รัชกฤต คชชาสุวรรณ
เจ้าของธุรกิจออกแบบก่อสร้าง

“วันนี้ก็ยังอุ่นใจได้ว่า แม้ในบัญชีไม่มีเงินเก็บ แต่ในพอร์ตยังมีสินทรัพย์ ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็เอาออกมา แต่ถ้าไม่จำเป็น ก็จะไม่แตะ”
Global ETF ผลตอบแทนรวม +60.04%(21 ก.ย. 63 – 25 ก.ย. 68)
รีวิว Jitta Wealth
ให้ Global ETF เป็นตัวช่วยชะลอเงินเก็บ-พอร์ตเติบโต
มนุษย์วัยทำงานที่วิ่งวุ่นเป็นหนูติดจั่น หาเงินมาแล้วก็ใช้ไป วนลูปไป รู้ตัวอีกที วัยที่เพิ่มขึ้นอาจสวนทางกับเงินในกระเป๋า คุณรัชกฤต คชชาสุวรรณ เจ้าของธุรกิจออกแบบก่อสร้างที่พักอาศัยก็เคยติดหล่มในวงจรนั้น ทำงานมากว่า 20 ปี แต่เงินในบัญชีไม่งอกเงยจนเริ่มรู็สึกว่าหากปล่อยไว้แบบนี้อนาคตจะลำบากเป็นแน่ เขาจึงเปลี่ยนมาเลือกเส้นทางการเก็บเงินด้วยการลงทุนกับ Jitta Wealth จนทุกวันนี้พอร์ต Global ETF ของเขาเติบโตขึ้นแล้ว +60.04% (วันที่ 21 ก.ย. 63 – 25 ก.ย. 68)
ในอดีตคุณรัชกฤตเก็บเงินได้ในรูปแบบเงินฝากธนาคารตามค่านิยมของคนในครอบครัวในต่างจังหวัดที่มองว่าการลงทุนเป็นเรื่องไกลตัวและสู้การฝากธนาคารไม่ได้ แต่สุดท้ายเขาก็เก็บเงินไม่อยู่ เพราะเงินฝากสามารถถอนออกมาใช้ได้ง่ายเกินไป เขารู้จุดอ่อนนี้ของตัวเอง จึงมองว่าการนำเงินไปลงทุนในที่ที่สามารถทยอยลงทุนได้ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่เหมือนในอดีต น่าจะดีกว่าการนำเงินไปฝากธนาคารไว้ เพราะการลงทุนไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ในทันทีเหมือนการฝากเงิน การลงทุนจึงช่วยชะลอการตัดสินใจในการใช้จ่ายของเขา เพื่อให้มีสติมากขึ้น ซึ่งก็ช่วยได้จริง เพราะพอวันรุ่งขึ้นความต้องการที่จะซื้อก็หาย
“จุดแรกของการลงทุนของผมคือเพื่อต้องการเก็บเงินและชะลอเงินเก็บ เพราะเงินฝากธนาคารเก็บไม่เคยอยู่ ถ้าเป็นแบบนี้ไปเราจะลำบาก เพราะรู้ว่าจุดอ่อนของตัวเองอยู่ตรงไหน เป็นคนเก็บเงินไม่อยู่ และขาดการยับยั้งชั่งใจในการใช้เงิน ยิ่งเดี๋ยวนี้มีสแกนจ่ายยิ่งง่ายเลย แต่ถ้ามันออกมาง่ายเราอยากได้ในช่วงเวลานั้นเราก็ตัดสินใจเลย พอกลับบ้านมาก็จะรู้สึกว่าไม่น่าซื้อมาเลย ฉะนั้นต้องหาวิธีที่เงินออกมายาก พอเอาเงินออกมายาก เราก็จะมีสติ พอมีสติแล้วผมก็อาจไม่อยากได้แล้ว”
จากคนที่ไม่เคยสนใจเรื่องการลงทุนก็เริ่มศึกษาหาช่องทางและหาวิธีการ หากระบวนการลงทุน ซึ่งคุณรัชกฤตลองแล้วรู้สึกว่า มันเวิร์ค
ย้อนความก่อนจะมารู้จัก Jitta Wealth
เขาเล่าว่าเมื่อ 4-5 ปีก่อน ก็เริ่มรู้ว่าโลกมีแพลตฟอร์มที่เป็นเครื่องมือช่วยลงทุน เขาจึงลองค้นหาดู ได้รู้จักกับ Jitta Wealth ผ่านคลิปของคุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ซีอีโอ Jitta Wealth ที่ได้พูดคุยกับคุณพอล ภัทรพล Money Matter เปิดโลกให้เขารู้ว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องยาก หรือไกลตัวอีกต่อไป จากนั้นเขาก็ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับ Jitta Wealth แต่ในฐานะที่เป็นมือใหม่ที่ผันตัวจากการฝากเงิน เขาเลือกเปิดบัญชีเทรดหุ้นผ่านธนาคารเพราะมองเรื่องความมั่นคง
แต่การเข้าสู่วงการเทรดหุ้นรายตัวโดยที่ไม่ได้มีความรู้ คุณรัชกฤตจึงเลือกลงทุนในหุ้นที่รู้จักและพบเห็นในชีวิตประจำวันมั่นใจว่าธุรกิจนั้นจะไม่เจ๊งแน่นอน โดยไม่ได้รู้ว่าพื้นฐานหุ้นนั้นๆ ดีจริงหรือไม่ เป็นแบบนั้นสักพักก็เริ่มรู้สึกว่าการลงทุนแบบนั้นต้องหาข้อมูลเอง ซึ่งเขาก็ไม่มีเวลาศึกษามากพอ จึงต้องการหาเครื่องมือมาช่วย
คุณรัชกฤตเลือกเปิดพอร์ต Jitta Ranking หุ้นไทยเป็นพอร์ตแรก ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท จากนั้นไม่นานพอร์ตของเขาก็พุ่งไปถึง 750,000 บาท จากนั้นเขาได้เปิดพอร์ต Global ETF และ Thematic DIY ตามมาอีกหลายพอร์ต
“เข้ามา Jitta Wealth ใหม่ๆ Jitta Ranking หุ้นไทยผลประกอบการดีมาก เพิ่งมา 2-3 ปีหลังที่กำไรหายไปเพราะหุ้นไทยไม่โต แต่ในพอร์ต Global ETF กลับเติบโตมากกว่า”
เป้าหมายในการลงทุนคือแค่เก็บเงิน
วิธีการลงทุนของคุณรัชกฤตคือนำเงินเก็บมาเปิดพอร์ตลงทุนขั้นต่ำแล้วปล่อยทิ้งไว้ โดยไม่คิดจะขายออกแม้จะมีกำไรก็ตาม เพราะเป้าหมายในการลงทุนของเขาคือการเก็บเงินเอาไว้เท่านั้น
“พอมารู้จักกับ Jitta Wealth ผมเคยคำนวณขนาดที่ว่า ผมทำงานมาแล้วกี่ปี ได้รายได้เท่าไร ตลอดการทำงาน 20 กว่าปีตั้งแต่เรียนจบ เก็บเงินได้เท่าไร ปรากฏว่าแทบไม่ได้อะไรเลย แต่พอมาเก็บเงินกับ Jitta Wealth อย่างน้อย เงินในบัญชีหมดไป แต่เงินในพอร์ตยังมีอยู่ เป็นทรัพย์สินที่มีอยู่ นี่คือหลักคิดของผมที่ลงทุน ถ้าไม่เอามาลงใน Jitta Wealth เงินก้อนนี้ก็คงหมดไปเหมือนกัน”
แม้พอร์ตรวมของเขาจะยังติดลบ เพราะพอร์ตส่วนใหญ่อยู่ใน Jitta Ranking หุ้นไทย ที่ติดลบอยู่ 13% แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าหุ้นไทยรายตัวที่เขาเลือกลงทุนเองแบบ “ผิดๆ ถูกๆ แบบคนไม่มีหางเสือ” ที่ติดลบประมาณ 30% เพราะเขาไม่มีองค์ความรู้ที่จะปรับพอร์ตเอง
“สไตล์การลงทุนของเราคือถือยาว แล้วก็มีมุมมองอยู่ว่า ไม่ขายไม่ขาดทุนก็คิดว่าไม่เป็นไรก็เอาเงินแช่ไว้อย่างนั้นแหละ หรือช่วงที่ตลาดหุ้นเกิดความปั่นป่วน ก็จะไม่เข้าไปดูไม่รับรู้ดีกว่า จะเป็นยังไงก็ช่างมัน ไปทำอย่างอื่นให้มันลืมๆ ไป เพราะเราควบคุมไม่ได้”
กระจายความเสี่ยงด้วยพอร์ตลูกรัก
ระยะหลังๆ คุณรัชกฤตเริ่มตระหนักเรื่องการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น และคิดได้ว่าควรไปให้ความสนใจกับหุ้นต่างประเทศมากกว่า เพราะหุ้นไทยผันผวนมาก การไปในหุ้นต่างประเทศก็จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสให้กับพอร์ตลงทุนได้มากกว่า เหมือนอย่างที่เขาได้เรียนรู้ผ่านพอร์ต Global ETF ที่เขาเลือกเปิดพอร์ตที่ 2 ต่อจาก Jitta Ranking หุ้นไทย แต่วันนี้เขายกให้ Global ETF เป็นพอร์ตลูกรัก และรู้สึกว่า “ทำไมรู้จักช้าไป”
“ผมเรียนตรงๆ พอผมรู้จัก Jitta Wealth ผมก็โทษตัวเองว่าทำไมผมรู้ช้า ถ้าผมรู้จักตั้งแต่สมัยเริ่มทำงานใหม่ๆ แล้วแบ่งเงินเดือนมา DCA ผมน่าจะมีเงินเก็บเยอะกว่านี้แล้ว แต่ตอนนั้นทำงานมาก็ใช้หมด ยิ่งได้เห็นชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่เมืองไทยได้เพราะมี Passive income ก็ยังเสียดายว่า ทำไมระบบการศึกษาประเทศไทยไม่สอน ให้คนในประเทศให้รู้จักลงทุน”
คุณรัชกฤตไม่ได้คาดหวังเรื่องการลงทุนเพื่อเกษียณมากนัก แต่เป้าหมายหลักคือการ “ชะลอการใช้เงิน” หรือการ “เก็บเงิน” ให้อยู่นั่นเอง เพราะเขาคิดว่าตัวเองยังไม่อยู่ในจุดที่จะนำเงินกำไรจากการลงทุนมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ แค่คิดว่าต้องทำงานเพื่อหากระแสเงินสด แล้วก็แบ่งกระแสเงินสดที่ได้ ไปเก็บในที่ที่ไม่ใช่แค่นอนแช่ในธนาคาร
“การลงทุนอาจจะไม่ได้ทำให้ผมมีรายได้เยอะมาก แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเก็บเงินไว้ ดีกว่าฝากแบงก์รอดอกเบี้ย วันนี้ผมยังอุ่นใจได้ว่า แม้ในบัญชีไม่มีเงิน แต่ในพอร์ตยังมีอยู่ ผมจะคิดว่าเงินก้อนนี้หายไปแล้ว ถ้าจำเป็นสุดๆ ค่อยเอามาใช้ ต้องขอบคุณ Jitta ที่มาให้ผมรู้จัก และเป็นเครื่องมือลงทุนแบบคนมีเวลาน้อย เอาเงินไปทำงานให้ผมได้มีสินทรัพย์ที่เติบโตได้อยู่”






