Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา
Blog

หุ้นเวียดนามกำลังพุ่ง ลงทุนอย่างไรไม่ให้พลาดโอกาส


All Category Jitta Ranking

ไฮไลต์

  • เวียดนามมาแรงปี 2568 GDP ครึ่งปีแรกโต 7.5% เงินเฟ้อ–ว่างงานต่ำ FDI ไหลเข้า ดันดัชนี VNI +32.05% YTD
  • ตลาดอาจอยู่ในช่วง Excitement–Thrill นักลงทุนมั่นใจเกินไป เสี่ยงผันผวน หุ้นใหญ่เช่น Vingroup พุ่งแรง ใช้ Margin สูง เสี่ยงต่อ Forced Sell หากเกิดแรงขาย
  • แต่ภาพรวม Valuation ยังไม่แพงเกินไป P/E ตลาด 16.16 เท่า ใกล้เคียงไทย และ Market Prediction ชี้ว่ายังมีพื้นที่ให้เลือกลงทุนในหุ้นคุณภาพราคาสมเหตุสมผล
  • อนาคตยังโตต่อได้ หากเวียดนามเลื่อนชั้นสู่ Emerging Market จะดึงเงินกองทุนต่างชาติเข้าอีกมาก

ปี 2568 ต้องยกให้ ‘เวียดนาม’ เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นักลงทุนจากทั่วโลกต่างจับตา ด้วยตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาสวยงาม GDP ครึ่งปีแรกโต 7.5% ตัวเลขเงินเฟ้อและอัตราว่างงานต่ำ เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลยังเดินหน้าแผนกระตุ้นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพาเศรษฐกิจโตต่อไป

ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามทะยานขึ้นแรง ดัชนี VNI + 32.05% (ผลตอบแทน YTD ณ วันที่ 25 ส.ค. 68) นักลงทุนจำนวนมากยิ้มกว้างกับผลตอบแทนที่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีความกังวลว่า ‘มันแพงไปหรือยัง’ 

ตลาดหุ้นเวียดนามยังโตต่อได้ไหม

เมื่อเร็วๆ นี้มีการพูดถึง ‘ฟองสบู่หุ้นเวียดนาม’ ซึ่งสิ่งที่ทำให้คนพูดถึงความเสี่ยงนี้ ก็เพราะการพุ่งแรงของตลาดในปี 2568 ที่ความร้อนแรงไม่ได้สร้างแค่รอยยิ้ม แต่ยังสร้างแรงกดดันให้บางคนรีบขายเพื่อล็อกกำไร เพราะกลัวว่าตลาดจะกลับไปผันผวนอีก

สัญญาณที่ทำให้นักลงทุนกังวลคือ กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่กำลังดันตลาดให้พุ่งอยู่ขณะนี้ อย่างเช่น Vingroup ที่พุ่งขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ มีการใช้ บัญชี Margin ซึ่งเหมือนกับการกู้ยืมเงินไปซื้อหุ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ถ้ามีแรงขายเพียงเล็กน้อยก็อาจกระตุ้นให้เกิด ‘การบังคับขายหุ้น’ (Forced Sell) ลากตลาดลงอย่างรวดเร็วได้เช่นกัน

และหากมองผ่านกรอบ ‘จิตวิทยากับวัฏจักรตลาดหุ้น’ (The Psychology & Stock Market Cycle) ตลาดเวียดนามอาจอยู่ในช่วง ‘น่าตื่นเต้น’ (Excitement) หรือ ‘น่าหวาดเสียว’ (Thrill) ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่เชื่อมั่นเกินไป คิดว่าลงยังไงก็ได้กำไร กลายเป็นความเสี่ยงที่อาจต้องระมัดระวัง

การที่ตลาดหุ้นเวียดนามปรับขึ้นแรงในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งมาจากหุ้นขนาดใหญ่ เช่น Vingroup และ กลุ่มการเงิน แต่ก็ไม่ใช่แค่หุ้นใหญ่เท่านั้น เพราะยังมีหุ้นพื้นฐานดีอีกหลายตัวที่ราคาปรับขึ้นตาม เพียงแต่อาจจะไม่แรงเท่ากลุ่มนำตลาด

แต่ถ้ามาเจาะลึกตัวเลขจาก Market Prediction ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ชี้ชัดว่า หุ้นเวียดนามยังอยู่ในภาวะ ‘สมดุล’ 

ในบรรดาหุ้นคุณภาพระดับท็อปของตลาด 50 ตัว มีหุ้นที่ราคายังถูก 25 ตัว และหุ้นที่เริ่มแพงแล้ว 25 ตัว เท่ากับว่ายังพอมีพื้นที่ให้เลือกลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาสมเหตุสมผล

อีกทั้งหากดู P/E Ratio ของตลาดหุ้นเวียดนามอยู่ที่ 16.16 เท่า ซึ่งถือว่ายังตํ่ากว่าจุดพีคก่อนหน้า และหากเทียบกับในตลาดเอเชียด้วยกันเอง เช่น ประเทศไทยตอนนี้มี P/E อยู่ที่ 16.21 เท่า ถือว่าอยู่ในระดับที่ใกล้กันแม้ตลาดหุ้นเวียดนามจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสูง

ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง การลงทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามา และหากเวียดนามได้รับการเลื่อนชั้นเป็น Emerging Market เงินกองทุนมหาศาลก็จะถูกดึงดูดให้เข้ามาซื้อหุ้นเวียดนามเพิ่มเติม ทำให้มูลค่าตลาดอาจเติบโตแบบก้าวกระโดดในอนาคต 

3 แนวทางลงทุน เมื่อหุ้นเวียดนามวิ่งแรง

คำถามที่นักลงทุนกำลังเผชิญคือ ‘จะอยู่ต่อดีไหม’ หรือ ‘ขายแล้วไปหาตลาดอื่น’ คำตอบจริงๆ ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นและเป้าหมายการลงทุนของแต่ละคน

  1. เชื่อมั่นระยะยาว ลงทุนต่อ

หากเชื่อมั่นในการเติบโตระยะยาวเวียดนามยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจน ทั้งเศรษฐกิจแข็งแรง การเข้าสู่สถานะ Emerging Markets ที่จะดึงเม็ดเงินมหาศาลเข้ามา ทำให้มีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกในอนาคต ซึ่งการลงทุนใน Jitta Ranking เวียดนาม ที่มี AI คอยเลือกหุ้นคุณภาพดีราคาถูกให้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะลงทุนให้หุ้นที่แพงเกินไปได้

  1. กระจายความเสี่ยง

หากมองว่าตอนนี้หุ้นเวียดนามบวกขึ้นมาเยอะแล้ว รู้สึกไม่สบายใจ อาจแบ่งกำไรบางส่วนไปลงทุนในตลาดที่มูลค่า (Valuation) ยังถูก เช่น ตลาดหุ้นจีน ลงทุนผ่าน Jitta Ranking จีน ซึ่งกำลังฟื้นตัวหลังผ่านปัญหาหนัก และยังไม่ขึ้นแรงเท่าเวียดนาม

หรือแบ่งเป็นพอร์ต Core & Satellite โดยปรับให้เงินลงทุนส่วนใหญ่ 70-80% ไปอยู่ที่ Core Port ซึ่งกระจายความเสี่ยงครอบคลุมและค่อยๆ เติบโตอย่างมั่นคง เช่นพอร์ต Global ETF 

และที่เหลือลงทุนในตลาดที่กำลังมีโอกาส เช่น เวียดนามหรือจีน เป็น Satellite Port แบบนี้ก็จะทำให้ลงทุนได้อย่างสบายใจมากขึ้น เพราะต่อให้ Satellite Port ผันผวนขึ้นหรือลงแรง แต่ Core port ยังทำหน้าที่คุมสมดุลของทั้งพอร์ตให้มั่นคงได้

  1. ลงทุน Jitta Ranking Alpha

หากคุณไม่อยากปวดหัว ปีนี้ตลาดขึ้นต้องทำอย่างไร ปีหน้าสถานการณ์เปลี่ยนต้องทำอย่างไร สามารถย้ายมาลงทุน Jitta Ranking Alpha ให้ Alpha AI คอยเลือกประเทศที่น่าลงทุนที่สุดให้ทุกปี จาก 4 ตลาดหลักของโลกอย่างสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง 

แจ้งโอนย้ายพอร์ต ติดต่อเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนได้ที่ Line: @JittaWealth หรือโทร. 02-460-8888


ตลาดหุ้นเวียดนามอาจผันผวนระยะสั้นอยู่บ้าง แต่หากคุณวางเป้าหมายไว้ที่การเติบโตระยะยาว นี่อาจจะเป็นเพียงอีกหนึ่งช่วงเวลา ที่ทำให้เราได้กลับมาทบทวน และ “เดินหน้าต่อ” ด้วยความมั่นใจมากกว่าเดิม

ทั้งหมดนี้เป็นไฮไลต์ที่เรานำมาสรุปให้คุณ ใน Live ฉบับเต็มยังมีเรื่องราวสาระการลงทุนดีๆ พร้อมรายละเอียดในเรื่องราวต่างๆ อีกมากมาย สามารถเข้าไปรับชมได้เลยที่ YouTube: Jitta Wealth Live Ep.14 ถาม-ตอบ ทุกเรื่องลงทุน | พุธ 27 ส.ค. 68

หรือหากคุณต้องการรับชม Live ของเราแบบสดๆ ในโอกาสต่อไปติดตามเราได้ที่ Facebook หรือ Youtube ของ Jitta Wealth ได้เลย