เกษียณต้องมีเงินเท่าไร? วางแผนง่ายๆ ด้วยสูตร 5-8-10
ไฮไลต์
- สูตร 5-8-10 ช่วยวางแผนเกษียณ ตั้งแต่การถอนใช้ปีละ 5% ตั้งเป้าผลตอบแทนเฉลี่ย 8% และเพิ่มเงินลงทุนปีละ 10%
- หากต้องการถอนใช้ในปีแรกเดือนละ 50,000 บาท ตามหลักถอน 5% คุณควรมีพอร์ตในวันเกษียณประมาณ 12 ล้านบาท
- หากเริ่ม DCA เดือนละ 3,000 บาท เพิ่มเงินลงทุนปีละ 10% และได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี เงินอาจเติบโตเป็นประมาณ 14 ล้านบาทใน 30 ปี
- การกระจายการลงทุน ลงทุนอย่างต่อเนื่อง และปรับเงินที่ถอนตามมูลค่าพอร์ต คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เงินเกษียณอยู่กับเราได้นาน
หากอยากมีเงินใช้หลังเกษียณเดือนละ 50,000 บาท คุณอาจต้องมีพอร์ตประมาณ 12 ล้านบาทในวันเกษียณ เมื่อคำนวณด้วยหลักถอนเงินปีละ 5%
แต่ 12 ล้านบาทไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับทุกคน เพราะเงินที่ต้องมีจริงยังขึ้นอยู่กับอายุที่เริ่มลงทุน อายุที่ต้องการเกษียณ ค่าใช้จ่าย เงินเฟ้อ และระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้เงินหลังเกษียณ
เมื่อรู้เป้าหมายของตัวเองแล้ว เราจะสามารถคำนวณย้อนกลับได้ว่า ต้องสร้างเงินก้อนเท่าไร ควรตั้งเป้าผลตอบแทนประมาณไหน และต้องเริ่มลงทุนเดือนละเท่าไรตั้งแต่วันนี้
หนึ่งในแนวคิดที่ช่วยให้การวางแผนเกษียณเข้าใจง่ายขึ้นคือ ‘สูตร 5-8-10’ ซึ่งย่อยแผนระยะยาวออกมาเป็นตัวเลขเพียง 3 ตัว ตั้งแต่การคำนวณเงินที่ต้องมี ไปจนถึงวิธีค่อยๆ สร้างพอร์ตนั้นขึ้นมา
สูตร 5-8-10 คืออะไร?
สูตร 5-8-10 เป็นแนวคิดสำหรับวางแผนสร้างและใช้เงินหลังเกษียณ ประกอบด้วย
- เลข 5: ถอนเงินใช้ปีละ 5% ตามมูลค่าพอร์ต
- เลข 8: ตั้งเป้าผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี
- เลข 10: เพิ่มเงินลงทุนปีละ 10% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น
แม้ตัวเลขเหล่านี้จะไม่ใช่กฎตายตัวสำหรับทุกคน แต่ก็ช่วยให้เรามองเห็นทั้งเป้าหมายปลายทางและสิ่งที่ต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ได้ชัดขึ้น
เลข 5 คือ ถอนใช้ปีละ 5% ตามมูลค่าพอร์ต
สมมติว่าหลังเกษียณ คุณอยากมีเงินใช้เดือนละ 50,000 บาท หรือปีละ 600,000 บาท หากใช้หลักถอนเงินปีละ 5% คุณจะต้องมีพอร์ตประมาณ 12 ล้านบาทในวันเกษียณ
วิธีคำนวณคือ
เงินที่ต้องการใช้ปีละ 600,000 บาท ÷ 5% = พอร์ตประมาณ 12 ล้านบาท
หรือจำง่ายๆ ว่า นำรายจ่ายที่ต้องการต่อปีคูณ 20 ก็จะได้เป้าหมายเงินก้อนเบื้องต้นในวันเกษียณ
| เงินที่ต้องการใช้ต่อเดือน | เงินที่ต้องการใช้ต่อปี | พอร์ตโดยประมาณตามหลัก 5% |
| 20,000 บาท | 240,000 บาท | 4.8 ล้านบาท |
| 30,000 บาท | 360,000 บาท | 7.2 ล้านบาท |
| 50,000 บาท | 600,000 บาท | 12 ล้านบาท |
| 80,000 บาท | 960,000 บาท | 19.2 ล้านบาท |
| 100,000 บาท | 1.2 ล้านบาท | 24 ล้านบาท |
อย่างไรก็ตาม การถอนเงินปีละ 5% ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการถอนเงินจำนวนเท่าเดิมทุกปี แต่เป็นการถอนตามมูลค่าพอร์ตในแต่ละช่วงเวลา
หากพอร์ตเติบโต จำนวนเงินที่ถอนได้ก็อาจเพิ่มขึ้น แต่หากตลาดปรับตัวลง จำนวนเงินที่ถอนได้ก็อาจลดลงตาม การปรับค่าใช้จ่ายให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้พอร์ตอยู่กับเราได้นานขึ้น
ถอนเงินปีละ 5% แล้วพอร์ตจะอยู่ได้นานแค่ไหน?
เพื่อหาคำตอบว่า การถอนเงินปีละ 5% สามารถทำได้จริงหรือไม่ Jitta Wealth ได้จำลองตลาดที่อาจเกิดขึ้นจำนวน 10,000 สถานการณ์ โดยใช้ข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลัง 33 ปี ตั้งแต่ปี 1993-2025
การจำลองนี้ใช้ Global ETF แผนเติบโต ซึ่งมีสัดส่วนหุ้น 80% และตราสารหนี้ 20% เพื่อดูว่า หากลงทุนต่อหลังเกษียณและถอนเงินออกมาใช้ทุกปี พอร์ตจะเป็นอย่างไรตลอดระยะเวลา 30 ปี
ในสถานการณ์ตลาดปกติ หรือกลุ่ม 50th percentile จำนวนเงินที่ถอนได้ต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 562,000 บาทต่อปี และเมื่อผ่านไป 30 ปี พอร์ตมีมูลค่าประมาณ 29.4 ล้านบาท
แม้อยู่ในกลุ่ม 10th percentile ซึ่งต้องเจอกับตลาดขาลงและผลตอบแทนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวนเงินที่ถอนได้ต่ำสุดยังอยู่ที่ประมาณ 415,000 บาทต่อปี และพอร์ตก็ไม่ได้หมดลงทันที ทำให้ยังมีเวลาปรับค่าใช้จ่ายและแผนการถอนเงินให้เหมาะกับสถานการณ์
อ่านผลการจำลองการถอนเงินปีละ 5% ฉบับเต็ม
เลข 8 คือ ตั้งเป้าผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี
การมีเงิน 12 ล้านบาทในวันเกษียณอาจฟังดูเป็นเป้าหมายที่สูง แต่เงินก้อนนี้ไม่จำเป็นต้องถูกเก็บไว้เฉยๆ หากยังนำไปลงทุนต่ออย่างเหมาะสม เงินส่วนที่เหลือก็มีโอกาสเติบโตและช่วยให้พอร์ตอยู่กับเราได้นานขึ้น
สูตร 5-8-10 จึงใช้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี เป็นสมมติฐานในการวางแผนทั้งก่อนและหลังเกษียณ
หากพอร์ตสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวได้ประมาณ 8% ต่อปี ขณะที่ถอนใช้ประมาณ 5% ตามมูลค่าพอร์ต เงินส่วนที่เหลือก็ยังมีโอกาสเติบโตต่อ และช่วยรับมือกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นจากเงินเฟ้อ
แต่ในโลกการลงทุน ผลตอบแทนไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันทุกปี บางปีพอร์ตอาจติดลบ ขณะที่บางปีอาจเติบโตมากกว่า 20% แม้ผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวจะเป็นไปตามเป้าหมาย แต่หากตลาดปรับตัวลงในช่วงปีแรกๆ หลังเกษียณ พอร์ตก็อาจได้รับผลกระทบมากกว่าการเจอตลาดขาลงในช่วงหลัง
ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่การตั้งเป้าผลตอบแทน 8% แต่ต้องกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม และพร้อมปรับจำนวนเงินที่ถอนในช่วงที่ตลาดผันผวนด้วย

เลข 10 คือ เพิ่มเงินลงทุนทุกปี 10%
หลายคนอาจเห็นตัวเลข 12 ล้านบาทแล้วรู้สึกว่า เป็นเป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อม แต่ความจริงคือ คุณไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนนั้นตั้งแต่วันแรก เพราะสามารถค่อยๆ สร้างขึ้นมาได้ด้วยการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
ตัวอย่างเช่น หากเริ่ม DCA เดือนละ 3,000 บาท และเพิ่มเงินลงทุนปีละ 10% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น
- ปีแรก ลงทุนเดือนละ 3,000 บาท
- ปีที่ 2 ลงทุนเดือนละ 3,300 บาท
- ปีที่ 3 ลงทุนเดือนละ 3,630 บาท
หากทำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 30 ปี และพอร์ตสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้ประมาณ 8% ต่อปี เงินลงทุนอาจเติบโตเป็นประมาณ 14 ล้านบาท
สิ่งที่ทำให้เงินก้อนนี้เกิดขึ้น ไม่ใช่การลงทุนด้วยเงินจำนวนมากตั้งแต่ปีแรก แต่คือการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ค่อยๆ เพิ่มเงินลงทุนตามศักยภาพ และปล่อยให้เวลาช่วยสร้างผลตอบแทนทบต้น
แน่นอนว่า การเพิ่มเงินลงทุนปีละ 10% อาจไม่เหมาะกับทุกช่วงชีวิต ในปีที่มีรายได้เพิ่มขึ้น คุณอาจลงทุนเพิ่มได้มากกว่าเดิม แต่ในปีที่มีภาระค่าใช้จ่ายสูง ก็สามารถปรับเงินลงทุนให้เหมาะกับสถานการณ์ได้
เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การเพิ่มเงินให้ได้ 10% ทุกปี แต่คือการไม่ปล่อยให้เงินลงทุนเท่าเดิมไปตลอด ขณะที่รายได้และค่าครองชีพค่อยๆ เพิ่มขึ้น
สูตร 5-8-10 ช่วยให้เป้าหมายเกษียณเป็นเรื่องที่จับต้องได้
หลายคนมองว่าการวางแผนเกษียณเป็นเรื่องยาก เพราะเต็มไปด้วยตัวเลขและสมมติฐานที่ซับซ้อน แต่เมื่อย่อยออกมาเป็นสูตร 5-8-10 เราจะเห็นสิ่งที่ต้องทำได้ชัดขึ้น
เริ่มจากกำหนดก่อนว่า หลังเกษียณอยากมีเงินใช้เดือนละเท่าไร จากนั้นนำรายจ่ายต่อปีคูณ 20 เพื่อประมาณเงินก้อนตามหลักถอน 5%
เมื่อรู้เป้าหมายแล้ว จึงคำนวณย้อนกลับว่า จากอายุปัจจุบันและระยะเวลาที่เหลือ ต้องลงทุนเดือนละเท่าไร และควรเพิ่มเงินลงทุนอย่างไรเมื่อรายได้สูงขึ้น
แผนนี้ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ตั้งแต่วันแรก เพราะรายได้ ค่าใช้จ่าย เป้าหมายชีวิต และความเสี่ยงที่เรารับได้ย่อมเปลี่ยนไปตามเวลา สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้น วางแผนให้มีทิศทาง และกลับมาทบทวนอย่างสม่ำเสมอ
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่การเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนมาก แต่คือการเริ่มให้เร็ว ลงทุนอย่างต่อเนื่อง และให้เวลาช่วยสร้างผลตอบแทนทบต้น
ดูวิดีโอ “50,000 บาท/เดือน หลังเกษียณ ทำยังไง? | ลงทุนนิยม x Jitta Wealth EP.502”
วิดีโอนี้อธิบายตั้งแต่การคำนวณเงินก้อนที่ต้องมีในวันเกษียณ ไปจนถึงการใช้สูตร 5-8-10 เพื่อสร้างพอร์ตและวางแผนถอนเงินหลังเกษียณ
เริ่มวางแผนเกษียณกับ Global ETF
เมื่อรู้แล้วว่า ต้องมีเงินเท่าไรในวันเกษียณ ขั้นต่อไปคือการเลือกวิธีลงทุนที่จะช่วยพาเราไปถึงเป้าหมาย
สำหรับการลงทุนระยะยาว เราไม่จำเป็นต้องรู้ล่วงหน้าว่าตลาดไหนจะให้ผลตอบแทนดีที่สุด แต่ควรกระจายเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลาย ลงทุนอย่างต่อเนื่อง และดูแลสัดส่วนพอร์ตให้เป็นไปตามแผน
Global ETF กระจายการลงทุนผ่าน ETF ชั้นนำ ครอบคลุมหุ้นทั่วโลก ทั้งสหรัฐฯ ประเทศพัฒนาแล้ว และตลาดเกิดใหม่ พร้อมตราสารหนี้คุณภาพสูงของสหรัฐฯ ช่วยลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และสร้างสมดุลระหว่างโอกาสเติบโตกับความผันผวนของพอร์ต
นอกจากนี้ ยังมีระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติ เพื่อดูแลสัดส่วนสินทรัพย์ให้กลับมาเป็นไปตามนโยบายการลงทุน คุณจึงไม่ต้องคอยตัดสินใจเองว่า ควรย้ายเงินไปตลาดไหน หรือปรับพอร์ตเมื่อไร
เริ่มต้นลงทุน 10,000 บาท และเพิ่มทุน หรือ DCA อัตโนมัติ ได้ตั้งแต่ 1,000 บาท เพื่อค่อยๆ สร้างพอร์ตไปสู่เป้าหมายเกษียณในระยะยาว
[ คำนวณแผนเกษียณของคุณ ]
[ ดูรายละเอียด Global ETF ]
หากยังไม่แน่ใจว่าควรวางแผนเกษียณอย่างไร สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของ Jitta Wealth ได้ที่ LINE: @JittaWealth หรือโทร. 02-460-8888 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Jitta Wealth เพื่อเปิดบัญชีลงทุน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวางแผนเกษียณ
เกษียณต้องมีเงินเท่าไร?
จำนวนเงินที่ต้องมีขึ้นอยู่กับรายจ่ายหลังเกษียณ อายุที่ต้องการเกษียณ ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้เงิน เงินเฟ้อ และรายได้จากแหล่งอื่น หากใช้หลักถอน 5% สามารถนำรายจ่ายที่ต้องการต่อปีคูณ 20 เพื่อประมาณเงินก้อนเบื้องต้นได้
อยากมีเงินใช้หลังเกษียณเดือนละ 50,000 บาท ต้องมีเงินเท่าไร?
หากต้องการถอนใช้ในปีแรกเดือนละ 50,000 บาท หรือปีละ 600,000 บาท ตามหลักถอน 5% คุณควรมีพอร์ตประมาณ 12 ล้านบาทในวันเกษียณ โดยจำนวนเงินที่ถอนในปีต่อๆ ไปอาจเพิ่มหรือลดตามมูลค่าพอร์ต
ถอนเงินปีละ 5% แล้วเงินจะหมดหรือไม่?
ผลการจำลอง 10,000 สถานการณ์ของ Jitta Wealth บน Global ETF แผนเติบโตพบว่า การถอน 5% ตามมูลค่าพอร์ตสามารถทำได้ในหลายสถานการณ์ แต่จำนวนเงินที่ถอนได้จะเปลี่ยนตามผลตอบแทนและมูลค่าพอร์ต ผู้ลงทุนจึงควรมีความยืดหยุ่นในการปรับค่าใช้จ่ายในช่วงที่ตลาดผันผวน
เริ่ม DCA เดือนละ 3,000 บาท จะมีเงิน 10 ล้านบาทได้หรือไม่?
หากลงทุนต่อเนื่อง 30 ปี เพิ่มเงินลงทุน 10% ทุกปี และได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี เงินลงทุนอาจเติบโตเป็นประมาณ 14 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการ ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน
ต้องคำนวณเงินเฟ้อในแผนเกษียณหรือไม่?
ควรคำนวณเงินเฟ้อร่วมด้วย เพราะค่าใช้จ่ายที่ต้องการในวันนี้อาจเพิ่มขึ้นมากเมื่อถึงวันเกษียณ ยิ่งเหลือเวลานาน เงินก้อนที่ต้องมีจริงก็อาจสูงกว่าตัวเลขที่คำนวณจากค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน
ผู้เขียน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด ให้บริการบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ซึ่งได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01