Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา
blog

วิธีจัดพอร์ตชนะตลาด: เจาะลึกกลยุทธ์ Core & Satellite จากบทเรียนปี 2568


All Category

ไฮไลต์

  • การเอาชนะตลาดในปัจจุบันอาจไม่ใช่การทำกำไรได้มากกว่า แต่เป็นการเอาชนะความผันผวนและทำผลตอบแทนได้ตลอดรอดฝั่ง
  • กลยุทธ์ Core & Satellite คือการมี Core ไว้ ‘กันพลาด’ (เน้นชัวร์) และมี Satellite ไว้ ‘เพิ่มพลัง’ (เน้นซิ่ง) ทำให้พอร์ตภาพรวมไม่เสี่ยงจนเกินไปแต่ยังมีโอกาสกำไรสูงกว่าตลาด
  • Jitta Wealth แนะนำการจัดพอร์ต Core & Satellite มาโดยตลอด และจากบทเรียนปี 2568 การจัดพอร์ตแบบนี้ช่วยให้ ไม่เจ็บหนักตอนตลาดตก และในช่วงตลาดขาขึ้นก็เติบโตได้ดี
  • วิธีจัดพอร์ต Core & Satellite ตามแบบฉบับ Jitta Wealth เริ่มต้นด้วยการมี Global ETF หรือ Omni Fund เป็น Core Portfolio ก่อน จากนั้นค่อยขยับไปคว้าโอกาสเพิ่มใน Thematic Optimize หรือ Jitta Ranking Alpha เป็น Satellite Portfolio

ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีนักลงทุนไม่น้อยที่พลาดโอกาสร่ำรวย หรือมีอนาคตดีๆ เพียงเพราะทนความผันผวนของตลาดหุ้นไม่ไหว ทั้งๆ ที่ตลาดหุ้นอาจตกลงแค่ช่วงสั้นๆ และกลับมาเติบโตได้เสมอ

ดังนั้น สิ่งสำคัญของกลยุทธ์การลงทุนตอนนี้ อาจไม่ใช่ ‘เร่งทำกำไรได้เยอะ’ แต่ต้อง ‘สร้างผลตอบแทนได้ตลอดรอดฝั่ง’ 

บทความนี้จะมาแนะนำวิธีจัดพอร์ตให้ชนะตลาด ที่หมายถึงการเอาชนะความผันผวนของตลาดได้

กลยุทธ์ Core & Satellite คืออะไร

Core & Satellite คือกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงประเภทหนึ่ง โดยแบ่งสัดส่วนการลงทุนออกเป็นพอร์ตหลัก (Core Portfolio) และพอร์ตรอง (Satellite Portfolio) เพื่อบาลานซ์โอกาสเติบโต และความเสี่ยง ให้พอร์ตโดยรวมเติบโตสู่เป้าหมาย โดยที่ยังสามารถสนุกกับการคว้าโอกาสทำกำไรบนความเสี่ยงที่มากขึ้นได้อย่างอุ่นใจ

Core Portfolio (พอร์ตหลัก – ส่วนใหญ่ 70-80%) : เน้นค่อยๆ เติบโต ผันผวนต่ำ
ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง กระจายความเสี่ยงครอบคลุม เช่น Global ETF หรือกองทุนดัชนีทั่วโลก เพื่อเป็น ‘รากฐาน’ ให้เงินโตสม่ำเสมอในระยะยาว

Satellite Portfolio (พอร์ตรอง – ส่วนน้อย 20-30%): เน้นโอกาสเติบโตสูง ความเสี่ยงสูง 

ลงทุนในสินทรัพย์ที่คาดหวังผลตอบแทนสูงหรือตามเทรนด์ เช่น หุ้นรายตัว กลุ่มธีม AI หรือตลาดเกิดใหม่ เพื่อเป็น ‘ตัวช่วยเร่งกำไร’ ให้พอร์ตโตเร็วขึ้น

โดยสัดส่วนที่ Jitta Wealth แนะนำคือ พอร์ตหลัก 80% และอีก 20% เป็นพอร์ตรอง หรือจะลงทุนในพอร์ตรองมากขึ้นได้หากคุณรับความเสี่ยงได้มาก แต่อย่างไรก็ไม่ควรเกิน 50%

(รู้จัก Core & Satellite มากขึ้นได้ที่นี่)

ทำไม Jitta Wealth ถึงแนะนำ Core & Satellite: ถอดบทเรียนปี 2568

ในโลกการลงทุน เป็นไปได้ยากที่จะหลีกเลี่ยงความผันผวน แม้แต่ในปี 2568 ที่ผ่านมา ภาพรวมท้ายปีตลาดหุ้นหลายประเทศปรับบวก แต่ถ้าย้อนกลับไปดูระหว่างทาง ก็จะพบความผันผวนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายภาษีของ Trump สงครามการค้า หรือแม้แต่สงครามจริงๆ ทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่กระทบตลาดหุ้น

ซึ่งถ้าใครทนความผันผวนไม่ไหว ล้มเลิกการลงทุนไปกลางทาง ผลลัพธ์ก็คงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ 

ดังนั้น Jitta Wealth จึงแนะนำเสมอว่า ความผันผวนเราควบคุมไม่ได้ แต่เราบริหารจัดการพอร์ตให้รับมือความผันผวนนั้นได้ และ กลยุทธ์ Core & Satellite จะช่วยให้คุณผ่านความผันผวน และคว้าโอกาสทำกำไรได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น

ภาพจากบทความของ Jitta Wealth ที่แสดงความเคลื่อนไหวของกราฟว่า การจัดพอร์ต Core and Satellite สามารถเติบโตผ่านความผันผวนได้จริง โดยกราฟจำนองความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในปี 2568 ซึ่งจะเห็นได้ว่าเส้นสีเหลือที่อ้างอิงดัชนี Nasdaq 100 มีความผันผวนรุนแรง ส่วนเส้นสีเทาที่อ้างอิงสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตร เติบโตเล็กน้อยนิ่งๆ ส่วนเส้นสีเขียวที่อ้างอิงการลงทุนแบบ Core and Satellite โดยลงทุนในหุ้นโลกอย่าง MSCI World 80% และอีก 20% ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Nasdaq พบว่าการลงทุนแบบ core and satellite ช่วยให้พอร์ตไม่ตกหนักตอนตลาดผันผวนแรง และพร้อมเติบโตตอนตลาดขึ้น

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เราจะมาจำลองการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในปี 2568 ที่ผ่านมา และจำลองการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite ว่าจะเป็นอย่างไร โดย 

เส้นสีเหลือง: เป็นตัวแทนตลาดหุ้นที่ผันผวน โดยอ้างอิง Nasdaq 100 

เส้นสีเทา: เป็นตัวแทนของสินทรัพย์ปลอดภัย โดยอ้างอิง พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 1-3 ปี (SHY) 

และไฮไลต์ของเรา Core & Satellite

เส้นสีเขียว: คำนวณจากสูตรผสม 80% หุ้นโลก (MSCI World) + 20% หุ้นเทคฯ (Nasdaq) ซึ่งเป็นสัดส่วนแนะนำสำหรับการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite

จากกราฟจะเห็นได้ว่าในสถานการณ์ความผันผวนจริง การจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite จะช่วยลดความผันผวนช่วยให้คุณ ‘ไม่เจ็บหนักตอนตลาดตก และพร้อมเติบโตตอนตลาดขึ้น’ 

แนะนำวิธีจัดพอร์ต Core & Satellite แบบฉบับ Jitta Wealth 

Core Portfolio (พอร์ตหลัก):

เน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการกระจายความเสี่ยงทั่วโลก เช่น Global ETF หรือ Omni Fund เพื่อสร้างฐานพอร์ตให้แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ พร้อมรับโอกาสการเติบโตตามทิศทางเศรษฐกิจโลกในระยะยาว

Satellite Portfolio (พอร์ตรอง):

เน้นการลงทุนเชิงรุกในอุตสาหกรรมหรือภูมิภาคที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น เช่น Thematic Optimize หรือ Jitta Ranking Alpha เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้กับพอร์ตการลงทุน โดยยังคงรักษาระดับความเสี่ยงโดยรวมให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม

เริ่มต้นคุณอาจลงทุนใน Global ETF เป็น Core Portfolio ก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ทยอย DCA เพิ่มทุนไปเรื่อยๆ ถึงสัดส่วนที่เหมาะสมแล้วค่อยขยับขยายไปลงทุน Satellite Portfolio 

ลองอ่านวิธีจัดพอร์ต Core & Satellite ฉบับเริ่มต้นได้ที่นี่

หรือดูรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ที่หน้าหลักของเว็บไซต์เราได้ที่นี่

หากสนใจลงทุนกับ Jitta Wealth สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของเราได้ที่ Line: @JittaWealth โทร. 02-460-8888 ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Jitta Wealth เพื่อเปิดบัญชีลงทุน