แนวโน้มการลงทุนปี 2569: เปิดโพยจาก Jitta Wealth ที่นักลงทุนห้ามพลาด
ไฮไลต์
- เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคเติบโตไม่พร้อมกัน บางประเทศและบางอุตสาหกรรมฟื้นตัวเร็วกว่าอีกส่วน
- ข้อมูล Market Prediction ล่าสุด 5 มกราคม 2569 ประเทศจีนยังคงเป็นตลาดหุ้นที่น่าลงทุน
- ธีมการลงทุนในกลุ่มจีนยังได้ไปต่อ ส่วนธีมอื่นๆ ที่น่าสนใจได้แก่ ธีมบริการสุขภาพ ธีมจีโนมิกส์ ธีมพลังงานสะอาด ธีมลิเทียมและแบตเตอรี่ ส่วนธีมกัญชาก็มีโอกาสเติบโต แต่อาจต้องระวังเป็นพิเศษหากจะลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง
- จากบทเรียนการลงทุนที่ได้รับในปีที่ผ่านมา ทำให้ในปี 2569 Jitta Wealth จะยังเน้นเรื่อง Core & Satellite เพื่อรองรับความผันผวนที่จะเกิดขึ้น
ผ่านความผันผวนไปอีกปี มีเรื่องราวให้เรียนรู้และนำมาปรับใช้ไม่น้อย แต่สิ่งที่นักลงทุนควรทำก็ยังคงเหมือนเดิมคือ ‘ลงทุนต่อ’ (Stay Invested)
เมื่อเป้าหมายทางการเงินไม่ได้สำเร็จในเวลาเพียงไม่กี่ปี และการเติบโตของตลาดหุ้นก็ไม่ได้เป็นเส้นตรง ระหว่างทางมีความผันผวนมากมาย เราจึงอยากพาคุณมาดูแนวโน้มของปี 2569 เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมรับมือความผันผวน ปรับกลยุทธ์ และเลือกได้อย่างมั่นใจมากที่สุด
สรุปภาพรวมแนวโน้มตลาดโลกปี 2569
สำหรับมุมมองปี 2569 โลกกำลังเข้าสู่ยุค “เติบโตไม่พร้อมกัน และโตไม่เท่ากัน”
ปี 2569 เป็นปีที่เศรษฐกิจโลกเข้าสู่สมดุลใหม่ ไม่ใช่ภาวะถดถอย แต่ก็ไม่ใช่การเติบโตแบบรวดเร็วเหมือนในอดีต กล่าวคือ บางประเทศยังเติบโตได้ดี ขณะที่บางประเทศชะลอตัว และแม้ในประเทศเดียวกัน กลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มรายได้ก็ฟื้นตัวไม่เท่ากัน
สหรัฐฯ : แกนหลักของเศรษฐกิจและตลาดทุนโลก
สหรัฐฯ อาจไม่ใช่ประเทศที่เศรษฐกิจโตเร็วที่สุด (คาดการณ์ GDP Growth: ประมาณ 1.8 – 2.3%) โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐาน AI และการใช้จ่ายภาครัฐ รวมถึงนโยบายด้านอุตสาหกรรม
ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มเข้าสู่ช่วง ‘ผ่อนคลายแบบระมัดระวัง’ โดยให้ความสำคัญกับ ‘ทิศทางนโยบายระยะยาว’ มากกว่าจำนวนครั้งในการลดดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังจับตา การเปลี่ยนตัวประธาน Fed ในปี 2569 ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ทั้งนี้ โดยภาพรวมแล้ว สหรัฐฯ ยังคงรับบทเป็นตัวกำหนดทิศทางของสภาพคล่องและ แนวโน้มของการลงทุนโลก
จีน: เติบโตช้าลง แต่มั่นคงมากขึ้น
จีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่เศรษฐกิจที่เน้นเทคโนโลยีและการผลิตขั้นสูง เช่น AI, Semiconductor, EV และพลังงานสะอาด แม้การบริโภคภายในยังฟื้นตัวช้า แต่คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจน่าจะอยู่ในระดับ 4.4% – 4.8% ได้
อย่างไรก็ตาม การที่จีนเริ่มรุกตลาดโลกด้วยสินค้าเทคโนโลยีมูลค่าสูง ทำให้จีนยังเป็นผู้เล่นหลักฝั่ง Supply ของโลก ขณะเดียวกัน นักลงทุนต้องระวังผลกระทบเชิงการแข่งขันต่อประเทศอื่นด้วย
ญี่ปุ่น: จากยุคเงินฝืด สู่การเติบโตเชิงคุณภาพ
ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน จาก ‘เรื่องค่าเงิน’ เป็น ‘เรื่องคุณภาพกำไร’ ด้วยการยุติดอกเบี้ยติดลบและปรับนโยบายการเงินกลับสู่ภาวะปกติ
โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของญี่ปุ่น มีโอกาสแตะ 0.75 – 1.0% ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นคาดว่าจะอยู่ที่ราว 0.7%
ในส่วนของตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงได้แรงหนุนจากการปฏิรูปบรรษัทภิบาล รวมถึงการลงทุนใน Automation, Robotics และ AI รวมถึงเงินทุนในประเทศที่เริ่มกลับเข้าตลาดหุ้น
เวียดนาม: ผู้ชนะเชิงโครงสร้างของเอเชีย
เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจาก China+1 หรือการที่บริษัทต่างๆ ย้ายฐานการผลิตหรือกระจายการลงทุนออกจากประเทศจีนไปยังประเทศอื่น และเวียดนามเองก็เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ
เนื่องความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จะเห็นได้ว่าเวียดนามกำลังก้าวจากฐานผลิต สู่การเป็น ศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยี (Tech Manufacturing Hub) ของอาเซียน
การเติบโตเศรษฐกิจดิจิทัลและ Data Center ขยายตัวเร็ว เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ไหลเข้าในกลุ่ม High-tech และ Semiconductor เพิ่มต่อเนื่อง ล่าสุด ตลาดหุ้นเวียดนามมี EPS Growth สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกไปแล้ว
ไทย: ฟื้นตัวช้า แต่ยังมีจุดเปลี่ยนให้ติดตาม
เศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทำให้การเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ โดยคาดการณ์ GDP ที่ระดับ 1.5% – 1.7% ซึ่งแรงหนุนมาจากภาคท่องเที่ยวเป็นหลัก นอกจากนี้ ในปี 2569 เรายังต้องจับตาผลการเลือกตั้งที่จะเป็นปัจจัยชี้ขาดด้านนโยบายการคลัง
การลงทุนปี 2569 Jitta Wealth มองตลาดไหนน่าสนใจ
จากข้อมูล Market Prediction ของ Jitta Wealth ที่สามารถบ่งบอกตลาดถูกแพงของแต่ละประเทศในแต่ละปี พบว่า ค่อนข้างแม่นยำในการที่จะคาดการณ์ว่าปีต่อไปตลาดหุ้นไหนมีแนวโน้มที่ดี
โดยข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี พบว่า ตลาดหุ้นในปีที่มีสัดส่วนหุ้นแพงเยอะ ปีถัดไปตลาดหุ้นนั้นมีแนวโน้มปรับตัวลดลง กลับกัน ในปีที่สัดส่วนหุ้นถูกเยอะกว่าหุ้นแพง ปีถัดไปตลาดหุ้นจะมีแนวโน้มเป็นบวก
ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่ผ่านมา Jitta Wealth แนะนำตลาดหุ้นจีน และในปีนี้ก็สามารถทำผลตอบแทนได้ดี (อย่างไรก็ตาม นอกจาก Market Prediction แล้วอาจต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย)

เปิด Market Prediction ปี 2569 ตลาดหุ้นไหนน่าลงทุน
ในปี 2569 นี้ จากข้อมูล Market Prediction ณ วันที่ 5 มกราคม 2569 ประเทศจีนยังคงมีจำนวนหุ้นดีราคาถูกมากกว่าหุ้นดีแต่ราคาแพงถึง 4.56 เท่า ตามมาด้วย ฮ่องกง ที่ 2.33 เท่า สหรัฐฯ และญี่ปุ่น 1.63 เท่า ขณะที่หุ้นไทยเอง อาจจะมีจำนวนหุ้นดีราคาถูกอยู่ถึง 11.5 เท่า แต่ก็มีความกดดันเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจอยู่
ธีมการลงทุนน่าสนใจปี 2569
ในภาพรวมตลาดหุ้นจีนยังคงน่าสนใจ ส่งผลให้ธีมการลงทุนเกี่ยวกับประเทศจีนยังได้ไปต่อในปี 2569 ไม่ว่าจะเป็น
- ธีมตลาดหุ้นจีน (MCHI)
- ธีมเทคโนโลยีจีน (CQQQ)
- ธีมพลังงานสะอาดจีน (KGRN)
- ธีมตลาดหุ้นฮ่องกง (EWH)
- ธีมบริการสุขภาพจีน (KURE)
ส่วนธีมอื่นๆ ได้แก่
- ธีมบริการสุขภาพ (IXJ) – ซึ่งเป็นธีมที่มีหุ้นกลุ่ม Defensive ที่แข็งแกร่งแม้ตลาดผันผวน โดยธีมนี้ลงทุนในหุ้นใหญ่อย่าง Eli Lilly และมีนวัตกรรมทางการ แพทย์ใหม่ๆ เช่น ยาลดนํ้าหนัก ที่คนให้ความสนใจอย่างมาก
- ธีมจีโนมิกส์ (IDNA) – เป็นธีมที่มีกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก อย่างการตัดต่อพันธุกรรมเพื่อรักษาโรคต่างๆ หรือการผลิตยาให้เหมาะกับพันธุกรรมของแต่ละคนโดยเฉพาะเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้มีโอกาสถูกพัฒนาและเติบโตต่อเนื่องสูง
- ธีมพลังงานสะอาด (ICLN) – ต้นทุนด้านการผลิตไฟฟ้ารูปแบบพลังงานสะอาดเริ่มถูกลง ทำให้การใช้ไฟฟ้าสะอาดในอนาคตอาจถูกกว่าการผลิตด้วยถ่านหิน และความต้องการไฟฟ้าเพื่อ Data Center กำลังเพิ่มมากขึ้นจากเทคโนโลยี AI ที่ก้าวหน้า
- ธีมลิเทียมและแบตเตอรี (LIT) – ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาลิเทียมล้นตลาด ทำให้ราคาหุ้นกลุ่มเหมืองและแบตเตอรี่ร่วงหนัก แต่ปัจจุบันอยู่ในช่วงฟื้นตัวอาจฟื้นกลับขึ้นมาได้
- ธีมกัญชา (MJ) – จากการผลักดันให้ปรับสถานะกัญชาเป็นยาควบคุมระดับ Schedule III ในสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคา ETF ที่เกี่ยวข้องพุ่งขึ้นกว่า 57% ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา (ช่วงปี 2567-2568) ซึ่งหากนโยบายนี้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ จะเป็นแรงบวกสำคัญต่อราคาหุ้นในกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธีมกัญชายังคงมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบายสนับสนุนและกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน
คำแนะนำ แนวทางการจัดพอร์ตในปี 2569
จากบทเรียนการลงทุนที่ได้รับในปีที่ผ่านมา ทำให้ในปี 2569 Jitta Wealth จะยังเน้นเรื่อง Core & Satellite เพื่อรองรับความผันผวน
เพราะในปี 2569 สิ่งที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงได้ยากนั่นก็คือ ‘ความผันผวน’ ของตลาดหุ้น ที่จะอาจรุนแรงต่างกันในแต่ละปี ดังนั้น นอกจากเรื่องที่ว่า “จะลงทุนอะไรดี” สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ควรจัดพอร์ตอย่างไรให้สามารถลงทุนฝ่าความผันผวนที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ได้
คำตอบคือการกระจายความเสี่ยง ด้วยหลักการที่เราเน้นย้ำมาตลอด และยังสามารถใช้ได้เสมอ นั้นก็คือการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite ซึ่งจะช่วยให้ลงทุนได้อย่างอุ่นใจ และยังสนุกไปกับการคว้าโอกาสใหม่ๆ
โดยการแบ่งสัดส่วนการลงทุนออกเป็น Core Portfolio (พอร์ตหลัก) ในสัดส่วน 80% ของเงินลงทุนทั้งหมด และ Satellite Portfolio (พอร์ตรอง) ในสัดส่วน 20% โดยสัดส่วนสามารถปรับได้ตามระดับความเสี่ยงที่รับไหว แต่พอร์ตหลักไม่ควรน้อยกว่า 50%
Core Portfolio (พอร์ตหลัก): ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการกระจายความเสี่ยงครอบคลุมทั่วโลก เช่น Global ETF หรือ Omni Fund เพื่อให้พอร์ตมีการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว
Satellite Portfolio (พอร์ตรอง): ลงทุนในสัดส่วนที่น้อยกว่า โดยเลือกตลาดหรือธีมที่กำลังได้รับความสนใจ เช่น หุ้นเทคโนโลยี หรือประเทศที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว หรือนโยบาย Jitta Ranking Alpha และ Thematic Optimize เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน บนความเสี่ยงที่มากขึ้น แต่ยังคงคุมความเสี่ยงโดยรวมได้ เพราะมีพอร์ตหลักรองรับอยู่
ยกตัวอย่างเช่น การจัดพอร์ตแบบ Core 80% Satellite 20% ในกรณีที่ตลาดผันผวน พอร์ตรองซึ่งมักจะผันผวนมากกว่า หากพอร์ตนี้ติดลบไป 50% พอร์ตโดยรวมก็จะลดลงเพียง 10% เท่านั้น
หากสนใจลงทุนกับ Jitta Wealth สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของเราได้ที่ Line: @JittaWealth โทร. 02-460-8888 ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Jitta Wealth เพื่อเปิดบัญชีลงทุน