มีเงิน 10,000 ลงทุนอะไรดี? แนะนำจัดพอร์ตหุ้น 80% ตราสารหนี้ 20% สำหรับมือใหม่
ไฮไลต์
- มีเงิน 10,000 บาท ก็สามารถเริ่มลงทุนอย่างมืออาชีพได้ ด้วยการจัดสรรเงินระหว่างหุ้นและตราสารหนี้อย่างเหมาะสม
- พอร์ตหุ้น 80% ตราสารหนี้ 20% เป็นหนึ่งในแนวทางที่นักลงทุนทั่วโลกนิยมใช้ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวพร้อมลดความผันผวน
- การมีตราสารหนี้ในพอร์ต ช่วยลดความผันผวน และเหมือนมีกระสุนสำรองไว้ช้อนซื้อหุ้นเมื่อโอกาสมาถึง
- สำหรับคนที่ไม่อยากจัดพอร์ตเอง Global ETF ช่วยกระจายลงทุนทั่วโลกและตราสารหนี้ในพอร์ตเดียว พร้อมคอยปรับพอร์ตบาลานซ์สัดส่วนให้อัตโนมัติ
หลายคนอยากเริ่มลงทุน แต่พอมีเงินก้อนแรกในมือ กลับไม่แน่ใจว่าควรแบ่งลงทุนอย่างไร
บางคนเลือกลงทุนในหุ้นทั้งหมด เพราะหวังผลตอบแทนสูง ขณะที่บางคนเลือกเก็บเงินสดไว้เยอะ เพราะกลัวความผันผวนของตลาด
ความจริงแล้ว การลงทุนที่ดีไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ควรจัดสรรสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการโอกาสเติบโตในระยะยาว พร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาด พอร์ตสัดส่วน หุ้น 80% และตราสารหนี้ 20% ถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลก
มีเงิน 10,000 บาท แบ่งลงทุนอย่างไร
ตัวอย่างการจัดพอร์ตแบบง่าย ๆ คือ
- หุ้น 8,000 บาท (80%)
- ตราสารหนี้ 2,000 บาท (20%)
เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปลงทุนในหุ้น ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นเดียวกัน
เงินอีกส่วนที่ลงทุนในตราสารหนี้ จึงเป็นเหมือนถุงลมนิรภัย ช่วยให้พอร์ตไม่ผันผวนมากนัก เพราะตราสารหนี้มักขึ้นลง สวนทางกับหุ้น ทำให้ช่วงที่หุ้นตกจะยังมีตราสารหนี้คอยพยุงพอร์ต
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้น ก็ยังจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงให้ครอบคลุม มีหุ้นหลายประเทศ หลายอุตสาหกรรม เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว
สัดส่วนระหว่างหุ้นกับตราสารหนี้ 80/20 คือส่วนผสมที่เน้นไปที่การเติบโตของผลตอบแทน แต่ยังมีสมดุลความเสี่ยงค่อนข้างดี หากต้องการเพิ่มความรัดกุม ลดความเสี่ยง ก็สามารถปรับเป็น 50/50 หรือ 20/80 ได้

ทำไมไม่ควรลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว
หุ้นเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงในระยะยาว แต่ก็แลกมาด้วยความผันผวนที่สูงเช่นกัน
ในบางช่วง ตลาดหุ้นอาจปรับตัวลงแรงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ความกังวลเรื่องดอกเบี้ย หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
หากพอร์ตลงทุนมีแต่หุ้นทั้งหมด นักลงทุนหลายคนอาจรู้สึกกังวลเมื่อเห็นมูลค่าพอร์ตลดลง และตัดสินใจขายในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม
การมีตราสารหนี้อยู่ในพอร์ต จะช่วยคล้ายความกังวล เพราะเมื่อพอร์ตติดลบน้อยลง คุณก็จะไม่เครียดมากทำให้สามารถอยู่กับการลงทุนได้ในระยะยาว
ประโยชน์ของการมี ‘ตราสารหนี้’ ในพอร์ต
1. ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต
ในหลายช่วงเวลา เมื่อหุ้นปรับตัวลง ตราสารหนี้มักมีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน หรือปรับตัวลงน้อยกว่า แม้อาจไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกครั้ง แต่การมีตราสารหนี้ในพอร์ตสามารถช่วยลดความผันผวนโดยรวมได้
เมื่อพอร์ตไม่เหวี่ยงแรงเกินไป นักลงทุนก็มีแนวโน้มที่จะอยู่กับแผนการลงทุนได้ง่ายขึ้น และการอยู่ในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการลงทุนระยะยาว
2. มีทุนสำรองพร้อมคว้าโอกาส
ช่วงที่ตลาดหุ้นปรับฐานหรือปรับตัวลงแรง อาจเป็นช่วงเวลาที่สินทรัพย์คุณภาพดีมีราคาน่าสนใจมากขึ้น หากพอร์ตมีตราสารหนี้อยู่ด้วย นักลงทุนสามารถปรับสัดส่วนพอร์ต หรือโยกเงินบางส่วนกลับไปลงทุนในหุ้นได้
ผ่านการ Rebalancing หรือการปรับสมดุลพอร์ต ซึ่งช่วยให้ซื้อสินทรัพย์ในราคาที่ต่ำลงโดยอัตโนมัติ เพิ่มโอกาสเติบโตให้กับพอร์ตเมื่อตลาดหุ้นฟื้นตัว
3. ลดความกังวลระหว่างทาง
การลงทุนระยะยาวไม่ใช่แค่เรื่องผลตอบแทน แต่ยังเกี่ยวข้องกับอารมณ์ของนักลงทุนด้วย หลายคนเริ่มต้นลงทุนได้ดี แต่เมื่อเจอช่วงตลาดผันผวนกลับรู้สึกไม่สบายใจ และเลิกลงทุนกลางทาง
การมีตราสารหนี้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต ช่วยให้พอร์ตมีความมั่นคงมากขึ้น และช่วยให้นักลงทุนสามารถโฟกัสกับเป้าหมายระยะยาวได้มากกว่าความเคลื่อนไหวระยะสั้นของตลาด
อยากจัดพอร์ต 80/20 แต่เลือกหุ้นไม่เก่ง ทำอย่างไรดี?
แม้แนวคิดหุ้น 80% ตราสารหนี้ 20% จะเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ในทางปฏิบัติ การจัดพอร์ตด้วยตัวเองอาจมีรายละเอียดค่อนข้างมาก
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสินทรัพย์ การกระจายการลงทุนให้เหมาะสม การติดตามสัดส่วนพอร์ต หรือการปรับพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกมากขึ้น การลงทุนผ่าน Global ETF จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
เพราะช่วยรวบรวมการลงทุนในหุ้นคุณภาพทั่วโลกและตราสารหนี้ไว้ในพอร์ตเดียว ทำให้นักลงทุนสามารถเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น
Global ETF ลงทุนง่าย ครบ จบในพอร์ตเดียว
Global ETF เป็นพอร์ตที่กระจายการลงทุนในหุ้นคุณภาพหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ และตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ โดยจัดสัดส่วนให้อย่างเหมาะสมตามหลักการระดับโลก (Modern Portfolio Theory)
ควบคู่กับตราสารหนี้ในสัดส่วน ที่ผ่านการทดสอบและประเมินแล้วว่า สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในกรอบความเสี่ยงที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยมี 3 แผนให้เลือก ได้แก่
- แผนเติบโต หุ้น 80% ตราสารหนี้ 20%
- แผนสมดุล หุ้น 50% ตราสารหนี้ 50%
- แผนพอเพียง หุ้น 20% ตราสารหนี้ 80%
นอกจากนี้ ยังมีระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติ (Rebalancing) ช่วยรักษาสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับแผนที่วางไว้ โดยไม่ต้องติดตามตลาดด้วยตนเองตลอดเวลา
เมื่อหุ้นขึ้น จนสัดส่วนเปลี่ยนเกิน 5% ระบบจะขายหุ้นมาซื้อตราสารหนี้ ที่ความเสี่ยงต่ำกว่า เปรียบเสมือนการล็อคกำไรเก็บไว้
พอหุ้นราคาลดลง ระบบก็จะขายตราสารหนี้มาช้อนซื้อหุ้น เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น ทำให้พอร์ตสามารถเติบโตได้ในทุกสภาวะตลาด และทนต่อความผันผวน ทนต่อวิกฤติได้ดี
เริ่มต้นลงทุนได้ง่ายด้วยเงินเพียง 10,000 บาท พร้อมระบบดูแลการลงทุนที่ช่วยให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับสิ่งสำคัญในชีวิต ขณะที่เงินลงทุนยังมีโอกาสเติบโตในระยะยาว
สนใจลงทุนใน Global ETF ติดต่อเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของเราได้ที่ LINE: @JittaWealth โทร. 02-460-8888 ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Jitta Wealth เพื่อเปิดบัญชีลงทุน
ดูวิดีโอ Global ETF ลงทุนหุ้น ตราสารหนี้ทั่วโลก ครบ จบในพอร์ตเดียว! เริ่มต้น 10,000 บาท ได้ที่นี่
ผู้เขียน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด ให้บริการบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ซึ่งได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01