Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา
Blog

ลงทุนหุ้นสหรัฐฯ อย่างไร ในวันที่ตลาดผันผวน


Jitta Wealth

ไฮไลต์

  • ปีนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และนโยบายการค้าระหว่างประเทศ 
  • ในภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ระยะสั้นอาจผันผวน แต่ระยะยาวยังโต ดัชนี S&P 500 เติบโตเกือบ 5 เท่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แม้เจอวิกฤติหลายครั้ง
  • ในช่วงตลาดผันผวนเป็นโอกาสเข้าลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ในราคาที่ถูกลง 
  • ใครที่ลงทุนอยู่แล้วให้ทบทวนเป้าหมาย หากต้องการลงทุนระยะยาว การ DCA จะช่วยถัวเฉลี่ยซื้อหุ้นในราคาที่ถูกลง เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นเมื่อตลาดกลับตัว
  • หากมองการลงทุนระยะสั้น เน้นจับจังหวะ ในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนคาดเดาได้ยาก อาจพิจารณาเปรียบเทียบกับตลาดอื่นๆ หรือทรัพย์สินอื่นๆ จากนั้นจึงค่อยตัดสินใจโยกย้ายเงินลงทุน
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีศักยภาพระยะยาว ควรวางแผนลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้

ปีนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญกับความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ต่างจากปีที่แล้วที่ดัชนีสำคัญอย่าง S&P 500 ทำจุดสูงสุดครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นักลงทุนจำนวนมากกังวลว่าแนวโน้มตลาดจะเป็นอย่างไรต่อไป ยังลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ไหม จะลงทุนอย่างไร หรือถ้ามีหุ้นสหรัฐฯ ในมือแล้วยังถือต่อได้หรือไม่ 

บทความนี้จะมาพูดถึง ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ศักยภาพของตลาดหุ้นนี้ในระยะยาว และเราควรวางกลยุทธ์การลงทุนอย่างไรเพื่อให้พอร์ตเติบโตได้ในระยะยาว

ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในปัจจุบัน

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในปีนี้คือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ นโยบายการค้าระหว่างประเทศ ในยุคของ Donald Trump ซึ่งล่าสุดได้ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้ากับประเทศทั่วโลก 10-50% ส่งผลให้นักลงทุนต้องรับมือกับความผันผวนที่สูงขึ้น 

ศักยภาพของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในระยะยาว

แม้ว่าตลาดหุ้นจะมีความผันผวนในระยะสั้น แต่หากมองภาพใหญ่ จะพบว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ เติบโตมาโดยตลอด 

ภาพผลตอบแทนดัชนี S&P 500 ในช่วง 20 ปี ที่ผ่านมา ตั้งแต่ ปี 2548-2567 ดัชนี S&P 500 โตขึ้นเกือบ 5 เท่า แม้ว่าจะเผชิญกับวิกฤติหลายครั้ง เช่น ปี 2551 วิกฤติการเงิน หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ วิกฤติซับไพร์ม ดัชนี S&P 500 ลดลง -37% ปี 2552 ก็กลับมาบวก +26.46%
ปี 2563 วิกฤติ Covid-19  ที่ดัชนี S&P 500 เผชิญกับความผันผวนสูง แต่ก็สามารถปิดปีด้วยการปรับบวกเพิ่มขึ้น +18.40% ปี 2565 วิกฤติเงินเฟ้อ ดัชนี S&P 500 ลดลง -18.11% ปี 2566 ตลาดกลับมาปิดบวกได้ที่ +26.29% แสดงให้เห็นว่าดัชนี S&P 500 เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว แม้ว่าจะเผชิญกับวิกฤติและความผันผวนในระยะสั้นก็ตาม

ย้อนกลับไปในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา (2548-2567) ดัชนี S&P 500 โตขึ้นเกือบ 5 เท่า แม้ว่าจะเผชิญกับวิกฤติหลายครั้ง เช่น

  • ปี 2551 วิกฤติการเงิน หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ วิกฤติซับไพร์ม ดัชนี S&P 500 ลดลง -37% 
  • ปี 2552 ก็กลับมาบวก +26.46%
  • ปี 2563 วิกฤติ Covid-19  ที่ดัชนี S&P 500 เผชิญกับความผันผวนสูง แต่ก็สามารถปิดปีด้วยการปรับบวกเพิ่มขึ้น +18.40%
  • ปี 2565 วิกฤติเงินเฟ้อ ดัชนี S&P 500 ลดลง -18.11%
  • ปี 2566 ตลาดกลับมาปิดบวกได้ที่ +26.29%

จะเห็นได้ว่าดัชนี S&P 500 เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว แม้ว่าจะเผชิญกับวิกฤติและความผันผวนในระยะสั้นก็ตาม

(อ้างอิงข้อมูลจาก Multpl และ Slickcharts)

แนวทางการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ เมื่อตลาดผันผวน

สำหรับคนที่กำลังมองหาโอกาส

ในช่วงตลาดหุ้นผันผวนถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่คุณจะได้ลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ในราคาที่ถูกลง 

โดยการเริ่มต้นลงทุน คว้าโอกาสบนความผันผวนไปพร้อมๆ กับการกระจายความเสี่ยง โดยการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ร่วมกับสินทรัพย์อื่นๆ เช่นตราสารหนี้ หรือแบ่งสัดส่วนลงทุนในตลาดหุ้นอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย 

หรือการกระจายความเสี่ยงด้วยการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite โดยลงทุนหุ้นสหรัฐฯ เป็นพอร์ตรอง (Satellite Port) ถ้าคุณมีพอร์ตหลัก (Core Port) อยู่แล้ว

ถ้าคุณอยากคว้าโอกาสลงทุนกับ Jitta Wealth เราก็มีหลายนโยบายที่ลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น Global ETF ที่กระจายความเสี่ยงลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ร่วมกับตลาดหุ้นชั้นนำอื่นๆ ทั่วโลก อีกทั้งยังแบ่งสัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีอีกมากมาย ผ่าน ETF ที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี นอกจากนี้ยังมี ETF ที่อ้างอิงดัชนี S&P 500 โดยตรงอย่างธีมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ลงทุนใน IVV ETF ก็มีให้เลือกลงทุนในนโยบาย Thematic DIY 

หรือหากใครอยากลงทุนหุ้นรายตัว ก็มีนโยบาย Jitta Ranking ที่มี AI คอยคัดเลือกหุ้นดีราคาถูกให้ลงทุน มีทั้ง Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ และ Jitta Ranking หุ้นสุขภาพสหรัฐฯ 

และคุณสามารถจัดพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยงแบบ Core&Satellite ด้วยนโยบายต่างๆ ของ Jitta Wealth ได้ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น 

  • ลงทุนใน Global ETF เป็นพอร์ตหลัก (Core Port) 
  • ลงทุนใน Jitta Ranking แผนต่างๆ ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นพอร์ตรอง (Satellite Port)
  • สัดส่วนก็ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่คุณรับได้และเป้าหมาย  

สำหรับคนที่ลงทุนอยู่แล้วพอร์ตติดลบ

ถ้าลงทุนมาสักระยะหนึ่งแล้วพอร์ตติดลบอยู่ หรือพอร์ตเพิ่งเริ่มติดลบในช่วงนี้ ยิ่งมาเจอสถานการณ์ความผันผวนก็ยิ่งหวั่นใจ ให้กลับไปทบทวนการลงทุนครั้งนี้ว่าวางแผนและตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร 

ตัวอย่างเช่น มีเป้าหมายว่าจะลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว จะลงทุน ปี สองปี หรือลงทุนระยะยาว 10-20 ปีขึ้นไป เพราะจากสถิติที่ผ่านมา ตลาดหุ้นขึ้นๆ ลงๆ แต่ก็สามารถทำผลตอบแทนที่ดีได้ในระยะยาว 

ถ้ามองการลงทุนระยะยาวอยู่แล้ว ในช่วงที่หุ้นตกก็ควร DCA เพราะจะได้ถัวเฉลี่ยซื้อหุ้นในราคาที่ถูกลง เมื่อตลาดกลับตัวก็จะสามารถทำผลตอบแทนเพิ่มขึ้นได้ มองถึงภาพระยะยาวให้มากขึ้น ไม่หวั่นไหวไปกับความผันผวนระยะสั้น

แต่ถ้าคุณมองเป็นการลงทุนระยะสั้น เน้นจับจังหวะ ในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีความผันผวนสูง คาดเดาได้ยาก อาจพิจารณาเปรียบเทียบกับตลาดอื่นๆ หรือทรัพย์สินอื่นๆ จากนั้นจึงค่อยตัดสินใจโยกย้ายเงินลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงของคุณ

แต่อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่พยายามจับจังหวะตลาดส่วนใหญ่มักจะทำผลตอบแทนได้น้อยกว่าผู้ที่ลงทุนระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเป็นอันดับ 1 และเกี่ยวพันกับคนทั่วโลก เพราะมีสินค้าต่างๆ มากมายที่หลายประเทศยังต้องพึ่งพิงสหรัฐฯ อยู่อย่างเช่นด้านเทคโนโลยี  ที่มี Apple Microsoft Tesla และบริษัทอื่นๆ ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมในระดับสากล 

แม้ว่าปีนี้ตลาดหุ้นจะมีความผันผวนสูง แต่หากนักลงทุนมีเป้าหมายระยะยาวและใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสม เช่น การ DCA ก็สามารถช่วยให้พอร์ตฟื้นตัวและสร้างผลตอบแทนได้ดีขึ้นเมื่อภาวะตลาดดีขึ้น 


สอบถามหรือปรึกษาเรื่องการลงทุน กับเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของเราได้ฟรี ที่ Line: @JittaWealth