Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา
blog

ลงทุน vs ประกัน เลือกอะไรดี? หรือต้องมีทั้งคู่ในแผนการเงิน


All Category Jitta Wealth

ไฮไลต์

  • ลงทุน vs ประกัน ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นเครื่องมือคนละหน้าที่ที่ควรมีคู่กันในแผนการเงิน
  • การลงทุนคือ ‘เกมรุก’ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้เงินเติบโตในระยะยาว ขณะที่ประกันคือ ‘เกมรับ’ ที่ช่วยปกป้องชีวิตจากเหตุไม่คาดฝัน
  • แผนการเงินที่ดีต้องมี 3 เสาหลัก ได้แก่ การปกป้องความเสี่ยง (Protection) สภาพคล่อง(Liquidity) และการลงทุนเพื่อการเติบโต (Growth)

หลายคนที่เริ่มวางแผนการเงิน อาจตั้งคำถามกับตัวเองว่า ควรจะเลือกอะไรดี ระหว่าง ‘ลงทุน’ กับ ‘ประกัน’ เพราะทั้งสองดูเป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กัน และถูกพูดถึงโดยกูรูด้านการเงินมากมาย

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คำตอบของเรื่องนี้อาจไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นการทำความเข้าใจว่า เครื่องมือทั้งสองอย่างนี้ทำหน้าที่ต่างกัน เพราะการเงินที่ดี ต้องมีทั้งด้านที่ ‘เพิ่มโอกาส’ และ ‘ลดความเสี่ยง’ 

‘ลงทุน’ สร้างโอกาสให้ชีวิต

เริ่มที่การลงทุน การลงทุน คือ ‘เกมรุก’ (Upside) หน้าที่หลักคือการทำให้เงินเติบโตในระยะยาว คุณลงทุนวันนี้ เพื่อหวังว่าในอนาคตเงินคุณจะเพิ่มขึ้น ให้เงินทำงานแทน โดยไม่ต้องพึ่งรายได้จากการทำงานเพียงอย่างเดียว

รายได้จากการลงทุน เกิดขึ้นจากส่วนต่างกำไร (Capital Gain) เงินปันผลจากหุ้น หรือดอกเบี้ยจากหุ้นกู้ ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความมั่งคั่งได้ในระยะยาว และยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ พลังของการทบต้นก็จะยิ่งทำงานได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้การลงทุนจะช่วยเพิ่ม Upside แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสี่ยง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เช่น เจ็บป่วย หรือเสียชีวิต โดยเฉพาะในช่วงที่พอร์ตยังเล็ก คุณ หรือครอบครัวของคุณ อาจจำเป็นต้องถอนเงินลงทุนดังกล่าวออกมาใช้ ซึ่งอาจทำให้แผนการเงินสะดุดได้

‘ประกัน’ ตัวช่วยปิดความเสี่ยง

ในทางตรงกันข้าม ประกัน คือ ‘เกมรับ’ (Downside) หน้าที่คือการปกป้องความสามารถในการหาเงินของคุณ หรือที่เรียกว่า Human Capital ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะในช่วงวัยทำงาน

หากวันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้คุณไม่สามารถทำงานต่อได้ รายได้ที่เคยเข้ามาอาจหายไปในทันที ประกันจึงทำหน้าที่เหมือน ‘ตาข่ายนิรภัย’ ที่ช่วยให้คุณและครอบครัวยังสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ โดยไม่ต้องเผชิญกับผลกระทบทาการเงิน

แม้ในวันที่ทุกอย่างปกติ คุณอาจจะรู้สึกว่า ไม่ได้ใช้ประกันเลย แต่ในวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝันจริงๆ ประกันจะกลายเป็นเงินก้อนสำคัญที่ช่วยไม่ให้ชีวิตพังลงจากเหตุการณ์เพียงเหตุการณ์เดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่การลงทุนไม่สามารถทดแทนได้

แผนการเงินที่ดี ต้องมี 3 เสาหลัก

แทนที่จะถามว่า ควรลงทุนก่อน หรือทำประกันก่อน คำถามที่ควรถามมากกว่า คือ คุณมี 3 เสาหลักที่จำเป็นต่อแผนทางการเงินแล้วหรือยัง ซึ่งเสาหลักทั้ง 3 นั้น ได้แก่ การปกป้องความเสี่ยง (Protection) สภาพคล่อง(Liquidity) และการลงทุนเพื่อการเติบโต (Growth)

หากขาดข้อใดข้อหนึ่งไป แผนทั้งหมดอาจสะดุดได้ เช่น หากไม่มีประกัน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน คุณอาจต้องขายหุ้นในจังหวะที่ไม่เหมาะสม หรือหากไม่มีเงินสำรอง ก็อาจจะต้องกู้หนี้ยืมสิน ซึ่งอาจกระทบแผนการเงินในระยะยาว

ในทางกลับกัน การมีทั้ง 3 ส่วนนี้ร่วมกัน จะช่วยให้คุณลงทุนได้อย่างมั่นใจ เพราะรู้ว่า มีระบบรองรับในวันที่อะไรๆ มันไม่เป็นไปตามแผน

ลงทุน vs ประกัน เลือกอะไรดี? หรือต้องมีทั้งคู่ในแผนการเงิน

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว จะเห็นว่า ‘การลงทุน’ และ ‘ประกัน’ นั้นทำงานร่วมกัน การลงทุนช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ขณะที่ประกันช่วยปกป้องไม่ให้คุณล้มลงในวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน

การลงทุนเพียงอย่างเดียว อาจทำให้คุณรวยขึ้นก็จริง แต่ชีวิตก็ยังเปราะบางต่อความเสี่ยง ส่วนการทำประกันเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ชีวิตคุณมั่งคงขึ้นก็จริง แต่ก็ขาดโอกาสในการเติบโต ดังนั้น แผนที่ดีที่สุด จึงไม่ใช่การเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นการมีทั้งสองอย่างในระบบเดียวกัน

ล่าสุด Jitta Wealth เปิดตัว Jitta Protect สิทธิพิเศษที่มาช่วยเติมเต็มด้าน Protection โดยให้ความคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุ สำหรับนักลงทุนที่มีการ DCA อย่างต่อเนื่อง คำนวณวงเงินจากเงินต้น และเงินลงทุนสะสม สูงสุดถึง 10 ล้านบาท โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุนของ Jitta Wealth
ดูรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิพิเศษ Jitta Protect  

สนใจติดต่อเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของเราได้ที่ LINE: @JittaWealth โทร. 02-460-8888 ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Jitta Wealth เพื่อเปิดบัญชีลงทุน


ดูวิดีโอ ‘ลงทุนหรือประกันก่อน? วางแผนการเงินให้ถูกตั้งแต่เริ่ม’ ได้ที่นี่