เลี้ยงเด็ก 1 คนให้มีคุณภาพ ต้องใช้เงินเท่าไหร่? ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนเรียนจบ
ไฮไลต์
- หากวางแผนเลี้ยงลูกตั้งแต่ตั้งครรภ์จนเรียนจบมหาวิทยาลัย ด้วยการเลือกสถานพยาบาลและสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ค่าใช้จ่ายประมาณการ อาจอยู่ที่ประมาณ 6.6 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ทยอยเพิ่มตามช่วงวัย โดยเฉพาะค่าเล่าเรียน
- ตัวเลข 6.6 ล้านบาทเป็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณในปัจจุบัน ยังไม่รวมเงินเฟ้อ ดังนั้นค่าใช้จ่ายจริงในอีก 10-20 ปีข้างหน้าอาจสูงกว่านี้
- การเริ่มวางแผนและลงทุนเพื่อเตรียมเงินตั้งแต่ลูกยังเล็ก ทำให้มีเวลาในเตรียมตัว และมีโอกาสให้เงินเติบโตถึงเป้าหมายมากขึ้น
“อยากมีลูก 1 คน ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่?” คำถามนี้อาจตอบยากกว่าที่คิด เพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงเด็กหนึ่งคนไม่ได้มีแค่ค่าคลอด ค่าอาหาร หรือค่าเทอมเท่านั้น
ยิ่งถ้าพ่อแม่อยากมอบโอกาสที่ดีให้ลูก ตั้งแต่การดูแลสุขภาพในช่วงแรกเกิด Nursery ที่มีคุณภาพ ไปจนถึงโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ค่าใช้จ่ายตลอดเส้นทางอาจกลายเป็นเงินหลายล้านบาท
Jitta Wealth จึงลองรวบรวมข้อมูล และประมาณการค่าใช้จ่ายตั้งแต่ ตั้งครรภ์จนเรียนจบมหาวิทยาลัย เพื่อให้เห็นภาพว่า หากวันนี้กำลังวางแผนมีลูก หรือมีลูกเล็กอยู่แล้ว อาจต้องเตรียมเงินสำหรับอนาคตประมาณเท่าไหร่
ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนเรียนจบ อาจต้องใช้เงินประมาณ 6.6 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายก้อนแรกเริ่มตั้งแต่ลูกยังไม่เกิด ทั้งค่าฝากครรภ์และค่าคลอด หากเลือกใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนที่มีคุณภาพ อาจต้องเตรียมไว้ประมาณ 210,000 บาท
หลังจากนั้น ในช่วงแรกเกิดถึง 3 ขวบ จะเริ่มมีทั้งค่าของใช้สำหรับเด็กเล็ก ค่าอาหาร การดูแลสุขภาพ รวมถึงค่า Nursery สำหรับครอบครัวที่เลือกใช้บริการ ซึ่งเราประเมินไว้ที่ประมาณ 616,000 บาท
แต่ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่จริงๆ จะเริ่มชัดขึ้นเมื่อลูกเข้าสู่วัยเรียน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับการศึกษา

ที่สำคัญ ตัวเลขนี้ยังเป็นเพียงค่าใช้จ่ายหลักที่เราเลือกมาคำนวณเพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น ในชีวิตจริง แต่ละครอบครัวยังอาจมีค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง กิจกรรม เรียนพิเศษ อุปกรณ์การเรียน หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ แตกต่างกันออกไป
6.6 ล้านบาทวันนี้ อาจไม่ใช่ 6.6 ล้านบาทในวันที่ลูกโต
สิ่งที่น่าคิดกว่าตัวเลข 6.6 ล้านบาท คือ เราไม่ได้จ่ายเงินทั้งหมดในวันนี้ เพราะกว่าลูกที่เพิ่งเกิดจะเรียนมหาวิทยาลัย ก็ต้องรออีกเกือบ 20 ปี
ระหว่างทาง ราคาสินค้าและบริการมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นตามเงินเฟ้อ ค่าเทอมที่เห็นในวันนี้จึงอาจไม่ใช่ค่าเทอมที่เราจะต้องจ่ายจริงในอนาคต เช่นเดียวกับค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น
ดังนั้น เวลาวางแผนการเงินเพื่อลูก เราอาจไม่ได้กำลังเตรียมแค่เงิน 6.6 ล้านบาท แต่กำลังเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายที่จะทยอยเกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 20 กว่าปี
และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไม เวลา จึงเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของการวางแผนเพื่อลูก เพราะยิ่งรู้เป้าหมายเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีเวลาเตรียมเงินมากขึ้นเท่านั้น
ไม่จำเป็นต้องมี 6.6 ล้านบาทวันนี้ แค่เริ่มเตรียมตั้งแต่วันนี้
เห็นตัวเลขหลักล้านแล้ว พ่อแม่หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นเป้าหมายที่ใหญ่มาก แต่ข้อดีคือ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้มาถึงพร้อมกันในวันเดียว
เราพอจะรู้ล่วงหน้าได้ว่า อีกกี่ปีลูกจะเข้าอนุบาล อีกกี่ปีจะขึ้นมัธยม และอีกกี่ปีจะต้องใช้เงินก้อนสำหรับมหาวิทยาลัย จึงสามารถแยกแต่ละเป้าหมายออกมาแล้วทยอยเตรียมเงินตามระยะเวลาได้
ตัวอย่างเช่น อาจแบ่งเป้าหมายออกเป็น
- เงินที่ต้องใช้ในอีก 1-3 ปี เช่น ค่า Nursery หรือค่าเข้าโรงเรียน
- เงินที่ต้องใช้ในอีก 5-10 ปี เช่น ค่าเรียนระดับประถมและมัธยม
- เงินที่ต้องใช้อีก 15-20 ปีข้างหน้า เช่น ค่าเรียนมหาวิทยาลัย
ยิ่งเป็นเงินก้อนที่ยังไม่ต้องใช้ในเร็วๆ นี้ ก็ยิ่งมีระยะเวลาให้วางแผนมากขึ้น แทนที่จะรอจนใกล้ถึงวันที่ต้องจ่าย แล้วค่อยพยายามเก็บเงินก้อนใหญ่ภายในเวลาไม่กี่ปี
เปลี่ยนเวลาที่ลูกค่อยๆ โต ให้เป็นเวลาที่เงินค่อยๆ เติบโต
ตั้งแต่วันที่ลูกเกิดจนถึงวันรับปริญญา อาจกินเวลามากกว่า 20 ปี ช่วงเวลาที่ยาวนานนี้ไม่ได้มีความหมายเฉพาะกับพัฒนาการของลูก แต่ยังเป็น เวลาในการเตรียมเงิน ของพ่อแม่ด้วย
สำหรับเป้าหมายที่อยู่ไกล การลงทุนจึงเป็นอีกทางเลือกในการเตรียมเงิน เพราะช่วยให้เงินมีโอกาสเติบโตในระยะยาว แทนที่จะต้องพึ่งการเก็บเงินจากรายได้เพียงอย่างเดียว
หากคุณพ่อคุณแม่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หรือรู้สึกว่า การลงทุนเป็นเลือกยาก ไม่มีประสบการณ์มาก่อน สามารถลงทุนกับ Omni Fund ได้ง่ายๆ โดยมีจุดเด่นคือ
- ลงทุนทั่วโลกผ่านกองทุนรวมชั้นนำ
- กระจายความเสี่ยงทั้งหุ้นและตราสารหนี้
- ปรับพอร์ตให้อัตโนมัติ ไม่ต้องคอยเฝ้าจอ ทำให้ใช้เวลากับลูกๆ ได้เต็มที่
- ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 7.88% ต่อปี*
เพราะเป้าหมายของการเตรียมเงินให้ลูก อาจไม่ใช่การพยายามหาเงิน 6.6 ล้านบาทให้ได้ในวันนี้ แต่คือ การทำให้ทุกปีที่ลูกเติบโต เป็นอีกหนึ่งปีที่เราได้เตรียมอนาคตให้เขาไปพร้อมกัน
เงินก้อนใหญ่ในอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า จึงอาจเริ่มต้นได้จากเงินก้อนเล็กที่เราค่อยๆ ลงทุนตั้งแต่วันนี้
สนใจวางแผนลงทุนระยะยาวเพื่อลูกกับ Omni Fund
ทัก LINE: @JittaWealth หรือดาวน์โหลดแอปฯ Jitta Wealth เพื่อเปิดบัญชีลงทุน
*ผลตอบแทนของ Omni Fund แผนเติบโต จากการทดสอบย้อนหลัง (Back Test) ด้วยข้อมูลปี พ.ศ. 2559-2568
ดูวิดีโอ “ลงทุนเพื่อลูก” DCA ทุกสัปดาห์ สร้างพอร์ตเงินล้าน กับ Jitta Wealth | Investyle Ep.9 แบงค์ ปัญจทรัพย์ ได้ที่นี่
ผู้เขียน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด ให้บริการบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ซึ่งได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01