พ่อแม่งานยุ่งต้องอ่าน! ทำไม Omni Fund ถึงเหมาะจะใช้ ‘ลงทุนให้ลูก’
ไฮไลต์
- ไม่มีเวลา ไม่เก่งหุ้น ก็เริ่มลงทุนให้ลูกได้ ด้วย Omni Fund ที่มีเทคโนโลยีช่วยจัดพอร์ตและปรับสมดุล (Rebalance) ให้อัตโนมัติ พ่อแม่ไม่ต้องเฝ้าจอ เอาเวลาไปดูแลลูกได้เต็มที่
- ไม่ต้องรอเงินก้อนใหญ่ เริ่มต้นสร้างกำไรจากผลตอบแทนทบต้น ด้วยการทยอยลงทุน (DCA) ขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท/เดือน
- กระจายความเสี่ยงระดับโลก จัดสรรเงินลงทุนทั้งในหุ้นชั้นนำระดับโลกและตราสารหนี้ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตระยะยาวและลดความผันผวน
- ไม่ต้องกลัวยุ่งยากเรื่องภาษีหุ้นต่างประเทศ เพราะเป็นการลงทุนผ่านกองทุนรวมในไทย จึงได้รับยกเว้นภาษีกำไรจากการลงทุน (Capital Gain Tax)
สำหรับพ่อแม่ เมื่อพูดถึงการ ‘วางแผนการเงินให้ลูก’ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยอยากมีเงินก้อนไว้ซัปพอร์ตความฝันของลูก
แต่พอจะเริ่มลงมือจริงๆ กลับต้องเจอกับกำแพงหลายชั้น ไม่ว่าจะเป็น ไม่มีเวลาศึกษา ไม่มีเงินก้อนใหญ่ หรือกลัวลงทุนผิดพลาดจนเงินลูกหาย
วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ Omni Fund จาก Jitta Wealth ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อทลายกำแพงเหล่านี้โดยเฉพาะ
มาดูกันว่าทำไม Omni Fund จึงตอบโจทย์และแก้ปัญหาการลงทุนของพ่อแม่ยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด

4 ปัญหาคลาสสิกของพ่อแม่ และวิธีที่ Omni Fund ช่วยแก้ปัญหา
การเลี้ยงลูกก็เหนื่อยพอแล้ว การลงทุนให้ลูกจึงไม่ควรเป็นเรื่องที่สร้างความปวดหัวเพิ่ม นี่คือสิ่งที่ระบบของ Omni Fund เข้ามาช่วยจัดการให้:
1. ปัญหา: ไม่มีเวลาติดตามตลาด หรือไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลย
- วิธีแก้: Omni Fund มีระบบ AI และเทคโนโลยีจัดการพอร์ตอัตโนมัติคอยดูแลให้ตลอดเวลา หากสัดส่วนการลงทุนเริ่มเพี้ยนไปจากเป้าหมาย ระบบจะทำการปรับสมดุล (Rebalance) ให้อัตโนมัติ คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ต้องมานั่งเฝ้าหน้าจอหรือกังวลกับข่าวเศรษฐกิจรายวัน เอาเวลาไปโฟกัสกับการเลี้ยงลูกได้เต็มที่
2. ปัญหา: อยากลงทุนนะ แต่ไม่มีเงินก้อนใหญ่หลักหมื่นหลักแสน
- วิธีแก้: ไม่ต้องรอโบนัสออกก็เริ่มได้ เพราะ Omni Fund ให้คุณเริ่มปั้นเงินก้อนแรกให้ลูกด้วยการทำ DCA (ทยอยลงทุนรายเดือน) ขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท การเริ่มด้วยเงินหลักพันแต่มีเวลาให้ผลตอบแทนทบต้นทำงานยาวๆ 10-20 ปี สร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าการรอเก็บเงินก้อนใหญ่แล้วค่อยลงทุน
3. ปัญหา: กลัวขาดทุนหนัก ไม่อยากเอาเงินอนาคตลูกไปเสี่ยงสูง
- วิธีแก้: แผนลงทุนนี้ใช้หลักการ กระจายความเสี่ยงระดับโลก โดยเงินของคุณจะไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ประเทศเดียว แต่จัดสรรไปยังกองทุนรวมทั่วโลก (ตัวอย่างแผนเติบโต: หุ้นสหรัฐฯ 52%, ญี่ปุ่น 15%, จีน 8%, ยุโรป 5% และตราสารหนี้ 20%) การมีตราสารหนี้ผสมอยู่ด้วย จะช่วยลดความผันผวนและประคองพอร์ตในช่วงที่ตลาดหุ้นตกหนักได้ดี
4. ปัญหา: ไม่อยากปวดหัวเรื่องภาษีจากการลงทุนต่างประเทศ
- วิธีแก้: แม้สัดส่วนพอร์ตจะเน้นลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศทั่วโลก แต่ Omni Fund เป็นการเข้าไปลงทุนผ่าน ‘กองทุนรวมในไทย’ ซึ่งตามกฎหมายแล้ว คุณจะได้รับยกเว้นภาษีกำไรจากการลงทุน (Capital Gain Tax) ทำให้เงินทุกบาทที่งอกเงยขึ้นมา ตกเป็นของลูกคุณแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
สรุปข้อดีของการให้ Omni Fund ดูแลพอร์ตเพื่อลูก
- เริ่มต้นง่าย: ใช้เงินน้อย ทยอยเก็บรายเดือนได้แบบชิลๆ
- ไม่ต้องเหนื่อย: มีระบบคอยดูแลและปรับพอร์ตให้แบบอัตโนมัติ
- ปลอดภัย สบายใจ: Jitta Wealth เป็น บลจ. ที่บริหารกองทุนส่วนบุคคลมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของไทย และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.
- ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี: กำไรที่ได้จากการลงทุนผ่านกองทุนรวมในไทยไม่ต้องเสียภาษี
การลงทุนให้ลูกที่ดีที่สุด คือการลงทุนที่พ่อแม่รู้สึกสบายใจและสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ให้ Omni Fund เป็นผู้ช่วยดูแลเงินก้อนนี้ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็ใช้เวลามีค่าไปกับการสร้างความทรงจำดีๆ กับลูก
รู้จัก Omni Fund มากขึ้นได้ที่นี่
ลองวางแผนลงทุนให้ลูกในแบบที่คุณต้องการได้ที่นี่
ผู้เขียน
ธีระพล รักภู่
ผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1 (เลขทะเบียน 121553)
