้อจำกัดเรื่องเวลา การมีเทคโนโลยี AI คอยวิเคราะห์หุ้นแทน ตัดเรื่องอารมณ์และ Bias ออกไป และมีระบบช่วยปรับสมดุลพอร์ต (Rebalance) ให้อัตโนมัติ จึงเป็นคำตอบที่ “ใช่” ที่สุด

ด้วยความเป็นคนกล้าลอง เธอคิดว่า เงินก้อนนี้ถ้าขาดทุนหรือโดนหลอกเราก็พอรับไหว เลยลองโหลดแอปพลิเคชันมาสมัครดู และเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 คุณนัยเนตรจึงเปิดพอร์ต Global ETF เป็นพอร์ตแรก 

“ตอนแรกแอบคิดว่ามันเปิดพอร์ตง่ายเกินไปไหม แค่เติมคำในช่องว่าง อัปโหลดบัตรประชาชน (หัวเราะ) แต่พอลงทุนไปสักพัก เราเริ่มเห็นผลลัพธ์ เห็นความโปร่งใส และที่สำคัญที่สุด… มันไม่ต้องใช้ ‘อารมณ์’ ในการตัดสินใจ”

ห้องเรียนการลงทุนที่มีชื่อว่า “พอร์ตของตัวเอง”

หลังจากเห็นว่า Global ETF เติบโตได้ดี คุณนัยเนตรได้เปิดพอร์ตตามมาอีกหลายพอร์ต ไม่ว่าจะเป็น Thematic DIY, Thematic Optimize, Jitta Ranking และ Omni Fund คุณหมอคือตัวอย่างของผู้ที่เรียนรู้อย่างไม่สิ้นสุด เธอได้เปลี่ยนพอร์ตการลงทุนให้กลายเป็น “ห้องเรียน” แม้จะยอมรับว่าตัวเองไม่ถนัดเรื่องงบดุลหรือตัวเลขการเงิน แต่คุณหมอใช้วิธีสังเกตการทำงานของ AI ในพอร์ต

“เราไม่มีความรู้ ไม่รู้จะไปเรียนตรงไหนเพราะเรายุ่ง เราก็เรียนจากพอร์ตของเราเอง พอเห็นกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น เราก็เรียนรู้จากมัน”

เมื่อใดที่ AI ของ Jitta Wealth มีการซื้อหรือขายหุ้นบริษัทใด คุณหมอจะนำชื่อบริษัทเหล่านั้นไปเสิร์ชหาข้อมูลต่อว่าธุรกิจนี้ทำอะไร อยู่ในอุตสาหกรรมไหน ทำให้เข้าใจภาพรวมของเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นกระแสเทคโนโลยี AI ในอเมริกา หรือเทรนด์อีคอมเมิร์ซก็ตาม

เรียนรู้และเข้าใจ ‘วัฏจักร’ ด้วยพอร์ตที่ติดลบเกือบ 50% 

และแล้วคุณนัยเนตรต้องเผชิญกับบททดสอบจิตใจครั้งใหญ่ เมื่อ Thematic DIY ที่เธอเปิดในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้นไปสูง ได้เผชิญกับตลาดผันผวนจนพอร์ตติดลบเกือบ 50% และนั่นกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่สอนให้เธอเข้าใจคำว่า ‘วัฏจักร’ อย่างแท้จริง 

ทุกครั้งที่พอร์ตแดง นั่นคือห้องเรียนของเธอ 

คุณนัยเนตรจะเข้าไปค้นหาคำตอบทำไมพอร์ตถึงตกลง เกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจ เศรษฐกิจโลกเป็นอย่างไร AI คืออะไร ทำไมจีนตก ทำไมญี่ปุ่นขึ้น เธอเรียนรู้มากมายเพราะ…“เงินของตัวเองอยู่ตรงนั้น” และไม่มีครูคนไหน ทำให้เราจำบทเรียนได้ดี เท่ากับเงินของตัวเอง

“ถามว่ากังวลไหม… ก็กังวลนิดๆ แต่วิธีรับมือของพี่คือ ‘อยู่เฉยๆ’ บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เราไม่ได้ขาดทุนคนเดียว คนอื่นเขาก็ขาดทุนเหมือนกัน เงินมันยังไม่ได้หายไปไหน เราก็อยู่เฉยๆ ไปก่อน” 

และเมื่อผ่านพ้นวิกฤติพอร์ตก็กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง เธอจึงค้นพบความจริงที่ว่า “ถ้าเราเริ่มติดกระดุมเม็ดแรกถูกต้อง คือเลือกลงทุนในโปรดักต์ที่ดี มีเหตุผล มีคุณภาพ เราก็แค่ทำไปเรื่อยๆ ตั้งใจทำดีมันต้องมีอุปสรรคบ้าง แต่อย่าล้มเลิก เดี๋ยวมันก็เห็นผลเอง” 

ปรับทัพจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite

จากการลองผิดลองถูก สู่การเรียนรู้อย่างเป็นระบบ และกลายเป็นแฟนคลับตัวยงที่ฟัง Live ของ Jitta Wealth เพื่อฟังแนวคิดของคุณเผ่าย้อนหลังในทุกเช้าวันพฤหัสบดีระหว่างขับรถไปทำงาน ความรู้เหล่านี้ถูกนำมาปรับใช้กับพอร์ตของเธอเอง

ปัจจุบัน เธอจัดพอร์ตตามหลัก Core & Satellite อย่างชัดเจน โดยมี Core Portfolio เป็น Global ETF สัดส่วนเกือบๆ 50% เพื่อรักษาความมั่นคงระยะยาว และมี Satellite Portfolio เป็น Jitta Ranking และ Jitta Ranking Alpha (ปัจจุบันลงทุนในญี่ปุ่น) เพื่อคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยสัดส่วนรวมกันเกิน 50% เล็กน้อย เพราะส่วนตัวรับความเสี่ยงได้สูง 

“พอเรามี Core Port ที่แข็งแกร่งคอยพยุงไว้ เวลาที่ Satellite Port ผันผวน เราก็จะไม่เครียดมาก และเราใช้วิธี DCA อย่างสม่ำเสมอทุกเดือน เหนื่อยจากการทำงานมาแค่ไหน พอเงินเดือนออกก็ DCA ไป”

อิสรภาพทางการเงิน เพื่อจะได้ทำงานที่ตัวเองรักไปนานๆ

เมื่อถามถึงเป้าหมายปลายทางของการลงทุน หลายคนอาจนึกถึงการเกษียณอายุไปนอนพักผ่อนริมทะเลแล้วไม่ต้องทำงาน แต่สำหรับคุณหมอโรคหัวใจท่านนี้ คำตอบกลับลึกซึ้งกว่านั้นมาก 

เธอมองว่าเป้าหมายการลงทุนที่แท้จริงคือการ “จัด Pace (จังหวะ) ของชีวิต” เมื่ออายุมากขึ้น พละกำลังอาจลดลง การมีอิสรภาพทางการเงินจะช่วยให้เธอสามารถเลือกทำงานเฉพาะทางที่ยังเป็น Passion สานต่ออุดมการณ์การเป็นแพทย์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้หรือปากท้องอีกต่อไป

“พี่รักอาชีพหมอมาก ไม่เคยคิดอยากเกษียณเลย อยากจะทำหน้าที่เป็นหมอช่วยคนไปจนสุดความสามารถ จนกว่าเราจะทำไม่ไหว” แต่อยากมี ‘อิสรภาพทางการเงิน’ เพื่อที่เราจะได้จัดสมดุลชีวิตให้เหมาะกับอายุ พออายุมากขึ้น เราอาจจะทำงานหนักเหมือนเดิมไม่ไหว อิสรภาพทางการเงินจะทำให้เราเลือกทำงานเฉพาะทางที่เรารักจริงๆ ได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป”

Jitta Wealth: Soft Power ที่ช่วยค้ำจุนสังคมไทย

ในฐานะแพทย์ เธอเห็นคนจำนวนมากไม่มีอิสรภาพทางการเงินหลังเกษียณ เห็นคนที่ต้องพึ่งลูกหลานหรือสวัสดิการรัฐอยู่อย่างนั้น 

เธอจึงเชื่อว่า ถ้าวันนี้คนไทยมีเครื่องมือที่ช่วยให้เริ่มลงทุนได้ง่ายขึ้น สุดท้ายสิ่งที่เปลี่ยน ไม่ใช่แค่พอร์ตของแต่ละคน แต่คือคุณภาพชีวิตของคนทั้งประเทศ 

สำหรับคุณนัยเนตร เธอมองว่า Jitta Wealth ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มการลงทุน แต่เปรียบเสมือน ‘Soft Power’ ของประเทศไทย ที่ช่วยยกระดับ คุณภาพชีวิตของคนไทยทั้งประเทศเพราะเมื่อคนไทยรู้จักเก็บออม ลงทุนให้เงินงอกเงย และพึ่งพาตนเองได้ในยามเกษียณ ภาระของรัฐและปัญหาสังคมก็จะลดน้อยลง 

“พี่คิดจริงๆ นะว่า Jitta Wealth คือ Soft Power ของเมืองไทย… 

พี่ทำงานในวงการนี้ เห็นวงจรของผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองไม่ได้ทางการเงิน มีข้อจำกัด​และต้องพึ่งระบบสาธารณสุขของรัฐ การที่ Jitta Wealth สร้างระบบให้คนธรรมดาที่ไม่รู้เรื่องการเงิน สามารถลงทุนเป็น เก็บออม และตั้งตัวได้​ มันคือการทำให้คนไทยพึ่งพาตัวเองได้ในยามแก่เฒ่า ถ้าทุกคนดูแลตัวเองได้ สังคมก็ดีขึ้น มิจฉาชีพก็น้อยลง ประเทศชาติก็จะเดินหน้าต่อไปได้… นี่แหละ การลงทุนที่ส่งผลสะเทือนไปถึงภาพใหญ่ของสังคมอย่างแท้จริง”

สุดท้ายคุณนัยเนตรยังฝากถึงมือใหม่หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มลงทุนว่า 

“ถ้าเราเลือกลงทุนในสิ่งที่มีคุณภาพ สมเหตุสมผล ก็ขอให้มั่นใจในสิ่งที่เราศึกษามา แล้วทำต่อไปเรื่อยๆ แม้วันที่ตลาดลง อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองล้มเหลว เพราะการลงทุนก็เหมือนชีวิต มีขึ้นก็มีลง ไม่ต้องสนใจ ปล่อยให้เวลาและวัฏจักรทำงานของมันไป​สักวันหนึ่งมันจะเห็นผลเอง” 

การลงทุนที่ประสบความสำเร็จ อาจไม่ได้วัดกันที่จำนวนเงินในพอร์ตเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ ‘ความสงบในจิตใจ’ และ ‘อิสรภาพในการใช้ชีวิต’ ขอเพียงแค่เรียนรู้ และเลือกใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง ไปพร้อมกับวินัยที่สม่ำเสมอ การเดินทางสู่อิสรภาพทางการเงินก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

ลงทุนด้วยหลักการที่ถูกต้องกับ Jitta Wealth

ลงทุนอย่างสบายใจ กำไรอย่างยั่งยืน

เรื่องราวของนักลงทุนท่านอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม

YouTuber สายเกมที่เคยขาดทุนจากคริปโทฯ ก่อนเปลี่ยนสู่การลงทุนระยะยาวกับ Global ETF ผลตอบแทน +33.33%

Read more

เกษตรกรหนุ่มวัย 35 ปี เจ้าของสวนผลไม้ในจังหวัดตราด ผู้เคยลงทุนตามกระแสและสูญเงิน ก่อนเปลี่ยนสู่การลงทุนอย่างมีระบบกับ Jitta Ranking Alpha ผลตอบแทน +27.70%

Read more

แพทย์และเจ้าของคลินิกที่เคยเลือกหุ้นและปรับพอร์ตด้วยตัวเอง ก่อนเปลี่ยนสู่การลงทุนหุ้นต่างประเทศอย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องใช้เวลาเฝ้าหน้าจอ

Read more

แพทย์ประจำบ้านที่เลือกลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ผ่านพอร์ต Thematic Optimize และ Global ETF สร้างผลตอบแทนสูงสุด +51.97%

Read more

อดีตผู้จัดการบริษัทข้ามชาติที่เกษียณตัวเองในวัย 47 ปี พร้อมลงทุนระยะยาวกับ Jitta Ranking Alpha ผลตอบแทน +30.71%

Read more

แพทย์โรคหัวใจที่วางแผนเกษียณและสร้างอิสรภาพทางการเงิน ด้วยการลงทุนทั่วโลก ผลตอบแทน +112.46%

Read more

ดูทั้งหมด