Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา

คุณธนาธิป สละรักษ์

เจ้าของร้าน pet shop

“ไปไล่ดูงบการเงินหุ้นจีนที่ติด Ranking พบว่ากำไรโตวันโตคืน แต่แปลกที่ราคากลับไม่วิ่งตาม เลยค่อนข้างชอบหุ้นจีน”
Jitta Ranking Alpha +15%(7 ก.พ. 68-31 ส.ค. 68)
Jitta Ranking หุ้นฮ่องกง +33.92% (25 มิ.ย. 67-31 ส.ค. 68)

รีวิว Jitta Wealth 

ติดหล่มหุ้นไทย 10 ปี ฟื้นได้ด้วย Jitta Ranking หุ้นฮ่องกง +60% ในปีเดียว


เราทุกคนต่างต้องการเห็นเงินเก็บงอกเงย แต่หากใช้เวลาพิสูจน์ว่าสินทรัพย์ที่ลงทุนอยู่ไม่ใช่แล้ว เราอาจต้องใช้เวลาในการมองหาและใช้เวลาพิสูจน์อีกนาน แต่คุณธนาธิป สละรักษ์ เจ้าของร้าน pet shop โชคดีกว่านั้น เพราะเขาเริ่มลงทุนกับ Jitta Wealth มานานพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าเส้นทางนี้ถูกต้องและพอร์ตเติบโตได้ เขาจึงสามารถไหวตัวทัน โยกพอร์ตหุ้นไทยมาสู่ Jitta Ranking Alpha และ Jitta Ranking หุ้นฮ่องกง ที่กลายเป็น 2 ลูกรักที่เติบโต +15% (7 ก.พ. 68 – 31 ส.ค. 68)  และ +33.92% (25 มิ.ย. 67 – 31 ส.ค. 68) ตามลำดับ

พื้นฐานการลงทุนเริ่มที่บ้าน

คุณธนาธิปทำงานและหาเงินได้ตั้งแต่อายุ 16 เมื่อเขาเรียน ปวช. ปี1 เพราะเลือกเรียนในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ที่เปิดโอกาสให้เขาเรียนไปด้วยทำงานพาร์ทไทม์ในร้าน 7-11 ไปด้วย โดยเงินเดือนที่ได้รับตั้งแต่เริ่มเรียนปีแรกจนจบมหาวิทยาลัยรวม 7 ปี เขาไม่ได้นำออกมาใช้เลยแม้แต่บาทเดียว แต่นำไปฝากประจำและซื้อทองคำเก็บไว้ตามคำสอนของคุณแม่ จนวันที่จบการศึกษาเขามีเงินเก็บกว่า 6 แสนบาท 

“ก่อนหน้านั้นคุณแม่ก็ปลูกฝังให้ไปฝากประจำ และซื้อทองเก็บไว้เหมือนแม่ พอจบมหาวิทยาลัยก็มีเงินก้อน เราเริ่มสนใจลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้น Apple(AAPL) ที่อยากซื้อมาก เพราะในยุคนั้น iPhone4s ออกมาเป็นที่นิยม แต่เราไม่มีความรู้หรือช่องทางที่จะไปลงทุนต่างประเทศ ก็เลยลงแต่หุ้นไทย”

คุณธนาธิปใช้เวลาอยู่กับหุ้นไทยมา 10 ปี เขาเลือกหุ้นลงทุนด้วยการใช้ Jitta.com 

บทเรียนการลงทุนหุ้นไทย

และซื้อหุ้นตาม Jitta Ranking โดยมีคุณอาเป็นผู้แนะนำการใช้งานและให้เขาได้ลองติดตามแนวคิดของคุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO Jitta ในขณะนั้น เขาเลือกที่จะเป็น VI ตามความเข้าใจของเขาคือการซื้อและถือยาว ผ่านมาสิบปีเขายอมรับว่าได้ปิดพอร์ตหุ้นไทยไปเมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยผลขาดทุนกว่า 30% แต่หากรวมเงินปันผลที่ได้รับมาตลอด 10 ปีก็ถือว่าเจ็บตัวแค่แสนกว่าบาท 

“ณ ตอนนั้น ผมคิดว่าการลงทุน VI ต้องซื้อและถือยาว ต้องเชื่อมั่นในธุรกิจ พอมาตอนนี้เราเข้าใจว่าไม่ใช่  ควรปรับเปลี่ยนไปตามสภาวะเศรษฐกิจ ปีก่อนผมจึงล้างพอร์ตไปเลยเพราะลองลงทุนระยะยาวมาแล้ว ตัวที่ได้บ้างก็มี แต่ส่วนใหญ่ขาดทุนไปล้านกว่าบาท แต่ถ้าเอาปันผลที่เก็บมาสิบปีหักไปก็จะเจ็บตัวจริงๆ แสนกว่าบาท​ ที่เสียดายคือเวลาสิบปีที่เสียไป แต่สิ่งที่เราได้มาคือความรู้ว่าเราควรมองตลาดหุ้นอย่างไร”

เมื่อเห็นภาพชัดเจนแล้วว่าลงทุนในหุ้นไทยตลอดระยะเวลากว่าสิบปี ไม่สามารถนำพาเงินเก็บของเขาให้งอกเงย หนำซ้ำยังติดลบ ทำให้เขาตระหนักถึงความจำเป็นในการออกไปลงทุนต่างประเทศ 

จากพอร์ตทดลอง ขยายไปทั่วโลก

ซึ่งถือเป็นโชคดีของคุณธนาธิปที่เมื่อ 4 ปีก่อน คุณอาคนดีคนเดิมได้ทดลองลงทุนกับ Jitta Wealth และแนะนำให้เขาได้เปิดพอร์ตไว้ แม้จะยังมีคำถามในเวลานั้นว่าจะได้ผลจริงหรือ แต่เขาก็ได้ลองหยอดเงินไว้ในพอร์ต Thematic Optimize, Global ETF และ Thematic DIY พอร์ตละ 1 แสนบาทและทิ้งเอาไว้อย่างนั้นโดยไม่เติมพอร์ตเลยตลอด 4 ปี ​เพราะเงินส่วนใหญ่เขาใส่ไว้ในหุ้นไทยทั้งหมด ในจังหวะที่ตัดสินใจชัดเจนแล้วว่าต้องแยกทางจากหุ้นไทย และออกไปลงทุนในต่างประเทศ เขาได้หันกลับมาดูพอร์ตเล็กๆ ที่เปิดทิ้งเอาไว้ ก็พบว่าพอร์ตเติบโตมาได้ประมาณ 16% ทั้งที่ไม่ได้ DCA 

“ดีที่ได้ทดลองลงทุน Jitta Wealth ไปด้วยในระหว่างนั้น ทำให้ได้เห็นว่า ขนาดไม่ได้ DCA ไม่ได้ปรับพอร์ตในช่วง 3 ปี ผ่านวิกฤติโควิต19 วิกฤติเงินเฟ้อ แต่พอร์ตยังบวกประมาณ ​16% แม้จะน้อยเพราะเราไม่ได้ DCA ก็เลยรู้สึกว่าแบบนี้น่าจะเวิร์ก แล้วเราได้กระจายทั่วโลกได้ด้วย”

เห็นเช่นนั้น เงินที่ได้จากการปิดพอร์ตหุ้นไทยรายตัวที่ลงทุนมานับสิบปี คุณธนาธิปจึงนำมาเปิดพอร์ต Jitta Raking หุ้นสหรัฐฯ และ Jitta Raking หุ้นฮ่องกง ​เพื่อให้ AI บริหารพอร์ตให้ ซึ่งเขาเชื่อว่าดีกว่าที่เขาจะไปลงทุนหุ้นต่างประเทศด้วยตัวเอง เพราะมีประสบการณ์มาแล้วว่าไม่สามารถจัดการอารมณ์ในการลงทุนของตัวเองได้ดีพอ 

“เรารู้จุดอ่อนตัวเองดี เลยไม่ไปลงทุนเอง เพราะอย่างตอนเราเลือกหุ้นไทยเราก็มั่นใจว่าดูปัจจัยพื้นฐาน งบการเงินดี มีความสามารถในการทำธุรกิจ ความสามารถจ่ายปันผลครบถ้วนแล้ว แต่ข้อเสียของตัวเองคือ เมื่อเห็นว่าพื้นฐานเปลี่ยน แต่ใจเรามักจะบอกว่าขออีกหน่อย เดี๋ยวบริษัทก็กลับมาได้ ซึ่งความคิดนี้ค่อนข้างที่จะผิด​” 

แต่บาดแผลจากการลงทุนในหุ้นไทยที่ดัชนี 1,800 จุด ยังทำให้คุณธนาธิปรู้สึกกลัวการลงทุนในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้นสูง ดังนั้นหลังจากเปิด Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ ได้ในปีที่ผ่านมาได้ไม่นานนัก เขาก็เลือกที่จะปิดพอร์ต เมื่อได้เห็นข้อมูล Market Prediction หุ้นสหรัฐฯ ในขณะนั้น ที่บอกว่าสัดส่วนหุ้นดีราคาถูกในสหรัฐฯ เริ่มมีน้อยลง โดยในสัปดาห์ก่อนเขาได้ปิดพอร์ต Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ ที่กำลังขึ้นร้อนแรง บวกกับกำไรที่ได้มาราว 40,000 บาท นำไปเปิด Jitta Ranking หุ้นจีน และ เติมพอร์ต Jitta Ranking หุ้นฮ่องกง 

กระจายการลงทุนอย่างมีหลักการ

หลักการของคุณธนาธิปคือจะลงทุนใน 2 ตลาดหลักเอาไว้คือหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นจีน เพราะถือเป็นเศรษฐกิจหลักของโลก ส่วนการ DCA เขาตั้งใจว่าจะ DCA กับ Jitta Wealth เดือนละ 70,000 บาท โดยจะมีเพียงพอร์ต Global ETF เท่านั้นที่จะ DCA ทุกเดือน ส่วน Jitta Ranking หุ้นฮ่องกงและ Jitta Ranking หุ้นจีน รวมถึง Thematic DIY และ Thematic Optimize จะสลับกันเติมพอร์ตในทุกๆ เดือน

การเติมพอร์ตของคุณธนาธิปจะพิจารณากับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคประกอบการตัดสินใจ ด้วยการดูว่าเส้น RSI ในขณะนั้น หากอยู่ในโซนขายมากเกินไปจึงจะเลือก DCA เข้าไป ซึ่งหลักการนี้ทำให้พอร์ต Jitta Ranking หุ้นฮ่องกง ของเขาเติบโตดีมาก หรือสร้างผลตอบแทนได้ถึงประมาณ 60% ในเวลาเพียง 1 ปี แต่เมื่อเขานำเงินที่ได้จากการปิดพอร์ต Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ เข้าไปเติม ก็ทำให้อัตราผลตอบแทนลดลงมาเหลือประมาณ 33.92%

“ตอนนั้นผมเชื่อมั่น ฟังพี่เผ่าก็เชื่อว่าหุ้นจีนปรับตัวลงมา 5 ปี แล้วพอไปไล่ดูงบการเงินก็จะเห็นว่าต่างจากหุ้นไทยมาก คือหุ้นไทย กำไรไม่นิ่ง โตก็น้อยแต่บริษัทจีนที่ติด Ranking กำไรโตวันโตคืน แต่ราคากลับไม่วิ่งตาม ผมว่ามันแปลก เลยค่อนข้างชอบจีน และพักหุ้นสหรัฐฯ ไว้ก่อน รอดูสัญญาณว่า AI ของ Jitta ย้ายไปหุ้นสหรัฐฯ เมื่อไรค่อยมาดู เพราะยังไง จีนและสหรัฐฯ ผมก็อยากถือไว้ทั้ง 2 ประเทศ​”

สำหรับคุณธนาธิป เขามองว่าการลงทุนช่วยให้เขาได้สนุกกับการเรียนรู้ธุรกิจ แม้จะขาดทุนจากการลงทุนในหุ้นไทย จนเพื่อนๆ หลายคนออกอาการกลัวการลงทุนไปแล้ว แต่เขากลับไม่กลัวและสนุกไปกับมัน ยิ่งในยุคสมัยที่ตลาดเปิดกว้าง เขาสามารถลงทุนหุ้นนอกได้ ก็ยิ่งได้เรียนรู้ตลาดที่กว้างใหญ่ขึ้น ​ ​

ตกผลึกกับการลงทุนที่สะดวกสบาย

นับถึงวันนี้เขาลงทุนมาเป็นสิบปี คุณธนาธิปตกผลึกกับโลกการลงทุนว่า ถ้าธุรกิจเปลี่ยนไปจริง อย่าดื้อ ต้องยอมรับที่จะปรับพอร์ต กล้าที่จะเปลี่ยนตามภาวะเศรษฐกิจ 

หากเป็นเมื่อก่อนคุณธนาธิปลงทุนหุ้นรายตัว ต้องคอยไปไล่อ่านงบการเงินหุ้นทุกตัวที่มี แต่พอลงทุนกับ Jitta Wealth ก็สะดวกสบาย ไม่ต้องเข้าไปไล่ดูงบการเงินเอง แถมยังมีการกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตอีกด้วย 

“เราไม่มีเวลาขนาดนั้น สู้เอาเวลาที่มีไปโฟกัสธุรกิจหาเงินดีกว่า” 

เป้าหมายการลงทุนของคุณธนาธิปคือการเก็บออมและลงทุนเพื่อให้มีเงินใช้ยามชรา ด้วยเงินเก็บระดับหนึ่ง ที่มีปันผล 8% ต่อปี สามารถนำปันผลไปใช้จ่ายท่องเที่ยว โดยไม่ต้องเครียดกับธุรกิจ 

ลงทุนด้วยหลักการที่ถูกต้องกับ Jitta Wealth

ลงทุนอย่างสบายใจ กำไรอย่างยั่งยืน

เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เซลล์แมนผู้ค้นพบแนวทางลงทุนอย่างมีวินัยให้พอร์ตเติบโตด้วย Thematic Optimize +23.14%(27 ต.ค. 2566 – 27 พ.ย. 2567)

Read more

คุณน็อต YouTuber สายเกมช่อง NottO NBK. ที่ลงทุนอย่าง “เบาใจ” ใน Global ETF ผลตอบแทน +33.33% (17 ก.พ.66-28 ม.ค.26)

Read more

เจ้าของธุรกิจออกแบบก่อสร้างที่พักอาศัย ที่หันมาเก็บเงินใน Global ETF ผลตอบแทนรวม +60.04%(21 ก.ย. 63 – 25 ก.ย. 68)

Read more

เจ้าของธุรกิจบ้านเช่าที่ DCA ด้วยเงิน 50,000 สู่เป้าหมาย 30 ล้าน กับ Jitta Ranking Alpha +13.94% (3 ก.พ. 68-13 ส.ค. 68)

Read more

ข้าราชการผู้สร้างเงินล้านจากการลงทุนใน Global ETF +21.55% (วันที่ 16 ก.พ. 66 – 30 ม.ค.68)

Read more

วิศวกรไฟฟ้าที่ไว้วางใจให้ Global ETF สร้างพอร์ตเติบโต +54.94%(2 พ.ย.63- 30 ก.ค.68)

Read more

ดูทั้งหมด