เราไว้ใจ AI เพราะมนุษย์มี Human Errorคุณ ปนิดา ศรีชัยเจ้าของ Pani closet ธุรกิจเส้ือผ้าออนไลน์

แอ้ - ปนิดา ศรีชัย คือนักธุรกิจสาวสวยสุดเก่งที่ผันตัวจากแอร์โฮสเตส มาเปิดธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ร่วมกับพี่สาว ภายใต้แบรนด์ Panicloset แม้จะเริ่มจากต้นทุนประมาณ 5 หมื่นบาท แต่ด้วยความหลงใหลในแฟชั่น และเชื่อมั่นว่าเสื้อผ้าเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับผู้หญิงทุกคน เธอกับพี่สาวจึงทุ่มเทสร้างแบรนด์จนติดตลาด และสร้างรายได้หลักร้อยล้านได้อย่างรวดเร็ว แอ้เผยว่าเธอเป็นคนไม่เก่งเรื่องการลงทุน หรือแม้แต่วางแผนเรื่องการเงินเลยสักนิด แต่ยิ่งคุยไปเรื่อยๆ เรากลับพบว่าเธอเป็นคนที่ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว มีชีวิตที่น่าตื่นเต้น เธอล้ม เรียนรู้ แล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว มาดูกันว่าอะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของผู้หญิงคนนี้

บทเรียนชีวิตในวันที่เหลือ 0 บาท

ต้องบอกก่อนว่าแอ้เป็นคนวางแผนการเงินไม่เป็นนะคะ เราใช้เงินเหลือ 0 บาทมาหลายครั้งแล้วในชีวิต (ยิ้ม) เราลงทุนไม่เป็น มีเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ แล้วกดมาใช้เรื่อยๆ ช่วงทำงานแอร์โฮสเตส เราใช้เงินมือเติบมาก มีเท่าไรใช้หมดจนเหลือ 0 บาท แต่ก่อนหน้านี้เราฝากเงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์ และได้เงินปันผลจากหุ้น เพื่อนก็แนะนำให้ไปกู้โดยเอาหุ้นของตัวเองไปค้ำประกัน แต่ได้เงินมาก็ยังใช้หมดอีก พอเหลือ 0 บาทครั้งที่ 2 ในชีวิต เราจึงเริ่มคิดหาทาง เพราะอยากลาออก แต่ไม่เคยทำงานประจำ จนมาลงตัวที่การทำธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้หญิงทุกคน ประจวบเหมาะกับตอนนั้นเราได้เงินปันผลจากหุ้นออมทรัพย์สหกรณ์ประมาณ 5 หมื่นบาท เลยเอาเงินก้อนนั้นมาลงทุนเปิดร้านในปี 2011 โชคดีที่ธุรกิจประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกๆ 1 ปีผ่านไป เราเลยลาออกมาทำเต็มตัว แต่ยังวางแผนการเงินไม่เป็นอยู่เหมือนเดิม

พอเริ่มขายดี เราก็ซื้อรถเบนซ์ด้วยเงินสด ราคา 3 ล้านบาท ทีนี้ก็เหลือ 0 บาทครั้งที่ 3 แต่ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเงินหาง่ายมาก เศรษฐกิจดี มีเงินโอนเข้ามาทุกวัน ยอดขายวันละหลายแสน เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็หาใหม่ได้ เราก็ทำธุรกิจไปเรื่อยๆ ซื้อบ้านและผ่อนหมดประมาณ 1 ปี ก็เหลือ 0 บาทอีกครั้ง แต่ตอนนั้นเราไม่กลัวไง

ลงทุนระยะยาว เพราะเชื่อใจ
AI มากกว่ามนุษย์

หลังจากนั้นเราพยายามไม่ใช้เงินอีก จนเก็บเงินได้เป็นก้อนใหญ่ แต่ลงทุนอะไรไม่เป็น ก็เลยเอาไปฝากประจำกับธนาคาร แต่ได้ดอกเบี้ยน้อยมาก ฝากเงิน 20 ล้านบาท ดอกเบี้ยตกปีละ 1.3-1.9% เฉลี่ยตกเดือนละหมื่นกว่าบาท จนได้รู้จักกับคุณเผ่า (ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์) ซีอีโอของ JITTA ซึ่งเรียนหลักสูตรเดียวกัน เราก็เป็นขอให้เขาช่วยอธิบายวิธีการลงทุนหุ้นให้ฟังสั้นๆ ภายใน 10 นาทีได้ไหม

ปรากฏว่าเขาสามารถอธิบายให้เข้าใจคร่าวๆ ใน 10 นาทีได้ แต่ถ้าเราลงทุนไม่เป็นจริงๆ สามารถเอามาฝากให้ Jitta Wealth ลงทุนให้ได้ เราเลยถามว่าถ้าวันหนึ่งคุณไม่สบาย แล้วใครจะเป็นคนตัดสินใจซื้อหุ้นให้เรา คุณเผ่าเขาก็อธิบายว่า Jitta บริหารจัดการโดย AI เพราะฉะนั้นไม่ว่าเขาจะอยู่ หรือไม่ได้ทำงานนี้แล้ว ก็จะมีโปรแกรม AI ดูแลพอร์ตของเราตลอด จากที่เราไม่เคยเข้าใจเรื่องเลขหรือหุ้นเลย ก็เริ่มเชื่อมั่นและลงทุนกับ Jitta เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว

เรารู้สึกไว้ใจ AI มากกว่ามนุษย์ เพราะมนุษย์เกิด แก่ เจ็บ ตาย มี Human Error มีอารมณ์ ความหวาดระแวง ความกลัว และความบ้าบิ่น เช่น สมมติว่าเราไปปรึกษาเพื่อน เขาอาจจะดรามาอยู่ เลยบอกว่าหุ้นตัวนี้แย่ อย่าไปซื้อ หรืออาจมีส่วนได้ส่วนเสียกับหุ้น ก็แนะนำให้เราซื้อ มันมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน แต่ AI ทำบนพื้นฐานของสถิติตัวเลขและข้อมูลเป็นหลัก ถึงแม้ว่าเราจะดูหุ้นไม่เป็น แต่เราไว้ใจในส่วนของ AI มากกว่าเวลามีเทรดเดอร์โทรมาถามว่าจะซื้อหุ้นหรือขายหุ้นเพิ่มไหม ถ้าวันนั้นเราร้อนเงิน เราอาจจะขายก็ได้ มันคือการตัดสินใจโดยใช้อารมณ์ล้วนๆ ทั้งตัวเทรดเดอร์และผู้ถือหุ้นเอง

ล้มแล้วลุก

ตอนแรกเราลงทุนไปล้านบาทพอ 2-3 เดือนก็ได้กำไรกลับมา 10% เราก็ตื่นเต้น ประจวบเหมาะกับตอนนั้นกำลังจะแต่งงาน เลยคิดว่าถ้าฝากอีก 9 ล้านบาท รวมเป็น 10 ล้านบาท ก็จะได้กำไรกลับมา 1 ล้านบาท ด้วยความที่เราไม่ปรึกษาใคร คิดเอาเองว่าเงินจะเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ ก็โยนเงินเข้าไปเลย ปรากฏว่าหุ้นตก แต่เราไม่เคยดูเทรนด์ตลาดมาก่อน เรามีโอกาสได้โทรไปปรึกษาคุณเผ่า เขาอธิบายว่าหุ้นทั่วไป ถ้าดูข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี จะพบว่ามีปีที่หุ้นตกประมาณ 3-4 ปี แต่จะมี 6 ปีที่หุ้นขึ้น เพราะฉะนั้นยังไงมันมีช่วงที่หุ้นขึ้นมากกว่าตกอยู่แล้ว ดังนั้นวิธีการลงทุนอาจจะไม่ใช่การโยนเงินเข้าไป 1 ก้อนแล้วให้มันบริหารตัวเอง แต่เราอาจจะต้องเพิ่มทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยธรรมชาติของมนุษย์ พอเห็นหุ้นตก เราก็จะไม่กล้าซื้อเพิ่มเพื่อมาถัวเฉลี่ย หรือถ้าหุ้นขึ้นเยอะๆ ก็จะมองว่าแพง ไม่กล้าซื้ออีก แอ้ถึงได้รู้สึกว่ามนุษย์เรามีความกลัว เขาเลยแนะนำให้เราพยายามลงทุนในจำนวนที่ไม่เยอะ แต่ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อถัวเฉลี่ยกัน

ทุกวันนี้เรารู้สึกมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น พยายามมีวินัยและระมัดระวังในการใช้เงิน พออายุมากขึ้น คนเราจะเริ่มหาความมั่นคงในชีวิต เพราะว่าเราไม่รู้แล้วว่าความบ้าบิ่น ทะเยอทะยาน หรือไฟในตัวของเราจะหมดลงเมื่อไร

Solutionที่ตอบโจทย์คนที่ไม่ถนัดและไม่มีเวลาตอนเด็กๆ เรามีพลังเยอะมาก การตัดสินใจจะไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ ถ้าอยากทำก็ทำ อยากซื้อก็ซื้อเลย ทำให้เรากล้าที่จะทำธุรกิจของตัวเอง กล้าลาออกจากงานประจำเพื่อที่จะมาเต็มที่กับตรงนี้ ถามว่าจริงๆ ชอบทำเสื้อผ้าไหม มันก็จะมีวันที่เบื่อนะคะ เพราะว่าเราทำงานเดิมๆ ไปซ้ำๆ แต่รู้สึกว่าแม้จะเบื่อ แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ อย่างรายได้ หรือฟีดแบ็กจากลูกค้า มันเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราพยายามทำงานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะเราทำให้ลูกค้ามีความสุข

แอ้คิดว่าการลงทุนระยะยาวมีประโยชน์ เพราะถ้าเงินอยู่กับตัว เราจะหาเรื่องใช้ไปเรื่อยๆ และด้วยวัย เราควรจะมีสถานภาพทางการเงินที่มั่นคงกว่าตอนเด็กๆ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาศึกษาหรือว่าไม่ค่อยรู้เรื่องหุ้น Jitta Wealth ก็อาจช่วยได้ จุดที่ทำให้แอ้ตัดสินใจใช้บริการก็เพราะว่าเขาใช้เทคโนโลยี AI เป็นตัวซื้อขายเทรดหุ้นทุกอย่าง ทำให้เรามีเวลาพักผ่อน และโฟกัสกับเรื่องงานหลายๆ ส่วนที่ต้องจัดการเอง เพราะเราเป็นธุรกิจเอสเอ็มอีด้วย

เงินเติบโตด้วยกองทุนส่วนบุคคล
Jitta Wealth
ลงทุนอย่างสบายใจ กำไรอย่างยั่งยืน
เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ