Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา
blog

ไม่รู้จะลงทุนอะไรดี? ทำไมการกระจายความเสี่ยงจึงสำคัญกว่าที่เคย


All Category Global ETF

ไฮไลต์

  • ตลาดหุ้นแต่ละประเทศก็มีปัจจัยเฉพาะที่น่าสนใจ ทำให้นักลงทุนจำนวนมากไม่รู้ว่าจะเลือกลงทุนที่ไหนดี
  • การไม่ลงทุนเลยอาจทำให้พลาดโอกาส แต่การทุ่มเงินทั้งหมดไว้ตลาดเดียวก็เสี่ยงหากคาดการณ์ผิด
  • การกระจายความเสี่ยงไปหลายประเทศ หลายอุตสาหกรรม และมีตราสารหนี้ในพอร์ต ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว ลดความผันผวน ทำให้ลงทุนระยะยาวได้อย่างสบายใจมากขึ้น
  • Global ETF ช่วยกระจายการลงทุนทั่วโลก พร้อมปรับพอร์ตอัตโนมัติ เริ่มต้นเพียง 10,000 บาท และ DCA เพิ่มเพียง 1,000 บาท

หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เวลามีคนถามว่า “ตอนนี้ลงทุนอะไรดี?” หลายคนอาจตอบเหมือนกัน คือหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างโดดเด่น

แต่วันนี้ ภาพของตลาดโลกเปลี่ยนไปพอสมควร

นอกจากหุ้นสหรัฐฯ ที่เติบโตแรงต่อเนื่องแล้ว หุ้นญี่ปุ่นก็กลับมาฟื้นตัวโดดเด่น หุ้นจีนเองก็มีหุ้นดีราคาน่าสนใจเยอะ ขณะที่ยุโรป ก็เป็นอีกตลาดหนึ่งที่ปันผลเด่นและมีความผันผวนต่ำ

กล่าวคือ ตอนนี้ไม่ได้มีแค่ตลาดเดียวที่น่าลงทุน แต่มีหลายตลาดที่ต่างก็มีปัจจัยสนับสนุนของตัวเอง

ไม่ลงทุนก็เสียโอกาส แต่เลือกผิดก็ติดดอย

เมื่อเห็นหลายตลาดสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่อง หลายคนจึงเริ่มรู้สึกว่า ถ้ายังถือเงินสดต่อไป อาจพลาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทน

แต่อีกด้านหนึ่ง การนำเงินทั้งหมดไปลงทุนในตลาดเดียว ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่มีใครรู้ว่าตลาดไหนจะเป็นผู้ชนะในปีหน้า หรืออีก 5 ปีข้างหน้า

แม้วันนี้หุ้นสหรัฐฯ จะยังแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดตลอดไป เช่นเดียวกับญี่ปุ่น จีน หรือยุโรป ที่ต่างก็มีโอกาสเติบโตของตัวเอง

สุดท้าย นักลงทุนจำนวนไม่น้อยจึงยังไม่ได้ตัดสินใจเริ่มลงทุนสักที จนเสียโอกาสดีๆ ไป

ไม่รู้จะลงทุนอะไรดี? ทำไมการกระจายความเสี่ยงจึงสำคัญกว่าที่เคย

เมื่อเดาผู้ชนะไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง

การลงทุนไม่ใช่การแข่งขันทายว่าตลาดไหนจะขึ้นแรงที่สุด

เพราะต่อให้ศึกษาข้อมูลมากแค่ไหน ก็ไม่มีใครคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำทุกครั้ง

นักลงทุนจำนวนมากจึงเปลี่ยนวิธีคิด จากการพยายามหาผู้ชนะเพียงรายเดียว มาเป็นการกระจายการลงทุนไปหลายประเทศ หลายอุตสาหกรรม เพื่อให้พอร์ตมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโลก

แม้ว่าจะมีบางตลาดทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดอื่น แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแลกกับความเสี่ยงจากการฝากเงินทั้งหมดไว้ในที่เดียว

การกระจายความเสี่ยงสำคัญกว่าที่เคย

หลายคนมักนึกถึงการกระจายความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดผันผวนหรือปรับตัวลง

แต่ในความเป็นจริง ช่วงที่หลายตลาดต่างก็ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่การกระจายความเสี่ยงมีความหมายไม่แพ้กัน

ยิ่งมีตลาดที่ดูน่าสนใจมากขึ้นเท่าไร การเลือกเพียงตลาดเดียวก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น เพราะในอีกมุมหนึ่ง ยิ่งหุ้นพุ่งแรง ก็มีโอกาสที่จะย่อตัว หรือปรับฐานได้เหมือนกัน

การกระจายการลงทุนจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจผิดพลาด และช่วยให้เราไม่พลาดโอกาสเติบโตที่กำลังเกิดขึ้น

กระจายความเสี่ยงทำได้ไม่ยาก ด้วย Global ETF 

ปัญหาของการกระจายความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสินทรัพย์ หรือการลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสม ถูกแก้ไขด้วย Global ETF

ทั้งการกระจายลงทุนไปยังหุ้นสหรัฐฯ หุ้นประเทศพัฒนาแล้ว และหุ้นตลาดเกิดใหม่ พร้อมมีตราสารหนี้คุณภาพสูงของสหรัฐฯ ผ่าน ETF ชั้นนำ

พร้อมกับมีระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติ คอยรักษาสมดุลสัดส่วนให้การกระจายความเสี่ยงของคุณ คงประสิทธิภาพอยู่เสมอ

ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องคอยตัดสินใจว่าจะย้ายเงินไปตลาดไหน หรือกังวลว่าต้องปรับสัดส่วนการลงทุนอย่างไรเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน เพราะระบบจะบริหารพอร์ตให้ตามนโยบายที่กำหนดไว้

เริ่มต้นลงทุนเพียง 10,000 บาท และเพิ่มเงินลงทุนได้เพียง 1,000 บาท เพื่อสร้างพอร์ตที่กระจายความเสี่ยงได้ครบในที่เดียว

สนใจลงทุนใน Global ETF ติดต่อเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของเราได้ที่ LINE: @JittaWealth โทร. 02-460-8888 ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Jitta Wealth เพื่อเปิดบัญชีลงทุน


ดูวิดีโอ ลงทุนหุ้น ตราสารหนี้ทั่วโลก ครบ จบในพอร์ตเดียว! เริ่มต้น 10,000 บาท | Global ETF คืออะไร? ได้ที่นี่


ผู้เขียน 

Jitta Wealth

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด ให้บริการบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ซึ่งได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01