ตั้งเป้าข้ามช็อต สอนลูกให้ลงทุนตั้งแต่ ป.6 ด้วย Thematic DIY
สวรรยา จันทร์ศิริไพบูลย์
คุณครูประถม

“หุ้นขึ้นหรือลงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฏจักร หรือความผันผวนตามปกติ ถ้าเราตั้งใจจะถือระยะยาว ก็จะไม่กังวลกับความผันผวนนี้ ” Thematic DIY ผลตอบแทนรวม 16.51% (25 ก.ค. 2566 – 2 ก.ค. 2567)
ตั้งเป้าข้ามช็อต ด้วย Thematic DIY รีวิว Jitta Wealth ของคุณแม่ที่สอนลูกให้ลงทุนตั้งแต่ ป.6
รู้หรือไม่ว่า ในอดีตอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของประเทศไทยเคยแตะ 2 หลัก จึง ไม่น่าแปลกใจที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่จะถูกปลูกฝังให้เก็บออมเงินด้วยการฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์ แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การส่งต่อความรู้ทางด้านการเงินจากรุ่นสู่รุ่น ย่อมต้องเปลี่ยนไป แค่เห็นดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารเวลานี้ เด็กรุ่นใหม่คงเบือนหน้าหนีกันแล้ว เช่นเดียวกับคุณสวรรยา จันทร์ศิริไพบูลย์ คุณครูประถมต้น ที่พยายามค้นหาการลงทุนที่เหมาะกับตัวเองและให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งเวลานี้เธอพบแล้ว และยังได้ใช้เป็นหนทางในการปลูกฝังให้ลูกได้เรียนรู้การลงทุนตั้งแต่ป.6 ด้วยกองทุน Thematic DIY กับผลตอบแทน +16.51% (วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 – 2 กรกฎาคม 2567)
เริ่มต้นจากเก็บออมสู่ก้าวแรกการลงทุน
คุณสวรรยาเล่าว่าก่อนหน้าจะมาลงทุนกับ Jitta Wealth เธอแทบไม่มีการลงทุนมาก่อน เพราะถูกปลูกฝังให้รู้จักเก็บออมด้วยการฝากเงินตั้งแต่เด็ก ซึ่งในวัยเด็กของเธออัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังอยู่ในระดับสูง แต่พอเริ่มทำงานเธอก็ตั้งใจเก็บเงินด้วยการฝากประจำ ซื้อพันธบัตรรัฐบาล และสลากออมสิน แต่ผลตอบแทนกลับไม่ได้สูงจูงใจเหมือนในอดีต แม้จะเป็นเงินฝากประจำก็ยังน้อยมากชนิดว่าแทบไม่เห็นเงินออมเติบโต
และด้วยความที่อยากได้ผลตอบแทนสูงขึ้น ทำให้เริ่มคิดแล้วว่าจะต้องหาหนทางเข้าสู่โลกการลงทุน
เธอเริ่มศึกษาหาข้อมูลการลงทุนด้วยการฟัง YouTube และแหล่งความรู้ต่างๆ จนมาเจอคลิปคุณพอล ภัทรพลคุยกับคุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ซีอีโอ Jitta Wealth ฟังแล้วก็ชอบในหลักการและเหตุผล เรียกว่า ‘ตรงใจ’ กับสิ่งที่เธอตามหา ตอบโจทย์ที่เธอไม่ต้องมานั่งติดตามข่าวสารหรือสินทรัพย์ลงทุนตลอดเวลา
“จริงๆ เราก็ฟังคุณพอลและคุณเผ่า ติดตามมาหลายปี จนมาเจอคลิปนึงที่ คุณอ้อ พรทิพย์ กองชุน ถามขึ้นมาว่า การลงทุนควรเริ่มเมื่อไร วันไหนดี? พอได้ยินคำถามนั้นก็ฉุกคิดได้ว่า นั่นสิ เราก็อายุมากขึ้นทุกวัน เวลาสำหรับการลงทุนให้ผลตอบแทนงอกเงยก็เหลือน้อยลงทุกที จึงเลือกลงทุนกับ Jitta Wealth ตั้งแต่ปลายปี 2562”
มิชชั่นนี้เพื่ออนาคตที่มั่นคงของลูก
คุณสวรรยา เลือกเปิด Jitta Ranking หุ้นไทย เป็นพอร์ตแรกและตั้งใจให้เป็นการลงทุนระยะยาว แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น เธอมองแล้วว่า เป้าหมายของมิชชั่นนี้ไม่ใช่การลงทุนเพื่อการเกษียณแล้ว แต่เธอมองข้ามช็อตไปให้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่มั่นคงของลูก นั่นหมายถึงว่าต้องเป็น ‘การลงทุนในที่ที่เราสบายใจ วางใจได้ ไม่เครียด มีหลักการตรงกับความคิดเรา’
แม้ว่าเธอจะไม่ได้ใช้กลยุทธ์ DCA ใน Jitta Ranking หุ้นไทย ด้วยเกณฑ์ขั้นต่ำในการลงทุนที่ค่อนข้างสูง แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าผลตอบแทนที่ได้สูงมาก ในปี 2564 ปรับเพิ่มขึ้นไปกว่า 60% เธอตัดสินใจขายทำกำไรออกมาบางส่วน เพื่อนำเงินมาลงทุนต่อในปีเดียวกันถึง 3 พอร์ตประกอบด้วย Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ, Thematic DIY และ Thematic Optimize
ผ่านมาจนถึงวันนี้ แม้หุ้นไทยจะเข้าสู่ขาลงมา 2 ปีแล้ว แต่เธอก็ยังคงยกให้ Jitta Ranking หุ้นไทยเป็นพอร์ตลูกรัก แม้ทุกวันนี้ภาพรวมตลาดจะติดลบทำสถิติใหม่หลายครั้ง แต่พอร์ต Jitta Ranking หุ้นไทยของเธอสามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หุ้นไทยสามารถผ่านวิกฤติต่างๆ มาได้ ไม่ว่าจะผ่านนช่วงเวลาสงคราม หรือ วิกฤติโควิด
“ทุกวันนี้พอร์ตหุ้นไทยในแง่เปอร์เซ็นต์ก็ยังทรงๆ แต่ตัวเลขกำไรยังมีกำไรอยู่ไม่น้อย เราเชื่อว่าหุ้นไทยยังสามารถเติบโตต่อไปได้ และยังคงจะถือพอร์ตหุ้นไทยต่อไป หากมีโอกาสเพิ่มทุนก็จะเพิ่มเข้าไป เพื่อให้เวลาและเงินช่วยกันทำงานหนักต่อไป”
พอร์ตติดลบ แก้ได้ด้วยการปิดจอ
แม้จะลงทุนกับ Jitta Wealth แต่บทเรียนในโลกลงทุนของคุณสวรรยาก็เคยมีเช่นกัน เธอเล่าว่า พอร์ต Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่เธอลงทุนไปในช่วงแรกผลตอบแทนดี แต่แล้วก็ปรับลดลงตามตลาด เธอเคยเห็นพอร์ตติดลบไปถึง 30-40% เธอยอมรับว่าเวลานั้นรู้สึกกังวลบ้าง แต่ก็ผ่านมาได้เพราะคำแนะนำของคุณเผ่า ตราวุทธิ์ นั่นคือ ‘ปิดจอ’ ไม่เข้าไปดู แม้ว่าพอร์ตอื่นๆ อย่าง Jitta Ranking หุ้นไทยจะยังเขียวสวยอยู่ก็ตาม
“เรามองว่าการที่หุ้นตกก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฏจักร หรือความผันผวนตามปกติ ธรรมดาของตลาดที่ต้องมีขึ้นบ้าง ลงบ้าง ถ้าเรามีความตั้งใจจะถือระยะยาว ก็ไม่กังวลกับความผันผวนในช่วงนี้ ตอนที่หุ้นตกหนักก็แค่ปล่อยไป ปิดจอ ไม่เปิดดูและเอาเวลาไปทำงาน เลี้ยงลูกดีกว่า มีเงินค่อยมาเพิ่มทุน”
เหตุผลที่คุณสวรรยาเลือกที่จะลงทุนกับ Jitta Wealth ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ คือ เลือกลงทุนในสิ่งที่สบายใจ สามารถกินอิ่ม..นอนหลับ..ไม่ต้องมาคอยกังวล และความประทับใจที่ได้ลงทุนอย่างสบายใจและมีหลักการกับ Jitta Wealth นี้เอง เธอจึงเลือกที่จะปลูกฝังเรื่องการเงินให้กับลูก โดยมี Jitta Wealth เป็นเครื่องมือ เพิ่มเติมจากการฝากเงินและซื้อทองเช่นเดียวกับที่คุณพ่อคุณแม่ปลูกฝังเธอมา
เปิดพอร์ตแทนของขวัญให้ลูกรัก
ในเดือนกรกฎาคม 2566 เธอจึงเปิดพอร์ต Thematic DIY อีกพอร์ตให้กับลูกชายเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดอายุ 12 ปี และยังเป็นการปูทางให้ลูกเข้าสู่โลกลงทุนด้วย เธอให้ลูกชายอ่านและศึกษาข้อมูลธีมต่างๆ เพื่อเลือกธีมที่จะลงทุนด้วยตัวเอง
“ให้น้องเลือกธีมที่สนใจด้วยตัวของน้องเอง ก็ไม่ได้มีเหตุผลหรือหลักการอะไรมาก เลือกแบบเด็กป.6 คือตัวเองรู้จักและคุ้นเคย ผลที่ได้คือประกอบด้วยธีมตลาดหุ้นสหรัฐฯ Technology, Metaverse, AI&Robotics และ Games&E-Sports โดยตั้งเป้าหมายกันไว้ว่าจะลงทุนยาวๆ รอให้เขาจบ ม.6 ค่อยมาดูผลงานกัน”
ผลตอบแทนเหนือกว่าตัวเงินคือความรู้
ผ่านมาแล้ว 1 ปี ผลตอบแทน ‘พอร์ตของลูกรัก’ ไม่ธรรมดาเลย +16.51% ที่สำคัญไม่ใช่แค่ตัวเงินเท่านั้น ผลตอบแทนที่ได้ยังมาในรูปของความรู้และความสนใจโลกการลงทุนอย่างไม่รู้ตัว ด้วยธีมที่เลือกใกล้ตัวช่วยต่อยอดให้ลูกชายที่เคยเล่นเกมเพื่อสนุก แต่ทุกวันนี้ น้องจะให้ความสนใจในบริษัทผู้ผลิตเกมมากขึ้น ซึ่งเธอก็จะคอยหาข้อมูลบริษัทเกมเหล่านั้นมาเล่าให้น้องฟัง ขณะเดียวกันน้องเองก็สามารถเปิดพอร์ตในไอแพดของคุณแม่ดูได้
ทุกวันนี้ลูกชายตัวน้อยของเธอรู้จักเก็บออมเหมือนที่เธอถูกปลูกฝังมา แต่เหนือกว่าเก็บออมคือนำเงินนั้น เงินค่าขนมที่ให้ไปเขาจะใช้เท่าที่จำเป็น ทุกเย็นหลังเลิกเรียนจะรีบกลับมาทานข้าวที่บ้านเพื่อเก็บเงินมาให้คุณแม่นำไปลงทุนต่อ มากบ้างน้อยบ้างก็สะสมไว้ เพราะในแต่ละเดือนเธอตั้งใจไว้ว่าจะเพิ่มทุน 2,000 บาทต่อพอร์ต หากลูกชายเก็บไม่ครบตามที่ตั้งไว้ เธอก็จะช่วยเติมเงินให้ เพื่อเพิ่มทุนเข้าพอร์ตตามที่ตั้งใจ
ผลตอบแทนที่คุณสวรรยาในวันนี้ ไม่ใช่แค่เอาชนะดอกเบี้ยเงินฝากได้ขาดลอยเท่านั้น แต่ยังงอกงามไปได้อีกไกล สิ่งที่เธอเฝ้ารอคือรอชื่นชมวันที่ลูกและพอร์ตของลูกรักของเธอจะได้เติบโตไปพร้อมกัน






