เคล็ดลับจับเงินล้าน: เริ่มต้นลงทุนไว ใช้เงินแค่หลักพันก็ถึงเป้าหมายได้
ไฮไลต์
- เคล็ดลับจับเงินล้าน การเริ่มให้ไวคือหัวใจสำคัญ: ความมั่งคั่งไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่เริ่มจากการลงทุนให้เร็วที่สุด เพื่อให้มี ‘เวลา’ ในการสร้างผลตอบแทน
- ใช้พลังของผลตอบแทนทบต้น: การลงทุนระยะยาวช่วยให้เงินต้นและกำไรทำงานทบต่อกันไปเรื่อยๆ ยิ่งเวลานาน กราฟการเติบโตจะยิ่งพุ่งสูงแบบก้าวกระโดด
- เริ่มเร็วเหนื่อยน้อยกว่า: มีเวลาลงทุน 20 ปี DCA เพียงเดือนละ 1,710 บาท (ใช้เงินต้นเพียง 4 แสนกว่าบาท) ก็ถึง 1 ล้านได้ แต่ถ้ามีเวลาลงทุนแค่ 5 ปี ต้อง DCA สูงถึงเดือนละ 13,390 บาท (ใช้เงินต้นกว่า 8 แสนบาท) ถึงจะได้ 1 ล้านเท่ากัน
- ใช้เทคโนโลยีช่วยจัดพอร์ต: สำหรับมือใหม่ การลงทุนผ่าน Omni Fund จาก Jitta Wealth ช่วยตอบโจทย์ได้ครบ ทั้งกระจายความเสี่ยงทั่วโลก ปรับสัดส่วนพอร์ตอัตโนมัติ และไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีการลงทุนต่างประเทศ
หลายคนปัดตกความฝันเรื่องการมี ‘เงินล้าน’ ทิ้งไป เพียงเพราะมองมาที่รายได้ของตัวเองแล้วรู้สึกว่าไม่มีเงินก้อนใหญ่ไปลงทุน บางคนมักจะคิดว่า แค่ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนก็แทบไม่พอแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปลงทุนทีละมากๆ
แต่ความจริงแล้ว ความลับของการสร้างความมั่งคั่งไม่ได้อยู่ที่การมีเงินก้อนใหญ่ตั้งแต่วันแรก แต่อยู่ที่การ ‘เริ่มต้นให้เร็วที่สุด’ ต่างหาก
ขอแค่คุณมีเงินเหลือเก็บเพียงหลักพันต่อเดือน เมื่อบวกเข้ากับเวทมนตร์ของเวลา… เงินล้านก้อนแรกก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป!
ดอกเบี้ยทบต้น เครื่องทุ่นแรงของคนทุนน้อย
ทำไมเงินหลักพันถึงกลายเป็นเงินล้านได้? คำตอบคือสิ่งที่ Albert Einstein เรียกว่าสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก นั่นคือ ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest)
หลักการทำงานของมันคือการให้เงินทำงานแทนเราแบบทวีคูณ:
- ปีแรกๆ: เงินหลักพันของคุณจะสร้างผลตอบแทนก้อนเล็กๆ ออกมา
- ปีต่อๆ ไป: ผลตอบแทนก้อนนั้นจะถูกนำไปรวมกับเงินต้น แล้วสร้างผลตอบแทนที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
- ระยะยาว: ยิ่งคุณมีเวลาให้เงินทำงานนานเท่าไหร่ ก้อนเงินจะยิ่งขยายใหญ่แบบก้าวกระโดด (เหมือนหิมะก้อนเล็กๆ ที่กลิ้งลงมาจากยอดเขาแล้วพอกพูนจนกลายเป็นลูกใหญ่)
ซึ่งในการลงทุนหุ้นหรือกองทุน ดอกเบี้ยทบต้นก็คือบริบทเดียวกับ ผลตอบแทนทบต้น ที่เงินลงทุนก้อนเล็กๆ ได้ผลตอบแทน แล้วผลตอบแทนนั้นก็จะมารวมกับเงินลงทุนเดิม เมื่อได้กำไร ผลตอบแทนก็จะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง
มาลองคำนวณเทียบให้เห็นภาพ เริ่มเร็ว ใช้เงินน้อย ก็ถึงเงินล้าน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด เราลองมาดูพลังของเวลากันว่า การเริ่มลงทุนเร็วจะสร้างความแตกต่างได้มหาศาลแค่ไหนเมื่อเทียบกับคนที่ไปรอเริ่มตอนอายุเยอะ แล้วมีเวลาลงทุนเพียงไม่กี่ปี
สมมติให้การลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 7.88*
ถ้าคุณเริ่มลงทุนตั้งแต่วันนี้ และมีเวลาลงทุน 20 ปี
จะใช้เงิน DCA เพียงเดือนละ 1,710 บาท พอร์ตก็สามารถโตเป็น 1 ล้านบาทได้
โดยใช้เงินต้นรวมแค่ 412,110 บาท ส่วนที่เหลือคือ พลังของผลตอบแทนทบต้น ที่เข้ามาช่วยขยายโอกาส
แต่ถ้าคุณรอไปจนอายุเยอะ ใกล้เกษียณในอีก 5 ปี
คุณจะต้องใช้เงิน DCA เดือนละ 13,390 บาท พอร์ตถึงจะโตเป็น 1 ล้านในระยะเวลา 5 ปี
เท่ากับว่าคุณใช้เงินต้นรวม 816,790 บาท เลยทีเดียว เพราะพลังของผลตอบแทนทบต้นเข้ามาช่วยได้ไม่มากนั่นเอง

มีเงินแค่หลักพัน… เอาไปลงทุนอะไรดี?
เมื่อเห็นแล้วว่า เงินจำนวนน้อยๆ ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้ คำถามคือ ในยุคนี้ ถ้ากำเงินแค่หลักพันต้นๆ ไปลงทุน เราสามารถเริ่มต้นที่ไหนได้บ้าง?
คำตอบคือ Omni Fund จาก Jitta Wealth
จุดเด่นคือ เป็นพอร์ตที่กระจายความเสี่ยงให้แล้ว ผ่านกองทุนรวมคุณภาพ โดยกระจายลงทุนในกองทุนรวมหุ้นทั่วโลก และกองทุนรวมตราสารหนี้ โดยที่คุณไม่ต้องเหนื่อยคัดเลือกกองทุนรวมมาจัดสัดส่วนเอง เพราะระบบของเราจะคอยดูแลให้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการภาษีลงทุนต่างประเทศ เพราะ Omni Fund ลงทุนผ่านกองทุนรวมไทย ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีตามเกณฑ์ปัจจุบัน
และพิเศษกว่าที่อื่นๆ คือ มีระบบที่จะคอยดูแล ปรับสัดส่วนพอร์ต ระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ให้อัตโนมัติ ช่วยให้พอร์ตค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยที่คุณไม่ต้องเครียดกับสถานการณ์ตลาดมากเกินไป
ทั้งหมดนี้ เริ่มต้นเพียง 1,000 บาทเท่านั้น
อย่าดูถูกเงินก้อนเล็ก และอย่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่า
การเดินทางสู่เงินล้านก้อนแรกอาจไม่ยากอย่างที่คิด แค่เพียงคุณ ‘เริ่มต้น’และทำต่อเนื่องอย่างมีวินัย ‘เวลา’ จะอยู่ข้างคุณ และพลังของผลตอบแทนทบต้น จะขยายโอกาสให้ยิ่งเติบโตทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งมีเวลาเยอะ เงินที่ต้องใช้ DCA น้อยลง การลงทุนก็จะรู้สึกเบาสบายมากขึ้น เพราะไม่ต้องเหนื่อยทำงานเพื่อหาเงินเยอะๆ มาลงทุน ไม่ต้องกังวลกับเงินก้อนใหญ่ๆ เผลอๆ รู้ตัวอีกทีพอร์ตก็อาจโตถึงเป้าหมายแล้ว
เริ่มวางแผนปั้นเงินล้านได้ที่นี่
ผู้เขียน
ธีระพล รักภู่
ผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1 (เลขทะเบียน 121553)
